บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 9

คำถามที่ไร้คำตอบ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“คุณเขียนมันขึ้นมาเพื่ออะไรคะ... บันทึกเล่มนี้” รินวางสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว เสียงที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นของเธอทำลายความเงียบงันภายในห้องสมุดส่วนลึก ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 ดูเหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อพายเงยหน้าขึ้นจากงานเอกสาร กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นฝนจางๆ ที่ลอยมาจากหน้าต่างบานเกล็ดอบอวลอยู่รอบตัวเขา พายไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสสันปกสมุดเล่มนั้นแผ่วเบา เหมือนกำลังสัมผัสกับบาดแผลที่ยังไม่ยอมตกสะเก็ด “บางคนเขียนเพื่อบันทึกสิ่งที่อยากจำ... บางคนเขียนเพื่อลืมสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกมาได้” พายตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากดวงตาภายใต้กรอบแว่นที่เพิ่งถอดออกนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย “คุณถามผมแบบนี้ เพราะคุณเจออะไรในนั้นหรือเปล่าคะ... ริน” รินเม้มริมฝีปาก เธอไม่ได้อ่านทุกหน้า แต่สิ่งที่เธอผ่านตามาคือร่องรอยของความอ้างว้างที่ถูกถักทอด้วยถ้อยคำงดงาม มันไม่ใช่แค่บันทึก แต่เป็นคำสารภาพที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น “ฉันเจอความเหงาค่ะ” รินกระซิบ ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่ใช่ความเหงาแบบที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปเป็นกัน แต่มันเหมือน... การที่คุณพยายามสร้างกำแพงกั้นตัวเองจากโลกภายนอก โดยการขังตัวเองไว้ในหอคอยที่สร้างจากตัวอักษร คุณกลัวอะไรกันแน่คะ?” พายแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเป็นยิ้มที่มอบให้ใครสักคน “บรรณารักษ์ก็เหมือนผู้เฝ้าประตูนะคะริน เรามีหน้าที่ดูแลหนังสือ แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้กลายเป็นตัวละครในเรื่องนั้น ผมแค่เป็นคนช่างสังเกตที่ไม่มีใครสังเกตเห็น... มันน่าสบายใจดีไม่ใช่หรือคะ?” “มันไม่สบายใจหรอกค่ะ มันทรมาน” รินโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเธอดังขึ้นจนพายต้องเหลือบมองไปทางบรรณารักษ์คนอื่นที่อยู่อีกฟากของห้อง “การที่คุณเขียนเรื่องราวของคนอื่น แต่เว้นว่างหน้ากระดาษเรื่องของตัวเองเอาไว้ มันหมายความว่าคุณกำลังรอใครสักคนมาเติมเต็มมัน หรือไม่ คุณก็แค่รอให้เวลาลบเลือนตัวตนของคุณไปเอง” บรรยากาศเริ่มอึดอัด พายขยับตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งของเขาบดบังแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะจนเกิดเป็นเงาทอดยาวไปที่พื้น เขารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ไหล่เมื่อรินยังคงจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เธอเป็นคนเดียวที่กล้าตั้งคำถามถึงกำแพงที่เขาตั้งตระหง่านไว้เป็นสิบปี “ริน... เรื่องบางเรื่อง ถ้ามันไม่มีคำตอบ ก็ไม่จำเป็นต้องหามันไม่ใช่หรือคะ” พายกล่าวตัดบทพลางเอื้อมมือจะคว้าสมุดบันทึกคืน แต่ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสถึงปกหนัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบกริบ กวินเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งของเขากำสายกระเป๋าเป้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ริน กลับกันเถอะ” กวินเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองพาย “ฝนข้างนอกเริ่มตกหนักแล้ว รถเมล์สายสุดท้ายใกล้จะออกแล้วนะ” รินชะงัก เธอหันไปมองกวินด้วยความแปลกใจ “กวิน? ทำไมมาที่นี่ล่ะ แล้วเดี๋ยวสิ ฉันยังคุยกับพายไม่จบเลย” “คุยอะไรกันอีกล่ะ?” กวินถามเสียงต่ำ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนที่เคยมีให้ริน กลายเป็นความเย็นชาเมื่อมองไปที่พาย “นายคงไม่ได้กำลังเอาเรื่องพวกนั้นไปปั่นหัวใครต่อใครหรอกนะพาย เรื่องที่นายแต่งขึ้นเองเพื่อหลอกตัวเองน่ะ” คำพูดของกวินเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางห้องสมุด พายชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น เป็นยิ้มที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน มันแฝงด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่อย่างมิดชิดภายใต้ท่าทางสุภาพ “ถ้ามันเป็นเรื่องที่ผมแต่งขึ้นกวิน... ทำไมคุณถึงดูเดือดร้อนขนาดนั้นล่ะคะ?” พายถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย กวินชะงักไปทันที เขาหันไปมองรินที่กำลังยืนงุนงงสลับไปมาระหว่างเขากับพาย ก่อนที่กวินจะตัดสินใจดึงแขนของรินให้ลุกขึ้น “เรากลับกันเดี๋ยวนี้ ริน ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกเธอ... เรื่องที่เธอยังไม่รู้เกี่ยวกับคนที่เธอกำลังพยายามทำความเข้าใจคนนี้” รินเซถลาตามแรงดึงของกวิน สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่สมุดบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะ พายไม่ได้รั้งเธอไว้ เขาเพียงแต่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่แตกสลายอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของหนังสือเก่าๆ “เดี๋ยวสิคะกวิน! ปล่อยนะ!” รินพยายามขืนตัว แต่กวินกลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่ทำให้เธอต้องหยุดกึก “ถ้าเธอฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด เธอจะไม่มีวันได้กลับมาเป็นคนเดิมอีกเลยนะริน... เพราะสิ่งที่อยู่ในสมุดเล่มนั้น มันไม่ได้พูดถึงหนังสือ แต่มันพูดถึง ‘ตัวเธอ’ ที่เขาแอบเฝ้ามองมาตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในห้องสมุดนี้!” พายนิ่งสนิท มือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้น ความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้ในบันทึกที่ไม่มีใครอ่าน กำลังถูกกวินฉีกหน้ากากออกต่อหน้าต่อตาหญิงสาวที่เป็นแรงบันดาลใจเดียวในชีวิตที่แสนเงียบเหงาของเขา ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%