“ฉันว่าจัดหมวดหมู่หนังสือวรรณกรรมแปลแบบนี้มันดู... เข้าถึงยากไปหน่อยนะคะพาย ถ้าเราย้ายชั้นหนังสือมาไว้มุมนี้ จะช่วยให้แสงส่องถึง แล้วดูเป็นมิตรกับนักศึกษาที่เดินผ่านไปมามากกว่าไหม?”
น้ำเสียงร่าเริงของรินที่มักจะทำให้บรรยากาศเงียบสงัดในห้องสมุดดูมีชีวิตชีวาขึ้นในทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว วันนี้กลับดูจืดจางลงทันที เมื่อเงาของใครบางคนทาบทับลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวที่พายกำลังนั่งจดรายการหนังสือค้างส่งอยู่
“ผมว่าที่เดิมมันก็ดีอยู่แล้วครับ... เอ้ย หมายถึง ที่เดิมมันก็ดีอยู่แล้วนะคะ” พายชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดปากใช้สรรพนามที่ไม่ควรใช้ เขาขยับแว่นสายตาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือหมายเลข 7 อยู่ไม่ไกล
กวิน... เพื่อนสนิทของรินที่พายรู้สึกมาตลอดว่าเขากำลังมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก
“สวัสดีครับพาย พอดีผมมาหาที่สงบๆ อ่านหนังสือสอบน่ะครับ แต่เห็นรินบอกว่าชมรมบรรณารักษ์ฝึกหัดกำลังวุ่นกับการจัดผังร้านหนังสือในงานมหาลัย เลยอาสามาช่วย” กวินกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ซ่อนพายุไว้ข้างใต้ เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นจนพายรู้สึกถึงระยะห่างที่หายไป “รินเขามีหัวทางศิลปะนะครับ ผมว่าให้เขาจัดการเรื่องจัดวางน่าจะดีกว่าคุณนั่งจดรายชื่อแบบนี้”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษจากมุมหนึ่งของห้องสมุด พายรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกที่เต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความประหม่าที่ต้องอยู่ใกล้ริน แต่เป็นเพราะความรู้สึก ‘แปลกปลอม’ ที่กวินนำเข้ามาในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้
“คือ... งานนี้เป็นโปรเจกต์ของชมรมค่ะ พายเขาเป็นคนดูแลหลัก ถ้ากวินจะช่วยก็ยินดีค่ะ แต่ต้องทำตามระบบที่พายวางไว้หน่อยนะ” รินหันไปพูดกับเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้ม แต่พายสังเกตเห็นแววตาของเธอที่ดูอึดอัดเล็กน้อย
“ได้สิครับ อะไรก็ได้ที่รินว่าดี ผมจัดให้ได้หมด” กวินตอบรับพร้อมกับหยิบกองหนังสือขึ้นมา แล้วจงใจขยับเข้ามาใกล้พายจนไหล่เกือบจะชนกัน “ขอโทษทีนะพาย ผมอาจจะดูรุกไปหน่อย แต่ผมอยากให้งานของรินออกมาดีที่สุด คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้าผมจะขอร่วมโปรเจกต์นี้ในฐานะผู้ช่วยกิตติมศักดิ์ด้วยคน?”
พายกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้ากำลังพยายามแย่งชิง ‘ชั้นวางหนังสือ’ ที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอดชีวิตค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เขาพยายามรักษาใบหน้าให้นิ่งเรียบตามนิสัยบรรณารักษ์
“ไม่มีปัญหาครับ กวินมีความรู้เรื่องบริหารจัดการ ผมว่ามันน่าจะช่วยได้” พายตอบเสียงเรียบ พยายามไม่มองรอยยิ้มผู้ชนะที่มุมปากของกวิน
ตลอดทั้งบ่าย บรรยากาศในการทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น พายสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เขาจะยื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มไหน กวินมักจะคว้าไปก่อนเสมอ ราวกับจงใจขัดจังหวะการทำงานของเขา และทุกครั้งที่รินหัวเราะให้กับมุกตลกของกวิน พายก็จะก้มหน้าลงจดบันทึกให้หนักขึ้นกว่าเดิม
รินสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอวางมือบนหนังสือเล่มที่พายถืออยู่ “พายคะ... พักก่อนไหม? กวินเขาแค่ตื่นเต้นน่ะค่ะ เขาไม่ค่อยได้มาคลุกคลีกับงานห้องสมุด”
“ผมโอเคครับ” พายตอบสั้นๆ โดยไม่เงยหน้า “คุณรินไปพักเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการตรงนี้ต่อให้เสร็จ”
“ให้ผมอยู่ช่วยพายดีกว่าครับ รินไปหาอะไรดื่มเถอะ ผมเกรงใจพายเขา เลยอยากช่วยงานให้จบเร็วๆ จะได้ไม่ต้องรบกวนเวลาส่วนตัวของเขามากไปกว่านี้” กวินแทรกขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงที่ดูเหมือนหวังดีนั้นช่างกรีดลึกเข้าไปในใจของพาย
รินหันมองพายทีหนึ่ง มองกวินทีหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างลังเล “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะคะ เดี๋ยวรินไปซื้อน้ำมาให้”
เมื่อรินเดินลับตาไป ความเงียบงันที่น่าอึดอัดก็เข้าครอบงำอีกครั้ง กวินวางหนังสือในมือลงแรงๆ บนโต๊ะไม้ ทำให้พายต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“เธอชอบความเรียบง่าย แต่เธอก็ต้องการคนที่กล้าพาเธอออกไปเจอโลกกว้างนะครับพาย” กวินพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ “คุณน่ะ... เหมาะกับมุมมืดๆ ในห้องสมุดนี้แล้ว แต่ริน... เขาควรจะอยู่ภายใต้แสงตะวัน”
“คุณหมายความว่ายังไงครับ?” พายถามเสียงเย็น ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ
กวินก้าวเข้ามาประชิดตัวพายมากกว่าเดิม “ผมหมายความว่า ความใกล้ชิดในที่แคบๆ แบบนี้มันไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจหรอกครับ พาย... คนที่ยืนอยู่ในจุดที่รินมองเห็นมาตลอด คือผม ไม่ใช่บรรณารักษ์จืดชืดที่จมอยู่กับตัวอักษรอย่างคุณ”
ก่อนที่พายจะทันได้โต้ตอบ ประตูห้องสมุดก็เปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ รินเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือในมือของเธอสั่นสะเทือนไม่หยุด
“พาย! กวิน! เกิดเรื่องแล้วค่ะ!” เธอร้องบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนคนทั้งสองต้องหยุดการปะทะทางสายตาลง “มีคนแจ้งมาว่าผังงานที่พวกเราวางไว้ถูกรื้อหมดเลย... แถมหนังสือหายากชุดที่พายเพิ่งนำเข้ามาเมื่อเช้า... มันหายไปทั้งชั้นเลยค่ะ!”
พายตัวชาวาบ เขารีบก้าวไปที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของงานทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่เพียงชั้นหนังสือที่ว่างเปล่า ทว่าบนชั้นที่เคยเต็มไปด้วยหนังสือ กลับมี ‘ที่คั่นหนังสือสีชมพู’ แผ่นหนึ่งวางทิ้งไว้เพียงลำพัง
มันไม่ใช่ที่คั่นหนังสือของชมรม... แต่มันคือที่คั่นหนังสือใบเดียวกับที่พายเคยเห็นในสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เขาแอบเก็บไว้ ความลับที่เขาไม่เคยบอกใครถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่เขากำลังถูกแย่งชิงทุกอย่างไป
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 12
ระยะห่างระหว่างเรา
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!