“ถ้าคุณไม่เลิกขยับตัวไปมาแบบนั้น ชั้นวางหนังสือแถวซีคงได้ถล่มลงมาทับเราสองคนก่อนได้งานอาสาแน่ค่ะ คุณพาย”
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดชุมชนเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษรีไซเคิลและฝุ่นจางๆ เธอวางหนังสือปกแข็งลงบนรถเข็นเสียงดังเคร้ง ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนเกร็งตัวจนแทบจะกลายเป็นหุ่นปูนปั้น พายในวันนี้ดูแปลกตาไปเล็กน้อย เขาถอดแว่นสายตาออกชั่วคราวเพื่อเช็ดรอยนิ้วมือที่ติดอยู่บนเลนส์ นิ้วเรียวยาวสั่นไหวน้อยๆ อย่างที่เขาเองก็คงไม่ทันสังเกต
“ผมแค่... ไม่ชินกับที่ที่คนเยอะขนาดนี้” พายตอบเสียงแผ่ว สอดแว่นกลับเข้าที่เดิม สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นเลื่อนไปมองกลุ่มเด็กประถมที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ตรงมุมนิทาน “การจัดระเบียบหนังสือให้คนแปลกหน้าเข้าถึง มันยากกว่าการจัดในห้องสมุดมหาวิทยาลัยเยอะเลยนะครับ”
รินหลุดขำเบาๆ เธอเดินเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่า “นั่นเพราะคุณชอบกังวลเรื่องการควบคุมมากเกินไปต่างหากค่ะ ลองปล่อยวางดูบ้างไหมคะ? บางทีหนังสือที่วางไม่เป็นระเบียบ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่รอให้ใครสักคนมาค้นพบมันในแบบที่คาดไม่ถึงก็ได้นะ”
พายหันมามองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนทุกครั้งที่เขาทำต่อหน้าคนอื่น มันมีความสับสนบางอย่างซ่อนอยู่ ความรู้สึกที่เหมือนเขากำลังมองกระจกเงาที่สะท้อนถึงความอ่อนแอในใจตนเอง “คุณมักจะพูดอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... โลกมันง่ายกว่าที่ผมคิดเสมอเลยนะริน”
บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินเข้ามาจากทางหน้าประตู กวินเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องลังบรรจุหนังสือบริจาคจำนวนมาก เขาดูมั่นใจและร่าเริงตามสไตล์นักกิจกรรมตัวยง แต่สายตาที่เขามองพายกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไร้คำพูด
“ไงครับริน ได้ข่าวว่าห้องสมุดแถวนี้จัดยากน่าดู เลยรีบเอาของมาสมทบ” กวินวางกล่องลงเสียงดังปัง ก่อนจะหันไปยิ้มให้ริน แต่ดวงตาของเขากลับเหลือบมองพายด้วยความหมั่นไส้ “นายก็มาด้วยเหรอ? นึกว่าคนอย่างนายจะชอบทำแต่งานเงียบๆ ในหอคอยงาช้างเสียอีก”
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นในทันที พายไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่ก้มหน้าลงจัดการกับหนังสือบนชั้นต่อ รินรู้สึกถึงความกดดันที่แผ่ออกมาจากคนทั้งสอง เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง “ขอบใจนะกวินที่เอามาช่วย แต่ตอนนี้เรากำลังยุ่งมากเลย ถ้ายังไงช่วยดูโซนวารสารเก่าให้หน่อยจะได้ไหม?”
กวินเดินเข้ามาใกล้รินมากขึ้นจนพายหยุดชะงักมือที่กำลังเรียงสันหนังสือ “เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง ส่วนนาย...” กวินเว้นวรรคแล้วขยับเข้าไปกระซิบข้างหูพายด้วยน้ำเสียงที่รินไม่ได้ยิน “ถ้าคิดจะจีบคนอื่นด้วยวิธีเงียบๆ แบบนี้ ระวังจะโดนคนอื่นตัดหน้าเอาเสียก่อนนะ”
พายกำสันหนังสือในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เขาเงยหน้าขึ้นมองกวินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความแน่วแน่ที่เขามักจะซ่อนไว้ “ความเงียบไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกตัวหรอกนะกวิน และบางอย่าง... ถ้ามันเป็นของที่ควรจะเป็นของเรา ต่อให้ไม่ต้องแย่งชิง มันก็จะอยู่ที่เดิมของมันเสมอ”
รินที่ยืนอยู่ตรงกลางเริ่มรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านระหว่างคนทั้งคู่ เธอตัดสินใจคว้ามือพายแล้วดึงให้เดินออกไปทางด้านหลังของห้องสมุด ซึ่งเป็นโซนหนังสือหายากที่ยังไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม
“คุณพายคะ!” รินหยุดเดินเมื่อถึงมุมลับตาคน เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขา “คุณอย่าไปใส่ใจกวินเลยนะคะ เขาแค่...”
“เขาหวงคุณ” พายสวนกลับมาทันควัน แววตาของเขาไหววูบ “และที่สำคัญ... เขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น ในขณะที่ผม... ผมไม่มีอะไรเลยนอกจากหนังสือพวกนี้”
รินนิ่งอึ้ง เธอไม่เคยเห็นมุมที่เปราะบางขนาดนี้จากพาย เขาดูเหมือนคนที่กำลังสูญเสียที่ยึดเหนี่ยวในใจไปทุกที เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ติดขัดของชายหนุ่ม เธอตัดสินใจคว้ามือของเขามาวางแนบไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของเธอ เพื่อให้เขาได้รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวและหนักแน่น
“ฟังนะคะ...” รินกระซิบ “หัวใจของฉันไม่ใช่หนังสือที่ใครจะหยิบยืมไปอ่านแล้วส่งคืนได้ตามกำหนดส่งหรอกนะ และที่สำคัญ... คนที่จะได้รับอนุญาตให้เก็บมันไว้ที่ชั้นวางหมายเลข 7 ตลอดไป ก็มีแค่คนที่ฉันเลือกเท่านั้น”
พายชะงักกึก สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินเหมือนกำลังค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดนั้น นิ้วมือของเขาสั่นระริกขณะที่พยายามจะกอบกุมมือของเธอไว้ แต่ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากซอกมุมมืดของชั้นหนังสือแถวหลังสุด เป็นเสียงกระดาษพลิกที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบราวกับมีใครบางคนกำลังแอบฟังพวกเขาอยู่ตั้งแต่ต้น!
พายรีบปล่อยมือรินและถลาเข้าไปหาต้นเสียงทันที เขาพุ่งตัวผ่านชั้นหนังสือที่สูงตระหง่าน แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่เด็กหรือคนงานทั่วไป แต่เป็นกล่องพัสดุสีน้ำตาลใบหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้ และเมื่อเขาเปิดมันออก สิ่งที่พบอยู่ข้างในทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง—มันคือบันทึกเล่มเก่าของเขาเองที่เคยหายไปเมื่อสามปีก่อน พร้อมกับรูปถ่ายของเขาและรินที่ถูกฉีกครึ่งออกเป็นสองส่วน วางพาดอยู่บนหน้ากระดาษที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า "ของที่ยืมไป... ถึงเวลาต้องส่งคืนเจ้าของแล้ว"
ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังจะเปิดเผยนะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 17
ทริปห้องสมุดชุมชน
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!