เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 21

ปมในอดีตที่หวนกลับมา

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
ฝุ่นผงปูนซีเมนต์และกลิ่นอับชื้นของดินโคลนยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย หน้าจอแท็บเล็ตในมือของอคินสั่นระรัวด้วยแจ้งเตือนจากระบบเซ็นเซอร์วัดการทรุดตัว ตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอกระพริบเตือนซ้ำๆ ฟ้องความจริงอันโหดร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น *โครงสร้างเสาเข็มโซน C... ทรุดตัวลงไปสิบเซนติเมตรแล้วครับ!* เสียงของหัวหน้าคุมงานเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่อคินในเวลานี้กลับนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองกลุ่มคานคอนกรีตที่บิดเบี้ยวผิดรูปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันไม่ใช่แค่ความเสียหายทางวิศวกรรม แต่มันคือรอยแผลเป็นในอดีตที่ถูกฉีกกระชากให้เปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง "ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมอคิน ว่าดินโซนนี้มันมีความเสี่ยงเรื่องชั้นดินดานอ่อนตัวตั้งแต่แรกทำไมคุณถึงดึงดันจะใช้แบบแปลนเดิม" เสียงหอบหายใจเล็กน้อยแต่เฉียบคมราายมีดโกนดังขึ้น รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอในชุดเสื้อช็อปสถาปนิกเลอะฝุ่น ผมยาวรวบเป็นมหาดไทยลวกๆ มือเรียวกำม้วนกระดาษแปลนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยไม่ได้มองตำหนิเขาด้วยความสะใจ แต่เต็มไปด้วยความกังวลและจริงจังอย่างถึงที่สุด อคินหันไปมองเธอช้าๆ สันจักษ์คมสันขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ปากร้ายๆ ตามนิสัยเริ่มทำงานเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวข้างใน "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งจับผิดว่าใครเตือนใคร รินรดา... หน้าที่ของคุณคือถอยออกไปยืนดูเงียบๆ แล้วปล่อยให้วิศวกรเขาแก้ปัญหา ไม่ใช่มาทำตัวเป็นกูรูผู้รอบรู้หน้างานเวลามีวิกฤต" "นี่คุณ!" รินรดากัดริมฝีปากแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ฉันเป็นสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์นี้เหมือนกันนะ! อย่ามาทำเป็นเก่งแบกรับไว้คนเดียวเหมือนไอ้เหตุการณ์ที่ไซต์งานเก่าเมื่อสามปีก่อนโน้นสิยะ!" ราวกับถูกเข็มพิษปักเข้าที่กลางใจ อคินชะงักกึก ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนแข็งเกร็งขึ้นมาทันที ดวงตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็งในชั่วพริบตา "คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงเรื่องนั้น" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แฝงความดุดันและบาดลึกจนรินรดายังต้องผะเผงถอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณรู้อะไรบ้างรินรดา คุณรู้ตื้นเขินแค่ไหนถึงกล้าเอาเรื่องความผิดพลาดในอดีตมาพูดจาประชดประชันผมตรงนี้" "ฉันรู้ว่าคุณกำลังแบกรับความรู้สึกผิดบ้าๆ นั่นอยู่ไง!" รินรดาเสียงสั่น รั้นขึ้นมาโดยไม่ยอมหลบสายตา "เพราะเหตุการณ์ตึกถล่มที่ปริมณฑลวันนั้น ทำให้คุณกลายเป็นไอ้บ้างานที่เข้มงวดกับทุกซม.จนเกินพอดี... และตอนนี้ เพราะคุณกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย คุณถึงปฏิเสธที่จะฟังคำเตือนเรื่องการเสริมฐานรากตั้งแต่สัปดาห์ก่อน!" ความจริงที่ถูกกระแทกใส่หน้าทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างเหล็กกล้าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะเยาะเย้ยความเปราะบางของมนุษย์ อคินไม่เถียง เขาทำเพียงแค่เสมองไปทางอื่น ขากรรไกรขบกันแน่นจนขึ้นสัน นัยน์ตาคมเข้มฉายแววเจ็บปวดที่พยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง ใช่... เขากลัว เขากลัวความผิดพลาดซ้ำรอย กลัวภาพเศษปูนถล่มทับคนงานในอดีตจะกลับมาหลอน และที่สำคัญที่สุด... เขากลัวว่าความผิดพลาดครั้งนี้จะลากเอารินรดาลงเหวไปด้วย แต่เขากลับเลือกที่จะผลักไสเธอด้วยวาจาร้ายกาจ แทนที่จะโอบกอดเธอไว้ในยามที่หัวใจกำลังพังทลาย "ถ้าคุณคิดว่าผมมัน incompetent (ไร้ความสามารถ) ขนาดนั้น ก็เชิญไปฟ้องบริษัทแม่ให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าวิศวกรซะสิครับ อย่ามาเสียเวลา đứng เถียงกับคนไร้น้ำยาอย่างผมตรงนี้เลย" อคินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ เตรียมเดินดุ่มๆ ลงไปสำรวจหน้างานด้านล่าง รินรดานิ่งงันไปชั่ววินาที ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเจ็บแปลบในอก เธอเกลียดนัก... เกลียดท่าทีผลักไสและแบกโลกไว้คนเดียวของไอ้ผู้ชายปากแข็งคนนี้ หมับ! มือเรียวเล็กคว้าเข้าที่ข้อแขนแกร่งของอคินไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้อคินต้องชะงักและหันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ ในเสี้ยววินาทีนั้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางอากาศเย็นยามค่ำคืน "ปล่อยครับ..." อคินเอ่ยเสียงพร่า หลบสายตาคู่สวยที่มองมาอย่างลึกซึ้ง "ไม่ปล่อย!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาแต่ไม่ยอมไหลลงมา "ฉันไม่สนใจอดีตบ้าบออะไรนั่นหรอกอคิน! แต่ปัจจุบัน... คุณกำลังจะพังเพราะความดื้อรั้นของตัวเอง ฟังฉันบ้างไม่ได้หรือไงว่าเราจะแก้ปัญหานี้ด้วยกันได้!" อคินจ้องมองใบหน้าเนียนที่รั้นสุดขั้วแต่แฝงความห่วงใยไว้อย่างปิดไม่มิด หัวใจที่ด้านชามาตลอดสามปีคล้ายถูกค้อนทุบจนร้าวลึก เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่นๆ อยากบอกความจริงทั้งหมด อยากซบหน้าลงกับไหล่บางๆ นั้นเพื่อพักพิง... แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีก็คอยดึงรั้งเขาไว้ มือหนายื่นออกไปหมายจะแกะมือเรียวที่กำแขนเขาไว้ออกอย่างนุ่มนวล แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วของพวกเขาสัมผัสกันจนกระแสไฟฟ้าความรู้สึกแล่นพล่านไปทั่วร่าง... "ว้าว... บรรยากาศน่านั่งจิบกาแฟคุยงานกันจังเลยนะครับเนี่ย ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นคุณอคินผู้ไร้พ่าย กำลังมุมิอยู่กับคุณสถาปนิกคนเก่งท่ามกลางซากปรักหักพังแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำกวนประสาทดังขึ้นจากความมืดตรงทางขึ้นบันไดชั่วคราว อคินและรินรดาสะดุ้งผละออกจากกันทันที ร่างสูงโปรغتของชายหนุ่มในสูทเนียบกริบก้าวออกมาจากเงานืด รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนมุมปากคมคาย ดวงตาคมปลาบมองตรงมาที่อคินด้วยแววตาสمเพชเจือความท้าทาย "สวัสดีครับคุณอคิน... ไม่ได้เจอกันนานนะ ตั้งแต่วันที่โปรเจกต์มรณะของคุณพังคามือเมื่อสามปีก่อนโน้น... จำผมได้ใช่ไหมครับ?" อคินชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน—บุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในโลกนี้กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวและแวะมาส่งกำลังใจให้ "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%