“ถอดแว่นออกสิคะพาย... แสงในห้องนี้มันเหมาะกับคนที่ไม่ต้องมองผ่านเลนส์มากกว่านะ”
น้ำเสียงของรินเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบงันของห้องดนตรีส่วนตัวที่ชั้นใต้ดินของหอสมุด พายชะงักมือที่กำลังจัดสายกีตาร์โปร่งตัวเก่า เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมวางเครื่องดนตรีลงบนตักแล้วยกมือขึ้นถอดแว่นสายตากรอบเงินออกช้าๆ ดวงตาที่ปราศจากเลนส์กั้นดูอ่อนโยนและวูบไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกหยดหมึกหยดลงไป
พายไม่ตอบอะไร เพียงแค่จ้องมองรินที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพรมผืนหนา แววตาของเขาไม่ได้นิ่งสนิทเหมือนทุกครั้งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ยืมคืนหนังสือ แต่มันกลับมีความประหม่าซ่อนอยู่
“ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงชอบมาที่นี่” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย
“เพราะมันเงียบ? หรือเพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จักคุณ?” รินเอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยพราวระยับราวกับจะมองทะลุเข้าไปในชั้นวางหนังสือที่เรียงรายอยู่ในใจของเขา
พายไม่ตอบคำถามตรงๆ เขากลับจรดนิ้วลงบนสายกีตาร์แล้วดีดคอร์ดที่ฟังดูแปลกหู เสียงดนตรีที่พริ้วไหวเริ่มไหลรินออกมาจากปลายนิ้วที่เคยสัมผัสแต่สันปกหนังสือ มันไม่ใช่เพลงฮิตในวิทยุ แต่มันเป็นท่วงทำนองที่เล่าเรื่องราวของความโดดเดี่ยว การรอคอย และพื้นที่เล็กๆ ที่ถูกเว้นว่างไว้เพื่อใครบางคน
รินนั่งนิ่ง ราวกับถูกมนต์สะกด เธอมองเห็นพายในอีกมุมหนึ่ง มุมที่ไม่ใช่บรรณารักษ์ผู้เคร่งขรึม แต่เป็นชายหนุ่มที่มีบาดแผลและความฝันซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบงันนั้น ความใกล้ชิดที่ขยับเข้ามาอีกก้าวในวันนี้ ทำให้รินรับรู้ได้ว่า กลิ่นกระดาษเก่าๆ ที่เธอคุ้นเคยจากตัวเขากำลังถูกแทนที่ด้วยกลิ่นจางๆ ของไม้กีตาร์และลมหายใจที่สั่นไหว
“ผมไม่เคยบอกใครเรื่องนี้” พายหยุดดีดกีตาร์กะทันหัน “แม้แต่กวิน... เพื่อนของคุณก็ไม่รู้”
ชื่อของกวินที่หลุดออกมาทำให้อากาศในห้องเปลี่ยนไป รินรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แทรกผ่านความอบอุ่นของบทเพลง เธอขยับตัวเล็กน้อย ความลังเลฉายชัดบนใบหน้า
“พาย... เรื่องกวินน่ะ เขาแค่เป็นห่วงฉันตามประสาเพื่อน” รินพยายามอธิบาย แม้จะรู้ดีว่าคำพูดนั้นอาจจะทำให้พายรู้สึกแย่กว่าเดิม
พายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “เขามองคุณเหมือนมองของสำคัญที่เขากำลังจะสูญเสียไป ส่วนผม... ผมมองคุณเหมือนมองตัวอักษรหน้าสุดท้ายของหนังสือที่ผมอยากจะอ่านมันซ้ำๆ แต่ก็ไม่กล้าเปิดอ่านจนจบ เพราะกลัวว่าถ้าถึงหน้าสุดท้ายแล้ว เรื่องของเราจะจบลงจริงๆ”
รินเงียบไป ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อพายขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา มือของพายยังคงวางอยู่บนกีตาร์ แต่นัยน์ตาของเขากำลังเรียกร้องคำตอบที่ไร้ตัวอักษร
“ถ้าเช่นนั้น... ลองอ่านมันดูไหมคะ” รินกระซิบ “เผื่อว่าหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเล่มใหม่ที่เราจะเขียนร่วมกัน”
พายชะงัก สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขาโน้มตัวเข้าไปหาตั้งใจจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องดนตรี เสียงที่เขาคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง
“ริน! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!”
เสียงของกวินกระแทกเข้ามาพร้อมกับการทุบประตูห้องอย่างแรง รินสะดุ้งสุดตัวหันไปมองประตูด้วยความตกใจ ขณะที่พายขมวดคิ้วแน่น มือที่จับกีตาร์อยู่กำจนนิ้วซีดขาว
ประตูห้องดนตรีไม่ได้ถูกล็อกสนิท และเพียงแค่แรงผลักอีกครั้ง มันก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างของกวินที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและผิดหวังที่สลับกันไปมา ดวงตาของกวินจ้องเขม็งมาที่ริน ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่พาย ซึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างๆ เธอในมุมลับตาคน
“ฉันไม่ได้อยากมาขัดจังหวะหรอกนะ” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “แต่ริน... คุณรู้ไหมว่าตอนนี้บรรณารักษ์คนนี้กำลังปิดบังเรื่องอะไรอยู่? เขาไม่ใช่แค่คนที่ชอบอ่านหนังสือหรอกนะ แต่เขาน่ะ... คนที่จงใจซ่อนความลับที่ทำลายชีวิตของใครบางคนเอาไว้ในห้องสมุดนี่เอง”
พายตัวแข็งทื่อ รินหันขวับมามองพายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่คาดไม่ถึง ขณะที่ความเงียบในห้องดนตรีถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี
ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอนในบทนี้นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 18
เสียงดนตรีและตัวอักษร
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!