"เล่มนี้... น่าสนใจดีนะคะ"
ปลายนิ้วเรียวที่ผ่านการทาเล็บด้วยสีนู้ดใสแตะลงบนปกกระดาษแข็งของหนังสือรวมเรื่องสั้นแปลกตา เล่มที่รินจตั้งใจเลือกสรรมานานกว่าสิบนาที หน้าเคาน์เตอร์ยืมคืนหนังสือของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในยามบ่ายแก่ๆ ค่อนไปทางเย็นเช่นนี้ เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
พายเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ แว่นตากรอบโลหะทรงกลมสะท้อนแสงไฟนีออนบนเพดานวับวาม ดวงตาคมปลาบหลังเลนส์คู่นั้นมองลอดผ่านใบหน้าเธอไปยังชั้นหนังสือหมายเลข 7 ด้านหลังราวกับจะตรวจสอบว่าเธอหยิบมันมาจากหมวดหมู่ที่ถูกต้องจริงหรือไม่ เขารักษาระยะห่างและความเป็นมืออาชีพได้อย่างไร้ที่ติเสมอมา จนกระทั่งนิ้วเรียวยาวเอื้อมมารับบัตรนักศึกษาจากมือเธอ
รินลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความจริงแล้ว หนังสือเล่มนี้เธอเคยอ่านจบไปตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้วด้วยซ้ำ แต่ความกล้าที่จะมายืนตรงนี้โดยมีข้ออ้างเป็นกระดาษบาร์โค้ดแผ่นเดียว ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"เล่มนี้... อยู่ในหมวดวรรณกรรมร่วมสมัยค่ะ ไม่ใช่วรรณกรรมเยาวชน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงของพายมีความราบเรียบที่มักทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง "คุณรินแน่ใจเหรอคะว่าจะอ่านมันจบ?"
รินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เธอยืนเท้าแขนลงกับขอบเคาน์เตอร์ไม้ขัดมันโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าเจือจางในอากาศลอยไปแตะจมูกคนหลังเคาน์เตอร์
"ถ้าคนแนะนำ... ตั้งใจอ่านให้ฟัง อาจจะจบเร็วกว่าที่คิดก็ได้นะคะ" รินตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ทว่าแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
พายชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ บัตรนักศึกษาของเธอยังคงค้างอยู่ระหว่างนิ้วของเขา เขานิ่งเงียบไปหลายวินาทีราวกับกำลังประมวลผลคำพูดสองแง่สองง่ามนั้น รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยของเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับภาพลวงตา
"ห้องสมุดไม่ใช่สถานที่สำหรับ... อ่านให้ฟังหรอกนะคะ คุณริน" พายเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นลึกล้ำเสียจนรินต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน "ที่นี่... มีกฎเรื่องความเงียบที่เคร่งครัดมากค่ะ"
"แต่ตอนนี้... ใกล้เวลาปิดทำการแล้วนี่คะ" รินแย้งเสียงเบา สายตาเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวกำลังจะชี้เลขสิบสอง "อีกอย่าง บรรณารักษ์เวรวันนี้... ดูเหมือนจะใจดีเป็นพิเศษด้วย"
พายถอนหายใจออกมาเบาๆ เสียงถอนหายใจที่เจือความระอาใจนิดๆ แต่นัยน์ตากลับไหววับประหลาด เขาจัดการสแกนบาร์โค้ดหนังสือเล่มนั้นด้วยความรวดเร็ว เสียง *ปี๊ด* เบาๆ ดังขึ้นยืนยันการทำรายการสำเร็จ เขายื่นบัตรและหนังสือเล่มหนาคืนให้เธอ พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่สอดไว้ด้านในปกหน้าอย่างแนบเนียน
รินก้มมองกระดาษแผ่นนั้น หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบเขียนไว้ว่า *'ประตูหลังห้องสมุด... หกโมงเย็น'*
เธอกำลังจะเงยหน้าขึ้นไปทวงถามความหมาย แต่ทว่า...
"ริน! อยู่นี่เองเหรอ ฉันตามหาเธอซะทั่วเลย"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินระหว่างชั้นหนังสือหมายเลข 6 กวินก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนข้างกายเธอ ใบหน้าคมคายมีหยาดเหงื่อซึมเล็กน้อยจากการเดินตามหา รสายตารիսรอกับพายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ทันทีด้วยความระแวงระวังที่ปิดไม่มิด
รินรีบหุบสมุดในมือลงและซ่อนกระดาษโน้ตไว้แนบชิดอก ความตกใจทำให้เธอเผลอถอยหลังไปชนไหล่กวินโดยไม่ได้ตั้งใจ
"มีอะไรเหรอกวิน? ฉันแค่... มายืมหนังสือ" รินเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
กวินหรี่ตามองพายที่ยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนหลังเคาน์เตอร์ สายตาของชายหนุ่มทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ประกายไฟแห่งความไม่เป็นมิตรพวยพุ่งขึ้นเงียบๆ โดยไม่ต้องมีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่
"หนังสือเล่มหนาเตอะขนาดนี้... เธอยืมมาอ่านจริงๆ เหรอริน?" กวินหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าปกหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู "ปกติเธอชอบอ่านแต่นิยายรักหวานแหววไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ถึงเปลี่ยนแนวมาสนใจเรื่องพวกนี้ล่ะ?"
รินใจหายวาบ กลัวว่ากวินจะทันสังเกตเห็นกระดาษโน้ตที่ซ่อนอยู่ เธอยื้อแย่งหนังสือคืนมาด้วยท่าทางลุกลนจนผิดสังเกต
"ก็... คนเรามันก็ต้องมีเปลี่ยนแนวกันบ้างสิ มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวน่า" รินตัดบทด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
พายมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทั้งหมดเงียบๆ รอยยิ้มจางๆ ที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น แววตาของบรรณารักษ์หนุ่มกลับมาเย็นชาและห่างเหินดังเดิมราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว เขาก้มหน้าลงสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามเดิมราวกับว่าตรงหน้าเคาน์เตอร์นี้ไม่มีใครยืนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
"กลับกันเถอะริน ใกล้เวลาห้องสมุดปิดแล้ว" กวินเอ่ยเสียงเข้ม มือใหญ่เอื้อมมาจับข้อแขนเธอไว้หลวมๆ เป็นเชิงบังคับกลายๆ "ฉันรอดินอยู่ข้างนอกตั้งนาน ฝนทำท่าจะตกด้วย"
รินหันไปมองพายครั้งสุดท้ายด้วยความรู้สึกวูบโหวงในอก เธอกำกระดาษโน้ตในมือแน่นจนยับยู่ยี่ หกโมงเย็นกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า... และประตูหลังห้องสมุดก็อยู่ห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นเอง
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 3
การสนทนาหน้าเคาน์เตอร์
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!