เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 14

จังหวะหยอกล้อ

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนกินยาขมหมอแผนโบราณใส่ผมแบบนั้น ผมเกรงว่าโปรเจกต์คอนโดมิเนียมริมน้ำนี่ คงต้องเปลี่ยนให้สถาปนิกอินดี้อย่างคุณไปนั่งคุมงานคนเดียวตั้งแต่ฐานรากยันทาสีหลังคาแล้วล่ะครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด หลังจากร่างสูงในชุดสูทเนี๊ยบของ 'ภาคภูมิ' ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อคินชักมือของตนเองกลับทันทีอย่างแนบเนียนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าดวงตาสคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที เขากลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนด้วยการยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบเบาๆ ปรับสีหน้ากลับมาเรียบตึงเย็นชาตามแบบฉบับของวิศวกรโครงสร้างผู้สมบูรณ์แบบผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ขณะเดียวกัน รินรดาก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ความตกใจ เธอรีบดึงสติกลับมาแล้วถอยหลังเว้นระยะห่างจากโต๊ะทำงานของอคินโดยอัตโนมัติ สองตาเรียวรีคมกริบมองค้อนผู้มาใหม่ที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง "ท่านประธานมีธุระอะไรด่วนถึงต้องบุกมาถึงออฟฟิศหน้างาน หรือว่าโครงสร้างฝั่งทิศเหนือมีปัญหาอะไรที่คุณอคินเขาคำนวณพลาดกันแน่คะ ถึงต้องมาเช็คความเรียบร้อยด้วยตัวเอง" รินรดาเอ่ยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความร้อนผ่าวบนพวงแก้มที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เกือบจะเลยเถิด เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ ยิ่งเป็นต่อหน้าผู้ชายปากร้ายอย่างอคินด้วยแล้ว เธอยิ่งต้องเชิดหน้าสู้ไม่ยอมถอย "ฮ่าๆๆ พูดจาคมคายสมเป็นสถาปนิกคนเก่งประจำโครงการจริงๆ นะครับคุณรินรดา แต่เปล่าเลยครับ โครงสร้างไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ฝั่งคุณอคินเขารับประกันความแข็งแรงระดับตึกถล่มแต่โครงสร้างหลักยังยืนหยัดได้อยู่แล้ว... เพียงแต่ผมแค่ผ่านมาตรวจความคืบหน้า แล้วบังเอิญเห็นบรรยากาศในห้องนี้มันดู... เอิ่ม น่าสนใจเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ" ภาคภูมิยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน สายตาเจ้าเล่ห์มองสลับระหว่างวิศวกรหนุ่มมาpนิ่งกับสถาปนิกสาวหน้าหวานที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทาย อคินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะด้วยความนิ่งสนิท ทว่าสันกรามของเขากลับขบเข้าหากันแน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมปรายมองเพื่อนร่วมงานพ่วงตำแหน่งผู้บริหารด้วยแววตาตำหนิเงียบๆ "ถ้าตรวจงานเสร็จแล้ว เชิญทางห้องประชุมใหญ่ได้เลยครับคุณภาคภูมิ ทางผมกับคุณรินรดากำลังเคลียร์รายละเอียดเรื่องแนวท่อระบบปรับอากาศที่ทับซ้อนกับคานรับน้ำหนักหลักอยู่พอดี ซึ่งมัน... ต้องใช้เวลาถกเถียงกันอีกยาว" อคินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ถกเถียง' พร้อมกับปรายตาคมกริบมาทางรินรดาเชิงท้าทาย "อ๋อเหรอครับ... การถกเถียงเรื่องท่อแอร์นี่มันทำให้คุณอคินต้องยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มของสถาปนิกเขาเลยหรือเปล่าครับเนี่ย" ภาคภูมิแกล้งหยอกเย้าต่ออย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของวิศวกรหนุ่มเลยแม้แต่น้อย "คุณภาคภูมิครับ!" รินรดาแหวขึ้นเสียงดังด้วยความหมั่นไส้ ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับพิรุธได้อย่างตรงจุด เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ "ถ้าไม่มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบแปลน เชิญท่านประธานไปตรวจดูหน้างานโซน B ต่อได้เลยค่ะ ทางนี้เราสองคน... ยืนยันว่าจะเคลียร์กันให้จบโดยไม่ต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกค่ะ" "โอho ดุเป็นแมวป่าเลยนะครับเนี่ยสมเป็นคุณริน..." ภาคภูมิหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโบกมือยอมแพ้แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างรู้กาลเทศะ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับอบอวลไปด้วยคลื่นความร้อนระอุบางอย่างที่ยังคงค้างคาอยู่กลางอากาศ ประตูกลปิดสนิทลงแล้ว อคินยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสคมกริบมองตามร่างบางที่ตอนนี้หันไปหยิบม้วนกระดาษพิมพ์เขียวขึ้นมาคลี่ดูเพื่อหลบสายตาเขา "ปากเก่ง" อคินพ่นคำนี้ออกมาเบาๆ แต่จงใจให้คนฟังได้ยินชัดเจน รินรดาสะดุ้ง ชะงักมือที่กำลังถือปากกาเคมี แล้วหันขวับกลับมาเผชิญหน้าทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี "ฉันจะปากเก่งยังไงก็เรื่องของฉันค่ะ ดีกว่าพวกปากแข็งแต่แอบทำเนียนฉวยโอกาสตอนคนอื่นเผลอ... ก็แล้วกัน!" อคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มหยันอย่างเหนือกว่า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่รินรดายืนอยู่ ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณจนสะโพชนุ่มไปชนกับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง ไม่มีทางให้ถอยหนีได้อีก "ผมเนี่ยนะ... ฉวยโอกาส" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู น้ำเสียงเจือความแหบพร่าอันตรายที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของรินรดากระตุกวูบ อคินโน้มตัวลงมาใช้มือแกร่งทั้งสองข้างค้ำยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยเข้ามาชวนให้สติกระเจิง "ถ...ถอยไปนะคุณอคิน คุณจะทำอะไร" รินรดาพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ด้วยสองมือ แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนนั่นกลับแข็งราวกับแผ่นปูนที่เธอไม่มีทางดันให้ขยับได้เลย "ก็แค่จะพิสูจน์ให้สถาปนิกปากเก่งฟังดูสักครั้ง..." อคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส รินรดาหลับตาปี๋ หัวใจเต้นรำถี่รัวราวกับกลองเพลจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอเตรียมใจรับคำพูดขסטบาดหูหรือการหยอกเย้าแบบฉบับคนซึน แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่คำพูดเหน็บแนมอย่างที่คิด "ว่าการที่ผมเข้าใกล้คุณ... มันไม่ใช่เพราะความบังเอิญ" ดวงตากลมโตลืมขึ้นมองสบกับนัยน์ตาสีเข้มล้ำลึกที่ฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากโต้เถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ! คนงานบอกว่าเสาเข็มโซน C เกิดทรุดตัวลงกะเพราะดินสไลด์ รีบออกไปดูด่วนเลยครับ!" อคินผละตัวออกห่างจากรินรดาในเสี้ยววินาที สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารีบคว้าหมวกนิรภัยบนโต๊ะมาสวมแล้วหันมามองสถาปนิกสาวที่ยืนหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกับข่าวร้าย "ตามผมมา" อคินเอ่ยสั้นๆ เสียงเข้มทรงพลัง ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของรินรดาให้ก้าวเดินตามออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่หน้างานที่มีวิกฤตรออยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางเสียงเอะอะโกลาหลและฝุ่นควันตลบอบอวลของหน้างานก่อสร้างโซน C อคินกระชับมือที่กุมข้อมือของรินรดาแน่นขึ้นโดยไม่ยอมปล่อย แม้ในยามวิกฤตที่โครงสร้างกำลังสั่นคลอน สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของวิศวกรหนุ่มกลับกลายเป็นเซฟโซนเดียวที่มั่นคงที่สุด ทว่าเมื่อทั้งคู่มาถึงขอบหลุมฐานรากขนาดใหญ่ที่กำลังทรุดตัวลง สายตากลับต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่า รอยร้าวบนผนังกันดินไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ... แต่มีร่องรอยการตัดเฉือนของเหล็กโครงสร้างชิ้นสำคัญโดยฝีมือมนุษย์!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวิศวกรกับสถาปนิกจอมขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%