"หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดถึงดอกไม้หรอกค่ะพาย มันพูดถึงวิธีที่คนเราเลือกจะฝังกลบความทรงจำเอาไว้ใต้กลีบดอกไม้แห้งต่างหาก"
เสียงใสกระจ่างของรินทำลายความเงียบสงัดภายในห้องสมุดคณะอักษรฯ ลงอย่างสิ้นเชิง เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมในมุมลึกสุดของชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามสันหนังสือเก่าแก่ที่ปกหนังเริ่มเปื่อยยุ่ย พาย—บรรณารักษ์หนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา—ชะงักมือที่กำลังจัดเรียงหมวดหมู่หนังสือในมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผ่านเลนส์แว่นสายตาที่สะท้อนแสงไฟสลัว
พายไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ วางหนังสือในมือลงบนรถเข็น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างกายของเขายังคงมีความเกร็งขึงอย่างคนที่เคยชินกับการอยู่กับความเงียบมากกว่าผู้คน
"คุณอ่านมันจบแล้วเหรอครับ... เอ้อ... จบแล้วสินะคะ" พายเผลอหลุดคำเรียกขานที่ขัดเขิน ก่อนจะรีบแก้ไขด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ราบเรียบที่สุด
รินหัวเราะเบาๆ ดวงตาเรียวรีของเธอเป็นประกายยามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ค่ะ พายทำเหมือนฉันเป็นคณะกรรมการตรวจประเมินห้องสมุดไปได้... นี่เรากำลังใช้เวลาช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีด้วยกันนะ ไม่ใช่การสอบสัมภาษณ์"
"ผมแค่ไม่ชินน่ะค่ะ" พายขยับแว่นสายตา ก้มหน้าลงซ่อนความรู้สึกวูบไหวในแววตา "ปกติมุมนี้ไม่มีใครมาสนใจหรอกครับ หนังสือพวกนี้ถูกลืมไปพร้อมกับกาลเวลา... เหมือนกับคนที่ชอบนั่งตรงนี้ด้วย"
รินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเก็บหนังสือเล่มนั้นเข้าที่อย่างทะนุถนอม ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าของรินทำเอาพายรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลงอย่างประหลาด
"งั้นแสดงว่าพายคือ 'คนที่ถูกลืม' หรือ 'คนที่เลือกจะลืม' กันแน่คะ?" เธอถามประโยคคำถามที่เฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก
พายเงียบไปอึดใจใหญ่ บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ อยู่ไกลๆ เขาหันไปมองชั้นหนังสือหมายเลข 7 ที่ดูเหมือนจะเป็นกำแพงกั้นโลกภายนอกออกจากโลกของเขาและเธอ "ผมแค่รู้สึกว่า... การอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น มันปลอดภัยดีค่ะ ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องถูกคาดหวัง"
"แต่ในความปลอดภัยนั้น มันก็เหงาไม่ใช่เหรอคะ?" รินเอื้อมมือไปแตะสันหนังสือที่อยู่ใกล้พายที่สุด นิ้วของเธอเฉียดผ่านมือของเขาเพียงนิดเดียว แต่สัมผัสนั้นกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในอกของชายหนุ่มอย่างรุนแรง "ถ้าพายไม่เปิดเล่มหนังสือออกดู พายจะไม่มีวันรู้เลยว่าข้างในมีเรื่องราวที่รอให้คนอื่นมาอ่าน หรือมีดอกไม้แห้งที่รอให้คนมาค้นพบ... เหมือนกับฉัน ที่บังเอิญมาเจอพายตรงนี้"
พายจ้องมองมือของรินที่วางอยู่ใกล้ๆ มือของเขา ความเงียบระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดอีกต่อไป แต่มันคือความเงียบที่เต้นเร่าไปด้วยจังหวะหัวใจที่เริ่มไม่เป็นจังหวะปกติ สำหรับพายแล้ว รินคือสีสันที่หลุดเข้ามาในโลกโทนขาวดำของเขา และความรู้สึกนี้มันน่ากลัวพอๆ กับความรู้สึกดีที่ได้รับ
"รินคะ..." พายเริ่มเอ่ยเสียงแผ่ว "ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ ทำไมถึงต้องเป็นผม?"
รินยิ้มละไม "อาจเพราะฉันเป็นนักอ่านที่ดีมั้งคะ เลยมองออกว่าพายไม่ใช่แค่ชั้นวางหนังสือที่รอเวลาปลดระวาง แต่พายคือหนังสือเล่มโปรดที่ยังไม่มีใครเปิดอ่านหน้าแรกจริงๆ เสียที"
คำพูดของรินชวนให้หัวใจของพายไหวสั่น เขาเตรียมจะพูดบางอย่างออกไป ทว่าจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ มันเป็นเสียงรองเท้าหนังที่คุ้นเคยเกินกว่าพายจะทำเป็นไม่สนใจ
"ริน! มาอยู่นี่เอง ผมหาตัวตั้งนาน"
ร่างสูงของกวินปรากฏตัวขึ้นที่หัวมุมชั้นวางหนังสือ เขาสวมชุดนักศึกษาเนี๊ยบกริบ แต่แววตาที่จ้องมองมายังพายนั้นมีความคุกคามแฝงอยู่จางๆ กวินหยุดยืนข้างๆ ริน ก่อนจะถือวิสาสะวางมือลงบนพนักเก้าอี้ของหญิงสาว ราวกับเป็นการประกาศอาณาเขตที่พายไม่อาจก้าวล่วง
"กวิน? มีอะไรหรือเปล่าคะ?" รินหันไปถามด้วยน้ำเสียงปกติ แต่พายสังเกตเห็นรอยยิ้มที่จางหายไปจากใบหน้าของเธอ
"วันนี้มีนัดประชุมชมรมไม่ใช่เหรอ? ลืมไปแล้วหรือไง" กวินเอ่ยพลางก้มลงมองพายด้วยสายตาที่เย็นชา "ขอโทษทีนะพาย นายคงต้องรบกวนจัดหนังสือคนเดียวไปก่อน วันนี้รินเขามีธุระที่สำคัญกว่าเยอะ"
พายรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบที่แล่นผ่านหัวใจ เขาพยักหน้าช้าๆ พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด "ครับ... เชิญเลยครับ งานสำคัญกว่า"
รินมีท่าทีลังเล เธอหันมามองพายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะยอมลุกขึ้นยืนตามแรงดึงเบาๆ ของกวิน "งั้น... ไว้เจอกันใหม่นะพาย"
พายนั่งนิ่งมองทั้งคู่เดินจากไป จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของพวกเขาจางหายไปในความมืดของโถงทางเดิน เขาก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นน้อยๆ บนโต๊ะไม้ตัวเดิม
ทว่า ในจังหวะที่เขาตั้งใจจะเก็บหนังสือเพื่อปิดฉากวันอันยาวนาน สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่รินลืมทิ้งไว้บนเก้าอี้ มันคือที่คั่นหนังสือสีชมพูใบเก่าที่เขาเคยเห็นเธอใช้คั่นหน้าหนังสือเล่มเมื่อครู่ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นจริงๆ ไม่ใช่ที่คั่นหนังสือเล่มนั้น
มันคือข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือบรรจงที่พับซ่อนอยู่ในซองเล็กๆ ที่แนบมากับที่คั่นหนังสือใบนั้น
*‘ความเหงาของพาย... ฉันจะขอเป็นคนอ่านมันเองนะคะ อย่าเพิ่งให้ใครเข้ามาแทนที่ตรงนี้ก่อนที่ฉันจะกลับมา’*
พายกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังกลับมาอีกครั้งที่มุมทางเดิน! ไม่ใช่กวิน... แต่เป็นรอยยิ้มของรินที่โผล่พ้นมุมมืดเข้ามาเพียงลำพัง พร้อมกับดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 4
มุมสงบในห้องสมุด
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!