“กวิน... เธอได้ยินเสียงอะไรไหม?”
พายกระซิบถาม เสียงของเธอสั่นพร่าขณะขยับกายเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างของกวิน กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขายังคงเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยประคองสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงของเธอไว้ได้ในวินาทีนี้
กวินไม่ตอบในทันที เขาใช้ฝ่ามือหนาทาบลงบนบานประตูไม้โอ๊คหนาหนัก ออกแรงผลักซ้ำๆ จนเกิดเสียง ‘ปัง... ปัง...’ กึกก้องไปทั่วห้องสมุดชั้นใต้ดินที่ควรจะเงียบสงัดราวกับป่าช้าในยามวิกาล เขาหยุดชะงัก ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น พายสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแผ่นหลังของเขาที่เกร็งแน่น
“มันล็อกจริงๆ พาย” เขาหันกลับมา แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามปกติ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ “ไม่มีใครมาห้องสมุดโซนนี้หลังสองทุ่ม และกุญแจสำรองถูกเก็บไว้ที่ห้องธุรการ ซึ่งตอนนี้มันปิดล็อกไปแล้ว”
“หมายความว่าเรา... เราต้องติดอยู่ที่นี่ทั้งคืนเหรอคะ?” พายถามพลางขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือสูงตระหง่าน กลิ่นกระดาษเก่าแก่ที่เคยเป็นที่พักพิงใจของเธอ บัดนี้กลับรู้สึกอึดอัดราวกับกำแพงที่กำลังบีบอัดให้หายใจไม่ออก
กวินเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ เขาไม่ได้ปลอบโยนด้วยคำพูดหวานหู แต่เขากลับถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วคลุมไหล่ให้เธออย่างเบามือ พายมองเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความมุ่งมั่น เขาไม่ได้กำลังตื่นตระหนก แต่เขากำลัง ‘คิด’
“อย่าเพิ่งกลัวนะ” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่พยายามประคองความรู้สึกของเธอไว้ “พายฟังนะ ห้องนี้มีช่องระบายอากาศด้านหลังชั้นหนังสือโซนประวัติศาสตร์ ถ้าเราขยับชั้นหนังสือออก เราอาจจะเห็นทางเชื่อมไปห้องเก็บอุปกรณ์”
“แต่ถ้าทำแบบนั้น...” พายเม้มริมฝีปาก ความกังวลฉายชัดผ่านดวงตากลมโต “ถ้าคนข้างนอกนั่นเขารู้อยู่แล้วว่าเราอยู่ตรงนี้ล่ะคะ? การที่เราพยายามหนี อาจจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการให้เราทำหรือเปล่า?”
กวินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเพิ่งนึกถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดออก เขาค่อยๆ ก้าวไปที่ประตูอีกครั้ง คราวนี้เขาแนบหูฟังเสียงจากด้านนอกอย่างตั้งใจ ความเงียบงันที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้หัวใจของพายเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ทว่า ท่ามกลางความเงียบนั้นเอง เสียง ‘คลิก’ เบาๆ ของกลอนประตูด้านนอกก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เยื้องย่างเข้ามาอย่างเชื่องช้า... เสียงส้นรองเท้าที่กระทบพื้นหินอ่อนนั้นคุ้นหูจนน่าประหลาดใจ
พายกำชายเสื้อของกวินไว้แน่นจนนิ้วซีดขาว กวินขยับตัวมาบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แสงไฟสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ เหนือหัวทำให้บรรยากาศดูบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
“กวิน... นั่นมัน...” พายกระซิบ เสียงของเธอแทบจะกลายเป็นอากาศธาตุเมื่อบุคคลที่อยู่หลังประตูเริ่มเผยตัวออกมาจากเงามืด
“ฉันบอกแล้วไง... ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเธอ”
เสียงนั้นเย็นเยียบและเย้ยหยัน มันไม่ใช่เสียงของภารโรง หรือใครที่พายเคยรู้จักในคณะ แต่เป็นเสียงที่ทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายของพายในวัยเด็กย้อนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง กวินหันขวับไปมองที่ประตู บัดนี้บานประตูค่อยๆ แง้มออกด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้
เงาร่างหนึ่งทอดยาวเข้ามาในห้องสมุด กวินขยับเตรียมจะพุ่งเข้าหา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นสิ่งที่คนคนนั้นถืออยู่ในมือ... มันไม่ใช่กุญแจ แต่มันคือบันทึกเล่มเก่าที่พายเพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่วันก่อน บันทึกที่เป็นจุดเริ่มต้นของความลับทั้งหมดในมหาวิทยาลัยแห่งนี้!
“วางของสิ่งนั้นลง” กวินคำราม เสียงของเขาเด็ดขาดและพร้อมจะปะทะ “ถ้าเธอยังอยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี”
ผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโยนบันทึกเล่มนั้นลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง เสียงหนังสือกระทบพื้นโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับระเบิดเวลาที่ถูกจุดฉนวน “จบเหรอ? กวิน... นายเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่เกมที่นายไม่มีวันชนะต่างหาก”
วินาทีที่บุคคลนั้นก้าวพ้นเงามืดออกมา พายก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบลืมหายใจ ความลับที่เธอเพียรพยายามปกปิดมาตลอดสามปีดูเหมือนจะถูกเปิดเผยในพริบตา เมื่อใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทเผยออกมา... มันคือคนใกล้ตัวที่เธอไว้ใจมากที่สุดในชีวิต!
ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความลับในห้องสมุดมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 39
บทที่ 39
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!