“ถ้าคุณพายยังปฏิเสธอีกสามวินาทีนี้ รินจะถือว่ากองเอกสารสมัครสมาชิกชมรมร้อยกว่าชุดนี่ จะตกเป็นภาระของบรรณารักษ์สุดหล่อแต่ใจร้ายไปตลอดกาลนะคะ”
ปลายนิ้วเรียวของรินเคาะลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวในมุมอับสายตาของห้องสมุด เสียงนั้นดัง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะ ราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังเร่งเร้าให้พายต้องเลือกทางเดินสักทาง ระหว่างการนั่งจมอยู่กับกองกระดาษรายงานสถิติการยืมคืนหนังสือที่น่าเบื่อหน่าย กับการก้าวเท้าเข้าสู่โลกวุ่นวายของชมรมหนังสือที่มีหญิงสาวร่าเริงคนนี้เป็นศูนย์กลางแรงโน้มถ่วง
พายขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟนีออนนวลตาในห้องสมุดจนบังประกายตาไหววับชั่วขณะ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ถ่วงเวลาอยู่เกือบห้าวินาทีเต็ม—ซึ่งนานกว่าที่รินยื่นคำขาดเสียอีก
“ชมรมหนังสือของคณะอักษรศาสตร์ไม่ได้มีไว้สำหรับคนคณะวิทยาศาสตร์อย่างผมหรอกครับ... เอ้อ หมายถึง... ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะเหมาะกับคนรักความสงบแบบนี้นะคะ” พายเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา แต่ไหวตัวทันเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของหญิงสาวตรงหน้า รินมักจะจับสังเกตความประหม่าของเขาได้เสมอ ไม่ว่าเขาจะพยายามสร้างกำแพงความเย็นชาหนาเตอะแค่ไหนก็ตาม
“ใครบอกล่ะคะว่าชมรมหนังสือมีไว้แค่คนคณะอักษรฯ” รินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษหนังสือเก่าผสมกับกลิ่นดอกไม้ป่าลอยละลิ่วมาแตะจมูกของพาย ทำให้ชายหนุ่มต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ชมรมของเราเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีหัวใจรักการอ่าน และ...เอ่อ... คนที่กำลังต้องการเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารกลางวัน ไม่ให้เหงาจนเกินไปในยามบ่ายไงคะ”
ประโยคหลังรินลดเสียงลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงเข้ามาในดวงตาของพายผ่านเลนส์แว่น สายคู่นั้นไม่ได้กดดัน แต่มันเต็มไปด้วยความใส่ใจที่เปี่ยมล้นจนพายรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู เขาแสร้งทำเป็นก้มลงจัดเรียงแฟ้มประวัติการยืมหนังสือประพันธ์ของดอสโตเยفسكีย์ เพื่อซ่อนรอยยิ้มบางเบาที่เผลอหลุดออกมา
ความจริงแล้ว... ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกของพายไม่ได้เงียบเหงาเท่าเดิมอีกต่อไป ตั้งแต่รินก้าวเข้ามาทำหน้าที่อาสาสมัครช่วยจัดชั้นหนังสือหมายเลข 7 เสียงหัวเราะเบาๆ เสียงพลิกหน้ากระดาษ และบทสนทนาสั้นๆ ระหว่างชั้นหนังสือ ก็กลายเป็นจังหวะชีวิตใหม่ที่เขาเฝ้ารออย่างเงียบๆ
“ก็ได้ครับ... เอ๊ย! ก็ได้ค่ะ” พายเกือบหลุดปากอีกรอบด้วยความประหม่า เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้นแต่โดยดี “ผม—ฉันจะลองไปร่วมประชุมชมรมกับคุณดูสักครั้ง แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันเป็นคนพูดไม่เก่ง และคงไม่เหมาะกับกิจกรรมสันทนาการเสียงดังๆ พวกนั้นหรอกนะคะ”
รินปรบมือเบาๆ ด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับจนพายรู้สึกว่าแสงไฟในห้องสมุดดูหมองลงไปถนัดตา “เย้! ตัดสินใจถูกแล้วค่ะคุณพาย รับรองว่าชมรมหนังสือของเราไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกค่ะ บรรยากาศอบอุ่นเหมือนจิบโกโก้ร้อนๆ ในวันฝนพรำเลยล่ะค่ะ”
การประชุมชมรมหนังสือประจำสัปดาห์จัดขึ้นที่ห้องประชุมเล็กๆ ชั้นสองของตึกอักษรศาสตร์ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดและกระดาษพิมพ์ใหม่ บนโต๊ะไม้ยาวมีหนังสือนานา A5 วางกองอยู่ระเกะระกะ สมาชิกในชมรมมีราวๆ สิบกว่าคน ทุกคนต่างกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสเกี่ยวกับวรรณกรรมคลาสสิกเล่มล่าสุด
ทันทีที่พายก้าวเข้ามาพร้อมกับริน เสียงพูดคุยในห้องก็เงียบลงชั่วขณะ สายตาทุกคู่หันมามองบรรณารักษ์หนุ่มมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น พายรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาขยับปกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของตัวเองอย่างประหม่า สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขาหันหลังกลับและวิ่งหนีออกไปจากที่นี่เสีย แต่รินกลับเอื้อมมือมาแตะข้อศอกของเขาเบาๆ เพียงสัมผัสแผ่วเบานั้น กลับสร้างกระแสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ช่วยดึงสติของพายให้กลับคืนมา
“ทุกคนคะ นี่คือคุณพาย บรรณารักษ์สุดหล่อประจำห้องสมุดกลางของเราค่ะ วันนี้เขาใจดีมาร่วมแจมชมรมเราด้วยนะ” รินแนะนำด้วยน้ำเสียงสดใสและเป็นกันเอง ช่วยละลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดลงได้อย่างรวดเร็ว
สมาชิกในชมรมส่งเสียงแซวเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มต้อนรับ พายโค้งศีรษะทักทายอย่างสุภาพตามวิสัย แล้วเดินตามรินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวริมหน้าต่าง ซึ่งมองออกไปเห็นสนามหญ้าสีเขียวขจีและเงาไม้ใหญ่ที่ทอดตัวยาวในยามบ่าย
กิจกรรมในชมรมเริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด พายทำได้เพียงนั่งฟังเงียบๆ คอยหยิบจับปากกามาหมุนเล่นในมือเพื่อแก้เขิน แต่เมื่อหัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาเป็นวรรณกรรมแนวไซไฟและปรัชญาที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ แววตาของพายก็เริ่มเปลี่ยนไป
“ผมคิดว่า... การเดินทางข้ามเวลาในเรื่องนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความพยายามที่จะแก้ไขอดีตหรอกครับ...” พายเผลอเปล่งเสียงออกมาท่ามกลางความเงียบ ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว พายชะงักไปเล็กน้อย หน้าแดงเรื่อด้วยความเขินอาย แต่รินที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับส่งยิ้มให้กำลังใจพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ “เอ่อ... ฉันหมายถึง มันเป็นแค่การยอมรับความจริงที่ว่า ทุกช่วงเวลาที่เราผ่านมา ไม่ว่าจะเจ็บปวดหรือสวยงาม มันล้วนแต่ประกอบสร้างให้เรากลายเป็นเราในวันนี้ต่างหากล่ะคะ”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความลึกซึ้งและจริงจังสะกดให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ รินมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ภายใต้ท่าทีที่เย็นชาและกรอบแว่นหนานั้น พายจะซ่อนมุมมองต่อโลกและชีวิตที่งดงามและเปราะบางเอาไว้มากมายขนาดนี้
การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นและอบอุ่น จนกระทั่งใกล้เวลาเลิก กิจกรรมกระชับสัมพันธ์ที่รินเตรียมไว้ก็มาถึง—การจับฉลากแลกเปลี่ยนหนังสือในดวงใจ พร้อมกับเขียนความรู้สึกสั้นๆ ลงในที่คั่นหนังสือ เพื่อส่งต่อให้เจ้าของคนใหม่
พายจับได้กระดาษแผ่นเล็กที่เขียนชื่อหนังสือเล่มหนึ่งไว้ เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เพราะมันคือหนังสือบทกวีเก่าแก่ที่เขาเคยตามหามานานหลายปีและถูกยืมออกไปอย่างไร้ร่องรอย และเมื่อเขาพลิกดูที่คั่นหนังสือกระดาษสีชมพูอ่อนที่เสียบอยู่ด้านใน ลายมือคุ้นตาอันเป็นเอกลักษณ์ก็ปรากฏขึ้น
*“หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยพาคุณพายเดินทางออกจากเกาะส่วนตัวที่ชื่อว่า ‘ความเหงา’ ไปได้นะคะ... จากคนที่แอบมองรอยยิ้มหลังชั้นหนังสือหมายเลข 7”*
พายหัวใจเต้นรำกระหน่ำในอก เขารีบเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหาริน แต่ทว่า... เก้าอี้ข้างกายเธอกลับว่างเปล่า รินหายตัวไปจากห้องประชุมเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และความอบอุ่นที่ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ
พายรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องประชุมเพื่อตามหาหญิงสาว ทว่าเมื่อเขาเดินมาถึงโถงทางเดินหน้าห้องสมุด กลับพบใครบางคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงโปรดของกวิน เพื่อนสนิทของรินยืนกอดอกพิงผนัง ใบหน้าคมคายนั้นไม่ได้มีรอยยิ้มกวนๆ เหมือนทุกที แต่แววตากลับจริงจังและเต็มไปด้วยความอึดอัดบางอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณพายครับ... ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยเกี่ยวกับริน” กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “เรื่องที่คุณกับเธอกำลังเล่นเกมรับส่งความรู้สึกกันอยู่เนี่ย... คุณรู้ตัวไหมครับว่ามันกำลังจะทำให้คนอื่นเจ็บปวดขนาดไหน”
จากใจ: ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 7
กิจกรรมชมรมหนังสือ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!