“สมุดเล่มนั้น... นายเขียนเองเหรอ พาย?”
เสียงของกวินไม่ได้ดังนัก แต่มันกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องชมรมบรรณารักษ์จนหัวใจของพายกระตุกวูบ เขาหยุดมือที่กำลังจัดเรียงหนังสือหมวดวรรณกรรมคลาสสิก แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเกร็งค้างก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลงช้าๆ พายไม่ได้หันกลับไปเผชิญหน้ากับคนถามในทันที แต่เขากระชับสันหนังสือในมือแน่นขึ้นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด
บรรยากาศภายในห้องที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำยาถูพื้น กลับกลายเป็นความกดดันที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก รินที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงขนมในมือชะงักกึก สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างแผ่นหลังของพายและสีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยประกายเย็นชาของกวิน
“คำถามของนาย... หมายความว่ายังไง” พายถามกลับ เสียงของเขาแหบพร่าและราบเรียบอย่างน่ากลัว
กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าไม่มีรอยยิ้มส่งมาถึงดวงตา เขาเดินเข้าไปใกล้พายอีกสองก้าว มือที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเห็นเส้นเลือด “ก็แค่สงสัยน่ะ เห็นรินชอบยิ้มกับสมุดบันทึกเล่มนั้นนักหนา แล้วพอกวาดสายตาดูรายชื่อผู้ยืมคืน... มันก็มักจะเป็นชื่อของ ‘พาย’ เสมอ บังเอิญไปหน่อยไหม หรือว่าจริงๆ แล้วชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 ไม่ได้มีไว้แค่เก็บหนังสือ แต่มันเป็นที่พักใจของพวกนักเขียนนิรนามกันแน่?”
รินรีบวางถุงขนมลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว เสียงกระทบของมันดังพอที่จะดึงความสนใจของทั้งคู่มาที่เธอ “กวิน! นายกำลังพูดเรื่องอะไร นายไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับของส่วนตัวของใครนะ”
“ของส่วนตัวงั้นเหรอ?” กวินหันขวับมามองริน แววตาของเขาไหววูบด้วยความตัดพ้อที่รินไม่เคยสังเกตเห็น “ริน เราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ว ทำไมเรื่องสำคัญขนาดนี้ถึงต้องปิดบังกันด้วยล่ะ? หรือว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอมันมีอะไรที่มากกว่าแค่ ‘บรรณารักษ์กับนักอ่าน’?”
พายค่อยๆ วางหนังสือในมือลง เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับกวิน แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟนีออนจนคนมองไม่เห็นแววตาที่แท้จริง ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นกลับมั่นคงและเด็ดขาด “ถ้าที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของชมรม กวิน... ฉันคิดว่านายควรจะรู้จักขอบเขตของการเป็นสมาชิกบ้าง การตั้งคำถามถึงความชอบส่วนตัวของคนอื่น ไม่ได้ทำให้ความสงสัยของนายดูฉลาดขึ้นหรอกนะ”
รินรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดต่ำลงภายในห้อง เธอก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน พยายามฉีกยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “กวิน นายคงเหนื่อยจากการซ้อมบาสฯ มากไปหน่อย เดี๋ยวเราออกไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มข้างนอกกันดีไหม ส่วนพาย... ไว้เราค่อยคุยเรื่องรายการหนังสือจัดซื้อวันพรุ่งนี้กันนะ”
กวินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพาย เหมือนพยายามจะควานหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนิ่งเฉยนั้น “พาย... นายรู้ใช่ไหมว่าความลับน่ะ มันเหมือนหนังสือที่วางไว้บนชั้นวางนานๆ วันหนึ่งปกมันก็จะเปื่อยยุ่ย แล้วทุกอย่างข้างในก็จะหลุดออกมาให้คนอื่นเห็นจนได้”
หลังจากกวินเดินกระแทกไหล่พายออกไปจากห้อง ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าครอบคลุมอีกครั้ง รินหันไปมองพายที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะคว้าสมุดบันทึกปกสีน้ำตาลเข้มที่ซุกอยู่ใต้กองหนังสือขึ้นมาแนบอก
“พาย... นายโอเคไหม?” รินถามเสียงแผ่ว
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ เดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเดิมที่พวกเขาชอบมานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน พายเปิดสมุดบันทึกออก หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยลายมือบรรจงของเขาดูสั่นไหวไปตามอารมณ์ของเจ้าของ “ริน... ถ้ากวินรู้เรื่องทั้งหมด เรื่องที่เราทำ... นายคิดว่าคนอื่นจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระหรือเปล่า?”
“ใครจะมองยังไงไม่สำคัญเท่ากับว่าเรามีความสุขแค่ไหนไม่ใช่เหรอคะ” รินเดินไปนั่งข้างๆ เอื้อมมือไปแตะแขนของเขาเบาๆ “บันทึกเล่มนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนทั้งโลกอ่าน มันมีไว้แค่สำหรับเรา... สองคนเท่านั้นนะ”
พายเงยหน้าขึ้นมองริน แววตาที่เคยหม่นหมองเริ่มมีความอ่อนโยนฉายชัดออกมา เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อปลอบประโลมความกังวลของตัวเอง แต่ทันใดนั้น...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยของประธานชมรมดังมาจากหน้าประตูห้อง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง โดยมีสมาชิกชมรมอีกสองสามคนยืนหน้าเครียดอยู่ด้านหลัง พร้อมกับหนังสือบันทึกที่ดูเหมือนเล่มที่อยู่ในมือพายเปี๊ยบวางอยู่ในมือของประธานชมรม
“พาย ริน... พวกเธอช่วยอธิบายทีสิว่าทำไมสมุดเล่มนี้ถึงไปตกอยู่ในตู้ล็อกเกอร์รวมได้? และทำไม... หน้าสุดท้ายของมันถึงมีลายเซ็นของ ‘อดีตบรรณารักษ์ที่ลาออกไปเพราะคดีขโมยหนังสือ’ อยู่ในนั้นด้วย!”
ทุกคำพูดของประธานชมรมเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่ราดลงบนหัวใจของคนทั้งคู่ พายหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มแสยะของกวินที่ยืนอยู่ข้างหลังประธานชมรม... ความจริงที่เคยคิดว่าจะซ่อนไว้ในชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 กำลังจะถูกกระชากออกมาทำลายทุกอย่างที่พวกเขาเพียรสร้างมา
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับทุกตัวอักษรในตอนนี้นะคะ หวังว่าหัวใจของรินและพายจะยังคงได้รับกำลังใจจากทุกคนไปจนถึงหน้าสุดท้ายค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 25
เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!