บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 34

บทที่ 34

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ถ้าพายเลือกที่จะเดินออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับว่าสิ่งที่พายพยายามรักษามาตลอดสองปี… มันไม่มีความหมายอะไรเลยนะคะ” เสียงของมีนาแผ่วเบา แต่กลับดังก้องอยู่ในความเงียบงันของมุมอับหลังชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะ พายยืนนิ่ง มือบางกำสันปกหนังสือเล่มหนาจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้หันกลับไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนกลับไหวระริกราวกับมีพายุพัดผ่านอยู่ภายใน พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บที่ปอด เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่เลือกที่จะวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าเบาๆ เสียงกระดาษเสียดสีกันฟังดูบาดหูอย่างประหลาดในบรรยากาศที่เงียบสงัดราวกับป่าช้าของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในยามค่ำคืนนี้ “สิ่งที่พายรักษาไว้... มันอาจจะเป็นแค่ ‘ความฝัน’ ของพายคนเดียวก็ได้ค่ะมีนา” เธอพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่นในแบบที่พายไม่เคยเป็นมาก่อน “ความฝันที่พายสร้างขึ้นมาเอง วาดภาพกวินเอาไว้ในแบบที่พายอยากให้เขาเป็น... แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย กวินไม่ได้ต้องการพาย กวินแค่ต้องการคนที่รับฟังเขาได้ทุกเรื่อง... ซึ่งคนๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นพายหรอกค่ะ” “พาย! พูดอะไรแบบนั้น!” มีนาเดินเข้ามาคว้าไหล่พายไว้ แต่พายเบี่ยงตัวหลบอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ อยู่เหนือหัว พายหันกลับมาสบตามีนา แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอไม่ได้ร้องไห้ ความเสียใจที่สั่งสมมานานดูเหมือนจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งที่เย็นเยียบอยู่ในอก เธอเรียนรู้อะไรหลายอย่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะปล่อยมือจากสิ่งที่ยึดถือมาตลอด “กวินเขามีโลกของเขาค่ะ โลกที่มีพายอยู่แค่ในฐานะ ‘คนคั่นเวลา’ ตอนที่เขาเหงา หรือตอนที่เขาต้องการใครสักคนมานั่งฟังเรื่องที่เขารัก... พายเหนื่อยแล้วค่ะที่ต้องเป็นที่คั่นหนังสือเล่มบางๆ ที่คั่นค้างไว้ในหนังสือเล่มใหญ่ที่เขาไม่เคยคิดจะเปิดอ่านจนจบ” พายหมุนตัวเดินออกมาจากมุมนั้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ราวกับมันกำลังประท้วงการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ในวินาทีที่เธอเดินผ่านเคาน์เตอร์บรรณารักษ์ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย—กลิ่นของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมสะอาดแบบวิศวะ—ก็ลอยมาปะทะจมูก กวินยืนอยู่ที่นั่น เขาไม่ได้ใส่ชุดช็อปเหมือนทุกที แต่สวมเพียงเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟที่เย็นชืด อีกข้างหนึ่งถือสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินเข้มที่พายจำได้แม่น... มันคือเล่มเดียวกับที่เขามักจะจดบันทึกทุกครั้งเวลาที่เรานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน เขามองพายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ความนิ่งเฉยที่เคยเป็นเกราะกำบังของเขาดูเหมือนจะร้าวรานในวินาทีนี้ กวินไม่ได้พูดอะไรเลย เขาเพียงแต่ขยับตัวขวางทางเดินของเธอไว้ช้าๆ ระยะห่างที่เคยมีไว้เพื่อรักษามารยาทดูเหมือนจะลดลงจนน่าอึดอัด “จะกลับแล้วเหรอครับ?” กวินถาม คำถามที่ดูธรรมดาแต่กลับทำให้พายชะงัก “ค่ะ พายมีธุระต้องทำต่อ” เธอพยายามเลี่ยงที่จะสบตาเขา มองข้ามไหล่กว้างนั้นไปยังประตูทางออกที่อยู่ห่างไปไม่กี่เมตร “ธุระที่ว่า... รวมถึงการลบชื่อผมออกจากทุกหน้าของชีวิตพายด้วยหรือเปล่า?” กวินถามเสียงเรียบ แต่กระแสในน้ำเสียงนั้นทำให้พายใจกระตุก เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นไออุ่นจากตัวเขา ความรู้สึกโหยหาที่พยายามกดทับไว้แทบจะพังทลายลงมา แต่พายกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ “พายไม่เคยลบใครหรอกค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้น สบตาเขาตรงๆ เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ “พายแค่จัดระเบียบใหม่... หนังสือที่อ่านจบแล้ว ก็ควรจะวางไว้บนชั้น ไม่ใช่เอามาพกติดตัวไว้จนหนักใจแบบนี้” กวินนิ่งไปนาน เขาก้มมองสมุดบันทึกในมือตัวเอง ก่อนจะยื่นมันมาตรงหน้าพาย “งั้นผมมีเรื่องจะบอก... เรื่องที่ผมไม่เคยแม้แต่จะเขียนมันลงในนี้” พายมองสมุดเล่มนั้นอย่างชั่งใจ ความรู้สึกหนึ่งในใจสั่งให้เธอวิ่งหนีออกไปให้ไกลที่สุด แต่อีกความรู้สึกหนึ่งที่ซื่อสัตย์เกินไปกลับยึดขาเธอไว้กับที่ เธอสูดหายใจลึก เตรียมพร้อมที่จะรับฟังสิ่งที่กวินอาจจะพูดออกมา ซึ่งมันอาจจะเป็นคำบอกลาที่เธอเตรียมใจมา หรืออาจจะเป็นอะไรที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทว่า ก่อนที่กวินจะได้อ้าปากพูดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงร้องดังลั่นไปทั่วห้องสมุด เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่กวินหวงแหนที่สุด... เบอร์ของคนที่เขามักจะพูดถึงด้วยน้ำเสียงทะนุถนอมเสมอมา กวินชะงัก สายตาที่เคยมองพายเปลี่ยนไปเป็นความลังเลชั่วขณะ เขาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเงยหน้ามองพายด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายต่อหน้าเธอ “ครับ... ว่าไงครับ... อ๋อ... ใช่ครับ... ผมกำลังไปเดี๋ยวนี้ครับ” กวินวางสายแล้วหันกลับมามองพาย แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน “ขอโทษนะพาย ผมคงต้องไปแล้ว... เรื่องที่ผมอยากบอก ไว้คราวหลังนะครับ” เขาเดินผ่านเธอไปโดยไม่หันหลังกลับ ทิ้งให้พายยืนนิ่งอยู่กลางความว่างเปล่า หัวใจที่เธอยอมเปิดออกเกือบครึ่งถูกกระแทกปิดลงอย่างรุนแรง พายมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ หายไปในเงามืดของทางเดิน และในวินาทีที่เขากำลังจะพ้นมุมตึก เขาก็ทำของบางอย่างตกหล่นลงพื้น พายก้มลงเก็บของสิ่งนั้นขึ้นมา... มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่หลุดออกมาจากสมุดบันทึกที่เขาถือ เมื่อเธอพลิกด้านหลังของรูปถ่ายขึ้นมาดู หัวใจของเธอก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ ในรูปนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นภาพของเธอเองในวันที่เธอนั่งเผลอหลับไปในห้องสมุดเมื่อเดือนก่อน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือข้อความที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงของกวินด้านหลังรูปที่ระบุวันเวลาไว้อย่างชัดเจน... วันที่เป็นวันเดียวกับที่เขาบอกเธอว่า ‘เขาไม่ได้คิดอะไรกับใครเลยในตอนนี้’ ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับพายและกวินนะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%