“นายจะกอดหนังสือเล่มนั้นไปถึงไหนกันพาย? มันไม่ได้อบอุ่นกว่าคนหรอกนะ”
เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยของรินดังขึ้นพร้อมกับการดึงหนังสือจากมือผมไปวางไว้บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว ในห้องสมุดที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะ ผมเงยหน้าขึ้นจากบันทึกเล่มเก่า สายตาปะทะกับแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเธอ รอบข้างมีเพียงกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ที่ลอยละล่องในอากาศ แต่สำหรับผม... ในวินาทีนี้ โลกทั้งใบกลับหมุนวนอยู่แค่รอบตัวผู้หญิงที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า
ผมขยับแว่นสายตาที่ดูเหมือนจะเป็นกำแพงกั้นกลางระหว่างผมกับผู้คนมานานหลายปี “มันก็แค่หนังสือ ริน... มันให้ความรู้ที่แน่นอนกว่าคนเยอะ”
“ความรู้เหรอ?” รินแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามผมนั่งลง เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากเส้นผมเธอ “แล้วในหน้านั้นมีบอกไหมว่า ทำไมคนถึงทำหน้าเหมือนโลกจะแตกสลายทุกครั้งที่ฉันเข้ามาใกล้?”
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างเราเหมือนม่านหมอกที่หนาแน่น ผมรู้ดีว่ากำแพงที่สร้างไว้มันเริ่มแตกร้าวตั้งแต่วันที่รินก้าวเข้ามาในห้องสมุดหมายเลข 7 นี้ และวันนี้... ดูเหมือนเธอจะไม่ได้มาเพื่อฟังคำปฏิเสธเหมือนครั้งก่อนๆ
“ผมแค่... ไม่ชิน” ผมตอบเสียงแผ่ว เลี่ยงสายตาไปมองชั้นวางหนังสือด้านหลังเธอ
“ฉันจะช่วยให้ชินเอง” รินยื่นมือมาวางบนโต๊ะ นิ้วเรียวสวยเคาะเป็นจังหวะเหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัว “เย็นนี้ที่โรงอาหารคณะ มีนัดรวมตัวของชมรมวรรณกรรม พวกเขาอยากให้บรรณารักษ์ฝึกหัดอย่างนายไปช่วยคัดเลือกหนังสือบริจาค นายจะไป... หรือจะนั่งเป็นบรรณารักษ์ล่องหนอยู่ที่นี่ต่อ?”
คำว่า ‘บรรณารักษ์ล่องหน’ แทงใจดำผมเข้าอย่างจัง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเลือกที่จะหายตัวไปจากสังคมเพราะกลัวความผิดหวัง กลัวการต้องเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มก้อนที่ท้ายที่สุดก็แตกสลาย แต่เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของริน... ความรู้สึกที่ผมพยายามกดทับไว้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง
กวินเดินเข้ามาในจังหวะนั้นพอดี เขายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาคมกริบของเขามองมาที่ผมก่อนจะเลื่อนไปหาสาวน้อยตรงหน้า “คุยอะไรกันอยู่หรือเปล่าริน? ถ้าเรื่องคัดหนังสือ ฉันว่าให้พายเขาอยู่กับหนังสือของเขาไปเถอะ เขาคงไม่ถนัดคุยกับคนหรอก จริงไหมพาย?”
น้ำเสียงของกวินมีความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแฝงอยู่ แม้จะดูเหมือนคำพูดทั่วไป แต่ผมรู้ดีว่าเขากำลังขีดเส้นกั้นเขตแดน
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกบางอย่างในอกที่เคยสงบราบเรียบเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่ ผมไม่ใช่คนเดิมที่จะก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้อีกต่อไป พายคนเดิมที่ขังตัวเองอยู่ในกรงขังแห่งความสันโดษ... ถึงเวลาต้องพังกำแพงนั้นลงเสียที ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อคนที่นั่งรอคำตอบอยู่ตรงหน้า
“เย็นนี้... ผมจะไป” ผมตอบเสียงเรียบ แต่จ้องตากวินกลับอย่างไม่หลบเลี่ยง
บรรยากาศในห้องสมุดดูจะเปลี่ยนไปทันที รินยิ้มกว้างจนตาเป็นประกาย ส่วนกวินกลับขมวดคิ้วแน่น ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนแต่ก่อน มันคือความตึงเครียดที่บอกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
เมื่อถึงเวลาเย็น ผมเดินตามรินไปที่โรงอาหาร หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัย กล้าสบตากับผู้คน และกล้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา รินคอยหันมาพูดคุยด้วยรอยยิ้มสดใส เธอแนะนำผมให้เพื่อนๆ ในชมรมรู้จัก ผมพบว่าตัวเองสามารถหัวเราะออกมาได้... แม้จะเป็นเพียงเสียงสั้นๆ แต่ความอบอุ่นที่ได้รับมันกลับแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
ทว่า ในขณะที่เรากำลังสนุกกับเสียงเพลงและบทสนทนา กวินที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ลุกขึ้นพรวดพราด เขาเดินตรงมาที่โต๊ะของเรา ก่อนจะคว้าข้อมือรินไว้แน่น
“ริน กลับกับฉันเดี๋ยวนี้ มีเรื่องที่เธอต้องรู้เกี่ยวกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้” กวินพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและโกรธจัด เขาจ้องหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต
รินชะงัก “กวิน นายเป็นอะไร? มีเรื่องอะไรก็พูดที่นี่สิ”
“ถ้าฉันพูดออกมา... ความสัมพันธ์ที่เธอสร้างมากับเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก!” กวินแค่นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันมามองผม “นายไม่ได้บอกเธอใช่ไหมพาย? ว่าทำไมจริงๆ แล้วนายถึงถูกส่งตัวมาที่ห้องสมุดหมายเลข 7... และใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุให้คนรักเก่าของนายหายไปจากชีวิตของนายตลอดกาล!”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงทันควัน รินเบิกตากว้าง หันมามองผมด้วยความตกใจ ขณะที่ผมรู้สึกเหมือนพื้นดินที่ยืนอยู่กำลังแยกออกจากกัน ความลับที่ผมซ่อนไว้ในบันทึกเล่มหนา... ความเจ็บปวดที่ผมพยายามลบเลือน กำลังถูกขุดขึ้นมากลางวงล้อมของผู้คน
โลกของผมหยุดหมุน ในขณะที่สายตาของรินที่เคยเต็มไปด้วยความเชื่อใจ เริ่มสั่นไหวและเคลือบแคลงสงสัย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นคลอนของกำแพงหัวใจนี้ไปพร้อมกันนะคะ
ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 19
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!