บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 8

เพื่อนใหม่ หรือ คนที่ใช่

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ถ้าคุณจะจ้องมองรินแบบนั้นอีกแค่นาทีเดียว ผมเกรงว่าหนังสือในมือคุณคงจะไม่ได้อ่านหรอกครับ เพราะมันอาจจะไหม้เกรียมไปเสียก่อน” เสียงทุ้มต่ำของพายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดส่วนตัวที่มุมตึกคณะอักษรฯ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากบันทึกการยืมคืนในมือ แต่ประโยคนั้นกลับเฉียบคมพอจะทำให้กวินที่ยืนพิงชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวถึงกับชะงัก กวินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือสมุดโน้ตเล่มหนาบีบสันหนังสือแน่นขึ้นจนขึ้นข้อขาว “คุณมั่นใจจังนะพาย ว่ารินจะสนใจคนที่มีชีวิตอยู่แต่ในโลกของกระดาษมากกว่าโลกแห่งความเป็นจริงอย่างคุณ” พายหยุดมือที่กำลังปั๊มตราวันที่บนบัตรยืมหนังสือ เขาค่อยๆ ดันกรอบแว่นสายตาให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมหลังเลนส์ใสคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความนิ่งเฉย แต่มีความรู้สึกบางอย่างที่เต้นตุบอยู่ข้างใน เหมือนคลื่นใต้น้ำที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ “ความเป็นจริงของเธอคืออะไรครับ?” พายถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าบาดลึก “คือมิตรภาพที่ยาวนานจนคุณคิดว่ามันค้ำประกันความรักได้ หรือคือรอยยิ้มที่เธอมอบให้เวลาที่เธอเจอสิ่งที่เธอรักจริงๆ... ซึ่งดูเหมือนจะไม่ใช่คุณ” บรรยากาศในห้องสมุดดูจะลดอุณหภูมิลงทันที กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ที่เคยให้ความรู้สึกอบอุ่น กลับกลายเป็นความกดดันที่ตึงเครียด กวินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวยาว ร่างสูงโปร่งของเขาดูคุกคาม แต่นัยน์ตาที่พยายามปิดบังความรุ่มร้อนไว้กลับบอกเล่าความจริงที่ตรงกันข้าม “ผมรู้จักเธอดีกว่าใครพาย รินชอบอะไร เธอเกลียดอะไร แม้แต่ตอนที่เธอทำหน้าแบบไหนเวลาที่เธอโกหกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับใคร...” กวินเว้นจังหวะ ลมหายใจเขาถี่ขึ้นเล็กน้อย “แล้วคุณล่ะ? รู้จักเธอในฐานะบรรณารักษ์ที่คอยบริการ หรือรู้จักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังตกหลุมพรางความเหงาของคุณกันแน่?” พายวางปากกาลงบนโต๊ะ เสียงเหล็กกระทบไม้ดัง ‘กริ๊ก’ กังวาลไปทั่วห้อง เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบจะกลั้นหายใจ “ผมไม่เคยคิดจะสร้างกับดัก” พายกล่าวเสียงต่ำ “แต่ถ้าความสัมพันธ์ของเราสองคนมันทำให้คุณร้อนใจขนาดนี้ นั่นก็แปลว่าคุณเริ่มเห็นแล้วใช่ไหมครับ... ว่าตำแหน่งที่ยืนอยู่ข้างเธอมันไม่ได้มั่นคงอย่างที่คุณเคยเชื่อ” ประตูห้องสมุดไม้บานใหญ่ถูกผลักออกเบาๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย รินเดินถือแก้วชาอุ่นๆ สองแก้วเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอหยุดชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดอยู่ในอากาศระหว่างชายหนุ่มสองคน “อ้าว... คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ดูซีเรียสเชียว” รินเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาวางแก้วชาบนโต๊ะ เสียงใสๆ ของเธอเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองเพลิง ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว กวินปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาส่งยิ้มบางๆ ให้รินราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เปล่าหรอกริน แค่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการจัดหมวดหมู่หนังสือในชั้นที่ 7 น่ะ พายเขามีมุมมองที่... น่าสนใจดี” พายเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย เขารับแก้วชาจากมือริน นิ้วมือของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วเธอเพียงแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้กวินที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับกำหมัดแน่นในกระเป๋ากางเกง “งั้นเหรอ?” รินเลิกคิ้วมองทั้งคู่ด้วยสายตาสงสัย “แปลกจังนะ ปกติเห็นพวกคุณแทบไม่คุยกันเลย แต่วันนี้กลับดู... สนิทสนมกันจัง” “เรากำลังจะเริ่มบทสนทนาที่สำคัญกว่าเรื่องหนังสือแล้วครับริน” พายพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของริน “ใช่ไหม กวิน?” กวินเหยียดยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เขาขยับตัวออกห่างจากโต๊ะแล้วเดินไปหยิบหนังสือเล่มที่รินเคยฝากเขาหาจากชั้นวางหมายเลข 7 ขึ้นมา ก่อนจะหันกลับมาหาคนทั้งสองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “พอดีนึกขึ้นได้ว่าลืมธุระสำคัญน่ะ” กวินกล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้รินแล้วถือวิสาสะวางมือบนไหล่ของเธออย่างที่มักทำเสมอ เพื่อประกาศอาณาเขต “ริน... เราไปกันเถอะ ผมมีเรื่องที่อยากจะบอกคุณเกี่ยวกับที่คั่นหนังสือเล่มนั้นที่คุณตามหามานานน่ะ” รินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ “เรื่องที่คั่นหนังสือเหรอ? แต่ฉันว่าฉันเพิ่งเล่าไปเมื่อวานว่า...” “เถอะน่า” กวินขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น “เรามีที่ที่ต้องไปกันต่อ ผมเจอ ‘ร่องรอย’ บางอย่างที่ชั้นวางหมายเลข 7 เมื่อกี้... ร่องรอยที่พายอาจจะยังไม่ทันสังเกตเห็น” พายชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาวูบไหวเมื่อได้ยินคำว่า ‘ร่องรอย’ กวินไม่ได้เพียงแค่พูดลอยๆ แต่เขากำลังท้าทายสิ่งที่พายซ่อนไว้ในบันทึกเล่มนั้น “ไปกันเถอะริน” กวินดึงแขนเธอเบาๆ รินหันมามองพายด้วยแววตาลังเล เธอเห็นพายนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่างที่ทำให้ทั้งกวินและรินต้องหยุดกึก “เดี๋ยวครับ... ริน ถ้าคุณไปกับเขา คุณจะไม่ได้รู้ความลับของชั้นวางเลข 7 อย่างที่ควรจะเป็นนะครับ” รินหยุดเดิน เธอสลับมองใบหน้าของกวินที่ดูเคร่งเครียด และใบหน้าของพายที่ดูมีความลับซ่อนอยู่เต็มเปี่ยม กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกระซิบข้างหูรินที่ทำให้พายถึงกับกำมือแน่น “ไปกันเถอะริน ความลับน่ะ... ไม่ได้มีไว้ให้คนนอกได้รู้หรอก จริงไหมพาย?” กวินลากรินออกไปจากห้องสมุดทิ้งให้พายนั่งอยู่ลำพัง ทันทีที่ประตูปิดลง พายก็รีบหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากใต้โต๊ะ มันไม่ใช่สมุดยืมคืนธรรมดา แต่เป็นบันทึกส่วนตัวที่เขาซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือเล่มนั้นมาตลอด เขาเปิดไปที่หน้าสุดท้าย มือสั่นเทาเมื่อเห็นว่าข้อความที่เขาเขียนไว้ด้วยหมึกสีจางๆ... ถูกใครบางคนขีดฆ่าทิ้งและเขียนทับด้วยลายมือที่เขาจำได้แม่นว่าคือลายมือของรินเมื่อนานมาแล้ว! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%