“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น… และกวินก็ไม่ได้ขอให้ฉันทำค่ะ”
เสียงของพายสั่นพร่าขณะที่เธอกำแพ่นหนังสือเล่มหนาในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอไม่ได้มองหน้ามีนาที่ยืนอยู่ตรงข้ามกลางมุมเงียบของห้องสมุดมหาวิทยาลัย หากแต่ทอดสายตามองผ่านหน้าต่างบานสูงออกไปยังทิวไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีตามฤดูกาล บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหยุดหายใจ
“ถ้าอย่างนั้นทำไมคนทั้งคณะถึงพูดเรื่องที่เธอสองคนไปห้องสมุดด้วยกันตอนดึกๆ ถึงสองครั้งล่ะพาย?” มีนาถามเสียงเรียบ ทว่าในดวงตาคู่นั้นมีความกังวลที่ปิดไม่มิด เพื่อนสนิทของเธอถอนหายใจยาว “ฉันไม่ได้จะก้าวก่ายนะ แต่ในฐานะคนที่คอยดูเธอแอบรักเขามาตลอดสองปี ฉันแค่ไม่อยากให้ความหวังของเธอพังลงเพราะข่าวลือที่เธอเองก็ไม่ยอมปฏิเสธ”
พายแค่นยิ้มขื่นๆ ในใจ ความลับที่เธอและกวินเก็บไว้ในมุมมืดของห้องสมุดคณะอักษรฯ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องการอ่านหนังสือด้วยกัน แต่มันคือการแลกเปลี่ยนตัวตนที่ไม่มีใครเคยเห็นของชายหนุ่มวิศวะผู้นิ่งขรึมคนนั้น กวินไม่ได้เป็นเพียงหนุ่มมาดนิ่งที่ใครๆ มองเห็น แต่เขาคือคนที่มีแววตาอ่อนโยนเวลาอ่านบทกวี และมักจะวางโน้ตเล็กๆ ไว้ในหน้าที่พายกำลังอ่านค้างไว้เสมอ
“กวินเขามีเหตุผลของเขาค่ะมีนา” พายตอบเสียงแผ่ว “บางที... การที่คนอื่นเข้าใจผิด มันก็อาจจะปลอดภัยกว่าความจริงที่ว่า เราเป็นแค่คนสองคนที่แอบมานั่งอ่านหนังสือในที่ที่ไม่ควรอยู่”
“ถ้ามันปลอดภัยจริง ทำไมตอนนี้มือเธอถึงสั่นล่ะคะ?” มีนาถามพลางก้าวเข้ามาใกล้ พลางแตะที่ไหล่ของเพื่อนเบาๆ “อย่าหลอกตัวเองเลยพาย ความรักมันไม่ใช่การซ่อนตัวอยู่ในห้องสมุดนะ มันคือการออกไปยืนข้างๆ เขาโดยไม่ต้องกลัวอะไรเลยต่างหาก”
พายยังไม่ทันได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ระหว่างชั้นวางหนังสือ กวินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามฉบับของเขา แต่ทว่าในมือเขากลับถือกระดาษโน้ตสีฟ้าอ่อนที่พายจำได้แม่นว่าเธอเป็นคนเขียนทิ้งไว้ในหนังสือเล่มโปรดเมื่อวานนี้
เขาสบตากับพายเพียงครู่เดียว ก่อนจะเหลือบไปเห็นมีนาที่ยืนงงกับสถานการณ์ เขาไม่ได้กล่าวทักทายหรือแสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพียงแค่เดินตรงมาหาพายแล้ววางหนังสือลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าเสียงดัง ‘ปึก’ จนฝุ่นฟุ้งกระจายในอากาศ
“ผมว่าเรามีเรื่องต้องตกลงกันให้ชัดเจนครับพาย” กวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนพายใจหายวาบ เขาไม่ได้ใช้คำว่า 'ค่ะ' หรือความอ่อนโยนที่เคยมีให้กันแม้แต่น้อย “เรื่องที่คนอื่นลือกันน่ะ... ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจ เราก็ควรยุติการมาที่นี่ตอนดึกเสียที”
หัวใจของพายเหมือนถูกบีบจนแหลกละเอียด เธอเงยหน้ามองเขา พยายามค้นหาความจริงในดวงตาคู่นั้น แต่กวินกลับหลบสายตาไปทางอื่นเสียสนิท ท่าทางของเขาราวกับกำแพงที่ก่อตัวขึ้นใหม่ ทั้งที่ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาแทบจะละลายกำแพงนั้นลงได้หมดสิ้นแล้ว
“ยุติเหรอคะ?” พายทวนคำ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องสมุด “งั้นที่ผ่านมา... สำหรับคุณ มันก็แค่การฆ่าเวลาหรือคะ กวิน?”
กวินชะงักไปครู่หนึ่ง มือของเขากำขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่หันไปมองมีนาเชิงเป็นนัยว่าอยากให้เธอออกไปก่อน มีนาพยักหน้าให้พายอย่างให้กำลังใจก่อนจะถอยออกไปที่มุมไกลๆ ทิ้งให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นกระดาษเก่าและอากาศที่ตึงเครียด
“พาย ฟังนะ” กวินลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ แต่ความเย็นชาก่อนหน้ากลับจางหายไปเหลือเพียงความสับสนที่ฉายชัด “มีคนเห็นเรา... ไม่ใช่แค่เพื่อนในคณะ แต่เป็น 'คนคนนั้น' ของคุณด้วย”
หัวใจของพายหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง คนคนนั้นที่กวินหมายถึง... คือคนที่พายเคยพยายามหนีมาตลอดชีวิต คนที่คอยเฝ้าจับตามองทุกย่างก้าวของเธอเพื่อทำลายความมั่นใจที่เธอกำลังก่อร่างสร้างตัว
ก่อนที่พายจะได้เอ่ยถามอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงและจงใจให้ได้ยิน ก่อนจะมีเสียงหวานหยดย้อยที่ฟังดูแล้วเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“แหม... ดูเหมือนว่าบันทึกหัวใจในห้องสมุดแห่งนี้ จะมีความลับที่น่าสนใจกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะคะ”
พายหันไปมองต้นเสียงแล้วตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงยืนกอดอกพิงชั้นวางหนังสืออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ดวงตาของเธอจ้องมองพายด้วยรอยยิ้มสมเพช แต่สายตาที่เธอมองกวินกลับเต็มไปด้วยความต้องการจะครอบครอง
กวินขยับตัวเข้ามาบังพายไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ แต่หญิงสาวคนนั้นกลับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึก “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะกวิน เรื่องนี้น่ะ... ถ้าฉันเอาไปบอก 'ทุกคน' ในคณะ รับรองว่าชีวิตที่แสนสงบของพายในห้องสมุดแห่งนี้ จบไม่สวยแน่นอน”
พายสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่คือบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของความรักที่เธอเพิ่งจะกล้าเริ่มเปิดใจ... และกวินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ กำลังตัดสินใจบางอย่างที่เธอเดาไม่ได้เลยว่ามันจะนำไปสู่ความหวังหรือความพินาศ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและพลิกหน้ากระดาษแห่งความรักนี้มาด้วยกันจนถึงนาทีที่ระทึกใจนี้นะคะ
ด้วยรักและละมุนละไม,
ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 27
บทที่ 27
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!