เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 12

เมื่อใครบางคนก้าวเข้ามา

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“คุณดูจะให้ความสนใจกับ ‘คนนอก’ มากไปหน่อยนะครับ คุณรินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำของอคินไม่ได้ดังนัก แต่มันกรีดผ่านความเงียบในห้องประชุมจนบรรยากาศเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง เขายืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดไม่ได้จับจ้องไปที่พิมพ์เขียวบนโต๊ะ แต่กลับล็อกเป้าหมายไปที่ชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เพิ่งก้าวเข้ามา 'ธัชพล' คือชื่อของเขา คู่แข่งทางธุรกิจที่รินรดาเคยร่วมงานด้วยในโปรเจกต์ระดับประเทศ ชายหนุ่มส่งยิ้มพรายที่ดูมั่นใจเกินควรมาให้ ก่อนจะถือวิสาสะขยับเข้าไปใกล้รินรดาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ “งานโปรเจกต์ใหม่นี่ดูท้าทายดีนะริน แต่จะดีกว่าไหมถ้าคุณเลือกมืออาชีพที่ ‘เข้าใจ’ รสนิยมคุณจริงๆ มาร่วมทีม” ธัชพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในสายตาคนฟังอย่างอคิน มันคือน้ำเสียงที่แฝงความหยามหมิ่นในฐานะวิศวกรที่ดูแลโปรเจกต์นี้อยู่ รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาเรียวสวยวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่สะทกสะท้านกับการรุกรานพื้นที่ส่วนตัวแม้แต่น้อย “มืออาชีพน่ะมีเยอะครับคุณธัช แต่คนที่ทำงานร่วมกับคน ‘เอาแต่ใจ’ อย่างฉันได้โดยไม่ประสาทกินไปก่อน... ดูเหมือนจะมีไม่กี่คนหรอก” รินรดาตอกกลับด้วยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศในห้องสั่นไหว เธอหันมาสบตาอคินแวบหนึ่ง ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ อคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรอยนูน เขาเกลียดรอยยิ้มแบบนั้นของธัชพล และเกลียดกว่าที่รินรดาปล่อยให้มันเกิดขึ้นในพื้นที่ของเขา เขาก้าวเท้าออกมาจากมุมมืด ท่าทางการเดินที่ดูสุขุมเยือกเย็นกลับกดดันคนทั้งห้องได้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก อคินหยุดยืนแทรกกลางระหว่างรินรดากับธัชพล ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มบังมิดจนร่างบางของสถาปนิกสาวเกือบหายไปข้างหลัง “ขอโทษทีนะคุณธัช พอดียัยนี่... หมายถึงคุณรินรดา เขามีเงื่อนไขเรื่องการเลือกคนทำงานค่อนข้างสูง” อคินเน้นคำว่า 'ยัยนี่' ด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเรียบที่สุด แต่มันกลับฟังดูเหมือนการประกาศสิทธิ์ในตัวอีกฝ่ายอย่างชัดเจน “โดยเฉพาะกับคนที่ชอบ ‘เสนอตัว’ มากกว่า ‘เสนอผลงาน’ ผมว่าคุณรินเขาไม่เสียเวลาฟังหรอกครับ” ธัชพลชะงัก สีหน้าเรียบเนียนเริ่มมีรอยร้าว “อคิน... คุณกับรินทำงานด้วยกันมาสักพักแล้วนี่ ไม่คิดว่าถึงเวลาที่ต้องให้เขามีอิสระในการตัดสินใจบ้างหรือไง? การกดทับความสามารถคนอื่นน่ะ ไม่ใช่สไตล์ของวิศวกรที่ดีหรอกนะ” รินรดาขยับตัวก้าวออกมาจากหลังแผ่นหลังกว้างของอคิน เธอไม่ได้หลบซ่อน แต่นัยน์ตาเธอกลับฉายแววสนุกสนานที่ได้เห็น 'เสือ' หวงถิ่น “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณธัช อคินเขาไม่ได้กดทับอะไรฉันหรอก... เขาแค่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเกินเหตุไปหน่อยเท่านั้นเอง” รินรดาแสร้งถอนหายใจยาว “เอาเป็นว่าข้อเสนอของคุณฉันขอเก็บไว้พิจารณาแล้วกัน แต่ตอนนี้... ฉันคิดว่าคุณคงต้องเชิญออกไปก่อน พอดีเรามีเรื่อง ‘ส่วนตัว’ ที่ต้องเคลียร์กันต่อน่ะครับ” คำว่า 'เรื่องส่วนตัว' กระแทกใจคนฟังจนอคินถึงกับชะงัก เขาสบตารินรดาที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอรู้ดีว่าคำพูดนี้จะจุดชนวนอะไรในตัวเขา เมื่อธัชพลจำใจเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ฝืนทำ ประตูกระจกบานใหญ่ก็ปิดสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนสองคนในห้องที่ไร้ผู้คน อคินสาวเท้าเข้าหาแทบจะทันที เขาต้อนรินรดาจนแผ่นหลังบางชิดกับโต๊ะวางแบบ ร่างสูงโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของวงแขนแกร่ง กลิ่นน้ำหอมสะอาดปนกลิ่นกระดาษเขียนแบบประจำตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบขาดใจ “เมื่อกี้พูดอะไรออกไป รู้ตัวไหมรินรดา?” น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับ รินรดากลืนน้ำลายลงคอ แม้จะปากเก่งแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้ เธอก็แทบจะคุมจังหวะหัวใจตัวเองไม่อยู่ “ฉันก็แค่พูดความจริง... หรือคุณอยากจะปฏิเสธล่ะว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันพูด?” เธอเงยหน้าท้าทาย ทั้งที่หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก อคินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้าของเธอ เขากดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ราวกับต้องการค้นหาคำตอบอะไรบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ “ถ้าฉันเป็นเจ้าของ... ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนเข้ามาใกล้คุณเกินระยะที่ฉันกำหนดอีก” อคินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ สัมผัสที่แฝงความหวงแหนและกดดันทำเอารินรดาหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นขัดจังหวะห้วงเวลาที่กำลังวิกฤต “คุณอคินครับ... คุณรินรดาครับ ขอโทษที่รบกวนครับ แต่ว่ามีเรื่องด่วนจากไซต์งานแจ้งเข้ามา... เหมือนว่าโครงสร้างหลักของตึกที่เพิ่งอนุมัติไปจะมีปัญหาวิกฤต!” อคินผละตัวออกจากรินรดาทันที ใบหน้าคมคายกลับมาเคร่งขรึมและเย็นชาดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาของเขายังคงทิ้งรอยคำถามที่รินรดาไม่สามารถหาคำตอบได้ทัน เมื่ออคินหันหลังเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นโหมดทำงานเต็มตัว รินรดาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มยืนรออยู่หน้าประตู เขาไม่ใช่คนงานที่ไซต์งาน แต่คือ 'เจ้าของบริษัท' ที่อคินและเธอสังกัดอยู่... ชายที่ถือครองความลับบางอย่างซึ่งอาจทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นของพวกเขาได้ในพริบตาเดียว อคินหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความกังวลอย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ลืมเรื่องเมื่อกี้ไปซะ... เรามีเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นต้องจัดการแล้วครับ” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ตัวละครของผมมาตลอดนะครับ ราชันย์หอกทมิฬครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%