กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นหมึกพิมพ์จางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศเย็นฉ่ำของห้องสมุดมหาวิทยาลัย ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 ในยามบ่ายเช่นนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ จนกระทั่งปลายนิ้วเรียวยาวของพายเลื่อนผ่านสันหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่ง แล้วดึงมันออกมาจากชั้นด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำ
รินซึ่งนั่งเท้าคางมองอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาวถึงกับกะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นหนังสือเล่มนั้นถูกวางลงตรงหน้า
"พายแน่ใจนะคะว่าเล่มนี้?" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความประหลาดใจ ปลายคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของมัน ปกหนAห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสเก่าๆ ที่มีรอยยับย่น สันหนังสือเย็บด้วยด้ายสีขาวอย่างประณีตแต่มั่นคง มันไม่ใช่หนังสือขายดีติดอันดับในชั้นโชว์หน้าห้องสมุด และแน่นอนว่าไม่ใช่แนวรักหวานแหววที่เธอมักจะหยิบมาอ่านยามว่าง
"ครับ... เอ่อ หมายถึง มันเป็นเล่มที่ผมคิดว่าคุณน่าจะลองอ่านดูค่ะ" พายรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเผลอใช้สรรพนามชาย ใบหูของชายหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดจนรินต้องแอบอมยิ้มในความเก้ๆ กังๆ นั้น
บรรณารักษ์หนุ่มผู้เงียบขรึมมักจะซ่อนตัวอยู่หลังกรอบแว่นหนาและกองเอกสารเสมอ แต่ในยามที่เขาพูดถึงหนังสือ ดวงตาคมคายคู่นั้นกลับฉายประกายบางอย่างที่เปราะบางและงดงาม หนังสือเล่มนี้ไม่มีชื่อผู้แต่งเด่น ภายในมีเพียงลายมือเขียนหวัดๆ ด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินที่หน้าแรก—*“แด่คนที่ยังหลงทางในหน้ากระดาษ”*
"มันคือนิยายขนาดสั้นที่ตีพิมพ์เองเมื่อสิบปีก่อนค่ะ" พายอธิบาย เสียงทุ้มต่ำของเขานุ่มนวลขึ้นเมื่อดึงเก้าอี้ตัวข้างๆ ออกแล้วหย่อนตัวลงนั่ง ห่างจากรินเพียงแค่เอื้อมมือ "ตอนที่ผมเด็กกว่านี้... โลกทั้งใบของผมมันแคบมาก แคบจนมีแค่ห้องสี่เหลี่ยมกับชั้นหนังสือ หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... ความเหงาไม่ได้น่ากลัวเสมอไป"
รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสดใสไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ประเดประดอนเข้ามาในอก ความเงียบงันระหว่างพวกเขามันไม่ได้อึดอัด แต่มันเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ไม่ได้เอ่ยออกมา รินสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวในอดีตของพายผ่านน้ำเสียงสั่นพร่าเพียงเล็กน้อยนั้น และนั่นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าฉันอ่านมันจบ..." รินสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "พายจะยอมเล่าตอนจบที่แท้จริงให้ฟังไหมคะ? เพราะดูจากรอยพับที่หน้าสุดท้ายแล้ว... พายคงยังอ่านมันไม่จบใช่ไหมล่ะคะ"
พายชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักเกร็งแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รินช่างเป็นคนช่างสังเกตเสียจริง เธอมองทะลุเกราะป้องกันทั้งหมดของเขาได้เสมอ
"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ... เอ๊ย แบบนั้นคะ?" พายรีบแก้คำพูดอีกครั้งด้วยความร้อนรน เรียกรอยหัวเราะเบาๆ จากริน
"เพราะสายตาของพายเวลาที่มองเล่มนี้ มันเหมือนกับคนที่กำลังกลัวจะเปิดไปเจอหน้าสุดท้ายต่างหากล่ะคะ" รินเอื้อมมือไปแตะสันหนังสือเล่มนั้นเบาๆ ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านหลังมือของพายที่วางอยู่บนโต๊ะราวกับไม่ได้ตั้งใจ ความอุ่นซ่านแล่นริ้วผ่านผิวสัมผัสจนทั้งคู่ต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน
บรรยากาศในมุมอับสายตาของชั้นหนังสือหมายเลข 7 พลาล2ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ พายก้มมองโต๊ะไม้ หลบสายตาที่พยายามค้นหาความจริงของริน หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เขากำลังกลัว... กลัวว่าหากรินอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เธอจะมองทะลุเข้าไปเห็นปมในใจที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดชีวิต
"ถ้าคุณอ่านมันจนถึงบทสุดท้าย..." พายเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับกระซิบกับอากาศ "คุณอาจจะไม่อยากนั่งตรงนี้กับผมอีกต่อไปก็ได้ครับ... นะคะ"
รินนิ่งอึ้งไปกับประโยคกำกวมนั้น เธอกำลังจะอ้าปากแย้งและถามให้เคลียร์ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินระหว่างชั้นหนังสือ
"ริน! อยู่นี่เองเหรอ ฉันตามหาเธอซะทั่วเลย"
เสียงทุ้มกังวานของกวินดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ กวินส่งยิ้มกว้างให้ริน แต่สายตาคมกริบกลับหันไปมองพายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มบนใบหน้าของบรรณารักษ์หนุ่มเลือนหายไปในพริบตา ความเย็นชาแบบเดิมกลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว
"อ้าว กวิน มีอะไรเหรอคะ?" รินหันไปถามด้วยความแปลกใจ เจือความรู้สึกเสียดายจังหวะเวลาเมื่อครู่ลึกๆ
"พอดีอาจารย์ที่ปรึกษาฝากเอกสารมาให้เธอน่ะสิ แล้วก็นะ..." กวินเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ แต่จงใจให้พายได้ยินชัดเจน "เย็นนี้ฉันจองโต๊ะที่ร้านกาแฟหน้ามอไว้แล้ว เธอบอกว่าจะไปติวหนังสือกับฉันไม่ใช่เหรอ? อย่าบอกนะว่าลืมอีกแล้ว"
รินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นึกขึ้นได้ว่าเธอกับกวินเคยตกลงกันไว้จริงก่อนหน้านี้ เธอลอบมองหน้าพายที่ตอนนี้กลับไปตีสีหน้านิ่งเรียบเป็นหุ่นยนต์ ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกอีกครั้ง หนังสือเล่มเก่าถูกดันกลับไปหาเธอช้าๆ พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่สอดไว้ด้านใน
"เชิญอ่านให้สนุกนะครับ... เอ๊ย ขอให้สนุกนะคะ" พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับกรอบแว่นบนสันจมูก "ผมขอตัวไปเช็คสต็อกหนังสือก่อน ปิดเทอมนี้หนังสือคงต้องจัดใหม่หมด"
พูดจบ พายก็หันหลังเดินหนีหายไปในความมืดสลัวของมุมหนังสือด้านในทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง รินรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เธอมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวคู่นั้นด้วยความรู้สึกหน่วงในอก
"ไอ้บรรณารักษ์คนนี้ท่าทางแปลกคนดีนะว่าไหม?" กวินเอ่ยทัก พรางหยิบหนังสือเก่าบนโต๊ะขึ้นมาพลิוףดูหน้าปกด้วยความรังเกียจเล็กน้อย "หนังสือเก่าคร่ำคร่าแบบนี้ เธอเอามาอ่านทำไมเนี่ยริน?"
"วางลงนะกวิน!" รินแย่งหนังสือเล่มนั้นกลับมาแนบอกด้วยความหวงแหนอย่างไม่มีเหตุผล เธอเปิดหน้าแรกที่มีลายมือหวัดๆ นั้นออกดูอีกครั้งเพื่อหาความเชื่อมโยง
และเมื่อเธอกวาดสายตาไปที่หน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่ถูกเปิดค้างไว้โดยฝีมือใครบางคน รินก็ต้องผงะ ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจจนเก้าอี้ล้มคว่ำ
เพราะที่บรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษนั้น... มีลายมือหมึกซึมสีน้ำเงินชุดใหม่ถูกเขียนทับด้วยลายมือที่สั่นเทา และไม่ใช่ลายมือของคนเขียนคนเดิม แต่มันคือลายมือของพาย ที่เพิ่งเขียนเพิ่มลงไปสดๆ ร้อนๆ ก่อนที่เขาจะลุกหนีไปเมื่อครู่นี้...
*“...และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้... ได้โปรดอย่าหันกลับมามองผมที่ยืนอยู่ข้างหลัง... ในวันที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย”*
---
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 5
นิยายที่ยังอ่านไม่จบ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!