“ถ้าเธอจะคอยหลบสายตาแบบนี้ไปจนถึงวันสอบปลายภาค ฉันเกรงว่าการพิสูจน์ความจริงของเราคงต้องจบลงที่ความว่างเปล่าเสียก่อนนะ พาย”
กวินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในมุมลับตาหลังชั้นหนังสือหมวดวรรณกรรมคลาสสิก เขาไม่ได้มองมาที่ฉันโดยตรง แต่สายตากลับจ้องมองไปที่สันหนังสือเล่มเก่าที่วางเรียงรายราวกับกำลังอ่านใจคนมากกว่าอ่านเนื้อหาข้างในนั้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของฉันที่กำลังพยายามซ่อนตัวอยู่หลังกองเอกสาร
“ฉันไม่ได้หลบ... แค่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มพูดจากตรงไหนก่อน” ฉันตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้ามองที่คั่นหนังสือสีชมพูในมือ—ชิ้นเดิมที่ฉันเพิ่งพบว่ามันไม่ใช่แค่ของประดับ แต่เป็นเครื่องหมายคำถามที่ค้างคามาตลอดหลายสัปดาห์
กวินหมุนตัวกลับมาหาฉัน ระยะห่างระหว่างเราเพียงไม่กี่คืบ แววตาของชายหนุ่มที่ฉันเฝ้ามองจากมุมไกลๆ มาตลอดเทอมมีความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าคนขี้อายอย่างฉันจะตีความได้ มันไม่ใช่ความอบอุ่นแบบพี่ชายที่ใครต่อใครเข้าใจ แต่มันคือความรุ่มร้อนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสุขุม
“ไม่ต้องเริ่มจากตรงไหนทั้งนั้น” เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ความกดอากาศรอบตัวดูจะลดต่ำลงจนฉันหายใจติดขัด “แค่ตอบมาคำเดียว... ที่คั่นหนังสือเล่มนั้นน่ะ เธอวางไว้ในหนังสือ ‘The Great Gatsby’ เล่มนั้นตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันใช่ไหม หรือจริงๆ แล้วเธอแค่รอให้ฉันเป็นคนหยิบมันขึ้นมาอ่าน?”
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความลับที่พยายามปกปิดมาตลอดถูกขุดขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าด้วยท่าทีที่คาดเดาไม่ได้ ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือที่ถือที่คั่นหนังสือสั่นไหวเล็กน้อย กวินไม่ได้คาดคั้นด้วยท่าทีคุกคาม แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความคาดหวังที่พุ่งตรงมาที่หัวใจ
“ถ้าฉันบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญล่ะ?” ฉันลองหยั่งเชิง
“คนอย่างพายไม่มีทางทำอะไรโดยบังเอิญในห้องสมุดแห่งนี้” กวินยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นกวางที่ติดกับ “เธอรักความสงบ เธอชอบที่นี่ และเธอเป็นคนละเอียดอ่อนมากเกินกว่าจะลืมที่คั่นหนังสือเอาไว้ในหนังสือที่ยืมไปคืนที่อื่น... ยอมรับมาเถอะว่าเธอเองก็สังเกตเห็นฉันมานานแล้ว เหมือนกับที่ฉันเฝ้ามองเธอจากมุมห้องสมุดฝั่งวิศวะมาตลอด”
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คำสารภาพที่เรียบง่ายทว่าหนักแน่นนั้นทำให้เข่าฉันแทบอ่อนแรง มีนาเคยบอกว่ากวินเป็นคนฉลาดเกินกว่าจะเล่นเกมความรู้สึกกับใคร แต่ในวินาทีนี้ ดูเหมือนเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มเกมที่ฉันไม่เคยเตรียมตัวรับมือมาก่อน
“เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่าไหมคะ?” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่อง หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
“ที่ไหนดีล่ะ? ห้องสมุดที่นี่คือที่ของเราไม่ใช่หรือไง” กวินโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาห่างจากฉันเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นสะอาดสะอาดประจำตัวเขาทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ “หรือว่าเธออาย เพราะเธอก็รู้ว่าคนในห้องสมุดกำลังจ้องมองเราอยู่?”
ฉันชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนหลังชั้นหนังสือแถวถัดไป มีนา? หรือว่าจะเป็นคนอื่นที่กำลังแอบฟัง? บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อกวินขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราสัมผัสกัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความเดือดร้อนให้ฉัน แต่เขากำลังบังคับให้ฉันต้องเลือก—ว่าจะยอมรับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ หรือจะหันหลังเดินหนีไปตลอดกาล
“พาย...” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป อ่อนโยนลงจนเกือบจะเป็นการอ้อนวอน “เลิกหลบหลังหนังสือเล่มนั้นได้แล้ว เธอไม่ใช่ตัวละครที่ต้องซ่อนตัวอยู่หลังกระดาษหรอกนะ”
ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยคำใดออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยของมีนาที่แทรกผ่านช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือเข้ามา “พาย! กวิน! พวกเธอสองคนเลิกทำตัวเป็นพระนางในนิยายสักที อาจารย์บรรณารักษ์กำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับรายชื่อนักศึกษาที่ทำผิดระเบียบเรื่องเสียงดัง... แล้วก็... มีคนฝากจดหมายฉบับนี้มาให้พายที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วย!”
มีนายื่นซองจดหมายสีขาวสะอาดที่ดูแปลกตากว่าจดหมายทั่วไปมาให้ฉัน สีหน้าของเพื่อนรักดูวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดจนฉันใจคอไม่ดี
ฉันรับจดหมายมาด้วยมือที่สั่นเทา บนหน้าซองเขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด—ลายมือที่ฉันไม่เคยเห็นมานานนับปี แต่มันฝังลึกอยู่ในความทรงจำที่ฉันพยายามลบเลือน
กวินชะงักไปเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน เขารีบดึงมือฉันไว้ก่อนที่ฉันจะทันได้เปิดซอง “พาย... จดหมายนั่นจากใคร ทำไมเธอถึงทำหน้าแบบนั้น?”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองกวิน ก่อนจะเปลี่ยนไปมองซองจดหมายในมือที่ประทับตราสัญลักษณ์ของห้องสมุดเก่าแก่แห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ที่ที่ฉันเคยสัญญาว่าจะไม่กลับไปเหยียบอีกชั่วชีวิต
“กวิน... คนที่ส่งจดหมายฉบับนี้มา เขา... เขาควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมมุมห้องสมุดในทันที พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งที่เดินก้าวเข้ามาจากเงามืดของประตูทางเข้า—ร่างที่กวินจำได้แม่นว่าคือใคร แต่พายไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านและตกหลุมรักไปพร้อมกับตัวละครของ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!