เสียงก๊อกน้ำในแพนทรีสำนักงานที่หยดติ๋ง ๆ กลายเป็นจังหวะเดียวที่คั่นกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ยามตีสองครึ่ง กองกระดาษไขแปลนโครงสร้างและโมเดลกระดาษชานอ้อยถูกรื้อกระจัดกระจายเต็มโต๊ะยาวราวกับสนามรบขนาดย่อม
รินรดายกมือขึ้นขยี้ตาใต้กรอบแว่นสายตาอย่างอ่อนล้า เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้ลวก ๆ เริ่มหลุดรุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าเรียว ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นขณะจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงตัวเลขแรงเฉือนของคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเธอกับเขากำลังเถียงกันมาตั้งแต่สี่ทุ่ม
“ถ้าคุณยังดึงดันจะลดความหนาของเสาตรงโซนแกลเลอรีลงอีกสิบเซนติเมตรเพื่อเอาใจกรรมการประกวด ผมแนะนำให้คุณเอาแบบนี้ไปพับกระดาษเล่นที่บ้านดีกว่าครับ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยਨชาดังขึ้นทำลายความเงียบ อคินในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่ง ท่าทางของเขาดูน่ารำคาญใจเป็นที่สุดในสายตาเธอ มือหนากำปากกาหมึกซึมราคาแพงหมุนเล่นไปมาบนโต๊ะ สายตาคมกริบมองตรงมาที่เธอราวกับจะทะลุผ่านสมองเธอก็ไม่ปาน
“คุณอคินคะ... เอ่อ ขอโทษทีค่ะ พอดีปากมันชิน” รินรดาเสยผมลวก ๆ แล้วจิกตากลับอย่างไม่เกรงกลัว “สถาปัตยกรรมมันต้องมีพื้นที่หายใจค่ะคุณวิศวกร ถ้าฉันทำตามใจคุณ ตึกนี้คงออกมาหน้าตาเหมือนแท่งคอนกรีตดองศพ ไม่มีใครอยากเดินเข้ามาเหยียบหรอกค่ะ”
“ตึกที่ไม่มีโครงสร้างมารองรับต่างหาก ที่สุดท้ายจะพังลงมาทับหัวคนออกแบบตายคาซาก” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า “ผมเตือนด้วยความหวังดีในฐานะคนที่ต้องเซ็นชื่อรับรองความปลอดภัย ไม่ใช่ในฐานะคนที่ยอมจำนนต่อจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณ”
“ความเพ้อเจ้อของฉันมันทำเงินรางวัลมาหลายเวทีแล้วค่ะคุณอคิน” รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวลงไปค้ำโต๊ะเข้าหาเขาอย่างคุกคาม ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ “หรือว่าที่คุณกลัวนักกลัวหนา เพราะคุณคำนวณโครงสร้างที่ซับซ้อนแบบนี้ไม่ได้กันแน่คะ?”
อคินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมคายเขaวขึ้นวับเมื่อถูกท้าทาย สัญชาตญาณความเป็นชายและวิศวกรผู้ไม่เคยยอมแพ้ใครทำให้เขาขยับเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเธอ ร่างสูงโปร่งของวิศวกรหนุ่มกดดันให้สถาปนิกสาวต้องแหงนหน้ามอง แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความดื้อรั้นที่ลุกโชน
“คุณคิดว่าผมไม่กล้า?” อคินโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟดำเป่ารดข้างแก้มเนียนจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ถ้าผมทำตามที่คุณต้องการได้ทั้งหมดโดยที่ตึกไม่ถล่มลงมาก่อน คุณจะยอมเลี้ยงข้าวผมเจ็ดวันติด... กล้าไหมล่ะครับ?”
“ถ้าคุณทำได้จริง ฉันเลี้ยงสิบวันยังได้เลยค่ะ!” รินรดาเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ บนตัวเขา กลิ่นไม้สนผสมกับความเย็นเยียบที่ชวนให้ใจสั่นอย่างประหลาด “แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณต้องเป็นคนเลี้ยงกาแฟฉันทุกมื้อตลอดโปรเจกต์นี้ ตกลงไหม?”
“ดีมาก” อคินกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็น มันทั้งร้ายกาจและมีเสน่ห์จนแทบละสายตาไม่ได้ “เตรียมตัวกระเป๋าฉีกไว้ได้เลย รินรดา”
เขากลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้รินรดายืนค้างอยู่ท่าเดิมด้วยความรู้สึกหงุดหงิดปนหมั่นไส้ เธอทรุดตัวลงนั่งตามเดิม คว้าแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดมาดูดแก้เก้อ พลางลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาที่เริ่มก้มหน้าก้มตาคำนวณตัวเลขยิก ๆ ลงบนกระดาษร่างอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงเคาะแป้นพิมพ์และเสียงขีดเขียนเส้นสายบนกระดาษคือภาษาเดียวที่พวกเขาสื่อสารกันในยามวิกาล ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินสติของคนทั้งคู่ รินรดาเริ่มฟุบหน้าลงแนบกับท่อนแขนตัวเองบนโต๊ะทำงาน เปลือกตาบางหนักอึ้งจนแทบจะปิดลง
“อย่าเพิ่งหลับครับ งานยังไม่เสร็จ” เสียงทุ้มเอ่ยปรามเบา ๆ แต่ไม่มีแววเสียงดุเหมือนก่อนหน้า
“ฉัน... ง่วงจะตายอยู่แล้วนะคุณอคิน” รินรดาตอบเสียงอู้ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา “ถ้าพรุ่งนี้งานพัง คุณก็รับผิดชอบไปคนเดียวเลย...”
อคินชะงักมือที่กำลังถือดินสอ เขาหันมามองร่างบางที่เริ่มหายใจสม่ำเสมอด้วยความเหนื่อยอ่อน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อสูทตัวนอกของตนเองมาคลุมไหล่ให้เธออย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วโป้งเผลอเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา
ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
“อคิน ดึกดื่นค่ำคืนทำไมยังไม่กลับคอนโด... อ้าว น้องรินก็อยู่ด้วยหรอครับเนี่ย ขยันกันจริง ๆ คู่รัก... เอ๊ย คู่หูคู่นี้”
เสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่สามดังแทรกเข้ามา พร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเนี๊ยบ อคินชักมือกลับทันที สีหน้าเปลี่ยนกลับมาเรียบตึงเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาสดุ้งตื่นเต็มตา หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาตกใจปนระแวง
ราชันย์หอกทมิฬขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ
เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 13
เกมจ้องตา
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!