บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 2

เจ้าของตัวจริง

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นหมึกพิมพ์จางๆ คือสิ่งเดียวที่พอจะเยียวยาความหงุดหงิดในอกของรินได้ในยามนี้ นิ้วเรียวไล่ไปตามสันหนังสือบนชั้นวางหมายเลข 7 อย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ดวงตากลมโตกลับจับจ้องอยู่ที่สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มเล็กในมือซ้าย สมุดเล่มที่เธอตั้งใจจะนำมาคืนให้ถึงมือเจ้าของตัวจริงให้จงได้ หลังจากที่อ่านข้อความลายมือหวัดแต่สะอาดสะอ้านที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายเมื่อวานนี้ *‘ถ้าคุณอ่านถึงตรงนี้... แสดงว่าคุณกำลังสนใจเรื่องราวของผมเข้าแล้ว’* ประโยคกวนประสาทที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้รินต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ใครกันนะที่เขียนข้อความแบบนี้ใส่ไว้ในสมุดบันทึกที่ถูกลืมทิ้งไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือมุมอับสายตา? มันไม่ใช่แค่สมุดบันทึกธรรมดา แต่มันคือไดอารี่ความรู้สึกที่บันทึกเรื่องราวการแอบมองใครคนหนึ่งมาตลอดสามเดือนเต็ม และบังเอิญเหลือเกินที่เบาะแสทุกอย่างในนั้นชี้ตรงมาที่ห้องสมุดคณะอักษรศาสตร์แห่งนี้ รินกวาดสายตามองผ่านช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือทรงสูง บรรยากาศช่วงบ่ายของห้องสมุดเงียบสงบจนได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษแผ่วเบaจากโต๊ะอ่านหนังสือตัวไกล ทว่าเป้าหมายของเธอในวันนี้ไม่ใช่การมาหาหนังสืออ่านฆ่าเวลา แต่เธอต้องการ "ล่าตัว" เจ้าของสมุดเล่มนี้ให้เจอคาหนังคาเขา การตามหาเบาะแสเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่คาบเรียนเช้า รินใช้เวลาว่างช่วงพักเที่ยงไล่เทียบรายชื่อบรรณารักษ์ฝึกหัดทั้งหมดสี่คน จนกระทั่งเหลือเพียงคนเดียว... คนที่ชอบสวมแว่นตากรอบเงินหนาเตอะ นั่งหลังตรงเป็นไม้บรรทัดอยู่ที่เคาน์เตอร์ยืมคืนหนังสือ และมักจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่ทุกคนราวกับโลกใบนี้ติดหนี้เขาอยู่ร้อยล้าน พาย ให้ตายเถอะ... ผู้ชายมาดนิ่ง เงียบขรึม และดูเข้าถึงยากที่สุดในสามโลกคนนั้นเนี่ยนะ คือเจ้าของข้อความพรรณนาหวานซึ้งกินใจในสมุดเล่มนี้? รินแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ ฝ่ามือบางกระชับปกสมุดในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังก้มหน้าก้มตาจัดหมวดหมู่หนังสือคืนชั้นอยู่ที่โซนประวัติศาสตร์ด้านในสุด รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปหาทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "หนังสือประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาเล่มนี้... ถูกจัดวางไว้ผิดหมวดหมู่มาสามวันแล้วนะคะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเนือยๆ เจือความตั้งใจที่จะแกล้งหยอกเย้าเล็กน้อย รินจงใจยืนซ้อนอยู่ด้านหลังร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงสมชายชาตรี พายสะดุ้งเล็กน้อย ไหล่กว้างชะงักค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ วางหนังสือในมือลงบนชั้นอย่างใจ1เย็น แล้วจึงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟจากเพดานวาววับ ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นคู่นั้นมองมาที่รินด้วยแววตาเรียเฉย ทว่าหากสังเกตให้ดี... บริเวณหางตาและสันจันจูกของเขากลับขึ้นสีเรื่อจางๆ อย่างปิดไม่มิด "คุณริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเช่นเดิม "ห้องสมุดมีกฎห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้ใช้บริการคนอื่น... ดูเหมือนคุณจะลืมข้อนี้ไปเสียสนิทเลยนะครับ" *อ่า... คำก็กฎ สองก็กฎ ผู้ชายคนนี้นี่มันหัวทึบเรื่องความโรแมนติกเสียจริง* รินคิดในใจอย่างนึกหมั่นไส้ "รินไม่ได้ส่งเสียงดังเสียหน่อยค่ะ รินแค่กระซิบเตือนเพื่อนร่วมงาน... เอ๊ย บรรณารักษ์ฝึกหัดต่างหาก" รินจงใจเว้นวรรคคำพูด เลื่อนสายตาลงมองสมุดปกหนังสีน้ำตาลในมือตัวเองสลับกับใบหน้าคมคายที่เริ่มจะตึงขึ้นเรื่อยๆ ของอีกฝ่าย "อีกอย่าง... รินคิดว่ามีบางอย่างที่เป็น 'ของส่วนตัวมากๆ' หล่นไว้ที่โต๊ะหมายเลข 7 เมื่อวานนี้ และบังเอิญว่ารินเป็นคนประเภท... ชอบส่งคืนของหายให้ถึงมือเจ้าของตัวจริงเสียด้วยสิคะ" พายชะงักค้างไปอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดความตกใจไม่อยู่ ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง มือหนาที่ถือแฟ้มข้อมูลอยู่เผลอเกร็งจนนิ้วข้อต่อขึ้นสีขาว ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเราทั้งคู่ ชั่วขณะหนึ่งมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงหึ่งเบาๆ และเสียงหัวใจของรินเองที่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นมุมหลุดๆ ของคนมาดนิ่ง "คุณ... เอาสมุดเล่มนั้นมาจากไหน" พายเอ่ยถามเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมหลบวูบลงมองพื้นชั่วขณะ ก่อนจะเงยขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกังวลระคนเขินอายที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น "ก็เก็บบนโต๊ะอ่านหนังสือไงคะ" รินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แถมรินยังถือวิสาสะ... เปิดอ่านไปจนถึงหน้าสุดท้ายด้วยนะคะ คุณพาย บรรณารักษ์ผู้เคร่งขรึม" ใบหน้าของพายเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว ลามไปจนถึงใบหูขาวสะอาด เขาเบือนหน้าหนีไปทางชั้นหนังสือราวกับไม่กล้าสู้สายตาเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวตรงหน้าอีกต่อไป ท่าทีเก้ๆ กังๆ ที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน ทำให้รินใจเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ผู้ชายที่ดูหยิ่งผยองและเย็นชาคนนี้ ที่แท้ก็มีมุมเปราะบางและน่ารักแบบนี้ซ่อนอยู่หลังกำแพงความเงียบงันนี่เอง "ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..." พายอึกอัก พยายามหาคำแก้ตัวแต่สมองกลับประมวลผลไม่ทัน รินหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกชนะใสๆ แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "ไม่ต้องแก้ตัวหรอกค่ะ รินเข้าใจดี" รินยื่นสมุดบันทึกเล่มนั้นคืนให้เขาด้วยความนุ่มนวล ปลายนิ้วเรียวแกล้งสัมผัสโดนฝ่ามืออุ่นจัดของพายโดยตั้งใจ จนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก รีบคว้าสมุดเล่มนั้นมากอดแนบอกไว้แน่นราวกับกลัวมันจะหายไปอีก "แต่ถ้าจะให้ดี... เรื่องในสมุดเล่มนี้ ที่เขียนว่าแอบมองใครบางคนมาตลอดสามเดือนเนี่ย... ช่วยเล่าให้รินฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่า 'เจ้าของตัวจริง' ที่คุณเขียนถึง... หน้าตาเป็นยังไง" พายหันขวับกลับมามองเธอทันที แววตาไหวระริกด้วยความตกใจระคนลึกซึ้ง ริมฝีปากอ้าออกเล็กน้อยคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่ทว่า... "ริน! อยู่ตรงนี้เองเหรอ ฉันตามหาเธอซะทั่วเลย" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าห้องสมุด กวินก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนด้วยสีหน้าเร่งรีบ ดวงตาคมกวาดมองระหว่างรินและพายที่ยืนประชิดกันเกินความจำเป็นด้วยแววตาจับผิดและไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด พายรีบก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว สีหน้ากลับคืนสู่ความเรียบเฉยเย็นชาดั่งเดิมในชั่วพริบตา ราวกับหน้ากากถูกสวมทับลงไปใหม่อย่างรวดเร็ว "มีอะไรรึเปล่ากวิน?" รินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ "อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่องโปรเจกต์กลุ่มวิชาเอกน่ะสิ รีบไปกันเถอะ" กวินเอื้อมมือมาคว้าข้อมือบางของรินไว้แน่น ออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตาม แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่พายราวกับประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย รินหันกลับไปมองพายด้วยความเสียดาย ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำลา สายตาคู่คมของบรรณารักษ์หนุ่มที่หลบอยู่หลังกรอบแว่น ก็เหลือบมองข้อมือของเธอที่ถูกกวินจับไว้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอด้วยแววตาที่เจ็บปวดและลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา... พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเป็นคำพูดไร้เสียงส่งมาให้เธอก่อนที่กวินจะดึงตัวเธอเดินห่างออกไป *“คุณนั่นแหละ... คือเจ้าของตัวจริง”* ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%