“ถ้าคุณยังจ้องหนังสือเล่มนั้นด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น ต่อให้เป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่ทรงคุณค่าแค่ไหน มันก็คงอ่านไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ พาย”
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงัดของมุมอับหลังชั้นหนังสือหมายเลข 7 พายสะดุ้งเล็กน้อยจนแว่นสายตากรอบบางเลื่อนลงมาที่สันจมูก เขาไม่ได้หันไปมองทันที แต่ใช้ปลายนิ้วดันแว่นกลับเข้าที่ ก่อนจะปิดปกหนังสือในมือลงอย่างแผ่วเบา
“บางที... ผมก็แค่กำลังพยายามทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่มันซับซ้อนเกินไป” พายตอบเสียงเรียบ ทว่าในแววตากลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดน้ำฝนกระทบ
รินก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธออบอวลอยู่ในอากาศ เธอโน้มตัวลงมามองสันหนังสือในมือเขา ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ “*ความโดดเดี่ยวในห้องสมุดนิรันดร์*? นี่คุณอ่านเรื่องนี้รอบที่สามแล้วนะคะ ช่วงนี้ชีวิตของคุณกำลังเรียกร้องหาความหมายของคำว่า ‘โดดเดี่ยว’ ขนาดนั้นเลยหรือคะ?”
พายหันมามองเธอเต็มตา ครั้งนี้เขาสังเกตเห็นประกายวิบวับในดวงตาของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะอ่านใจเขาออกทะลุปรุโปร่งเสมอ “มันก็แค่หนังสือเล่มหนึ่ง ริน อย่าใส่ใจเลยครับ”
“ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ” รินวางมือลงบนชั้นหนังสือข้างตัวพาย บีบช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ให้แคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น “ตั้งแต่วันที่กวินเข้ามาทักคุณที่เคาน์เตอร์วันก่อน คุณก็ดูแปลกไป เหมือนคนกำลังพยายามจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้หลังกำแพงหนังสือพวกนี้”
ชื่อของ ‘กวิน’ ทำให้จังหวะหัวใจของพายกระตุกวูบ เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ความรู้สึกที่เป็นเหมือนเงาตามตัวที่คอยย้ำเตือนว่าเขามีสิทธิ์แค่ไหนในชีวิตของริน
“กวินเขาเป็นคนดี... และเขาเหมาะสมกับคุณมากกว่าผมเยอะ” พายพูดประโยคที่ฝืนใจที่สุดออกมา เสียงของเขาแหบพร่าไปชั่วขณะ
รินนิ่งไป แววตาร่าเริงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความขุ่นมัวที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกๆ “คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินแทนฉันนะคะพาย ว่าใครเหมาะสมกับใคร ที่คุณถอยห่าง... เป็นเพราะกวิน หรือเป็นเพราะคุณขี้ขลาดที่จะยอมรับความรู้สึกตัวเองกันแน่?”
ขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น ความไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มนักศึกษาที่วิ่งไล่กันผ่านมาทำให้ชั้นหนังสือข้างๆ โยกไหวอย่างรุนแรง พายตัดสินใจโดยสัญชาตญาณ เขาคว้าไหล่รินแล้วดึงเธอเข้าหาตัวพร้อมกับใช้ร่างกายกำบังเธอไว้จากกองหนังสือที่อาจจะล้มลงมา
วินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน...
รินซบลงบนอกของเขา เสียงหัวใจของพายเต้นรัวเร็วและหนักหน่วงจนเธอรับรู้ได้ผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ต รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะที่ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดที่ริมฝีปากของกันและกัน ความเงียบที่เคยน่าอึดอัดกลับแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่พายยากจะต้านทาน
มือของพายที่โอบไหล่เธออยู่สั่นเทาเล็กน้อย เขาค่อยๆ เลื่อนมือมาสัมผัสพวงแก้มใสอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพฝันที่จางหายไปหากเขาออกแรงมากเกินไป รินไม่ได้ถอยหนี เธอหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกที่สะสมมานานเอ่อล้นออกมา
“พายคะ...” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
พายก้มหน้าลงมาจนหน้าผากแตะกัน เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ใจเรียกร้อง แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะได้สัมผัสกับความนุ่มนวลนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังแผดขึ้นในความเงียบก็ทำลายห้วงเวลานั้นลงทันที
พายสะดุ้งสุดตัวและถอยห่างออกมาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน รินยังคงยืนนิ่ง มือสั่นระริก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันมามองพายที่ยืนก้มหน้ากำหมัดแน่น
“กวินโทรมาค่ะ...” รินเว้นจังหวะ “เขาบอกว่าเขารอฉันอยู่ที่หน้าห้องสมุด และเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับ ‘ความสัมพันธ์ของเรา’ ที่จะบอกฉันในวันนี้”
พายเงยหน้าขึ้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวเมื่อเห็นรินรับสายด้วยท่าทีเย็นชา ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาอีก ทิ้งให้เขาอยู่กับความเงียบและชั้นหนังสือหมายเลข 7 ที่ดูจะไร้ความหมายไปในทันที
ทว่า ขณะที่พายกำลังจะเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีชมพูแผ่นเล็กที่รินทำตกไว้ที่พื้นข้างๆ หนังสือที่เขาถืออยู่ พายก้มลงหยิบมันขึ้นมา หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา
*‘ถึงพาย... ถ้ากวินคือความถูกต้อง ฉันก็ขอเป็นความผิดพลาดที่อยากให้คุณแก้ไขเองกับมือ... รอฉันที่ชั้น 7 หลังเลิกเรียนนะคะ อย่าเพิ่งใจร้ายกับฉันเลย’*
ยังไม่ทันที่เขาจะได้หายใจคล่องคอ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอีกคู่หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของทางเดิน พายหันขวับไปมองและต้องตกตะลึงเมื่อเห็นร่างของกวินยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
“ได้ยินมาว่านายชอบอ่านหนังสือมากนะพาย... แต่น่าเสียดาย ที่บทสรุปของเรื่องนี้ นายอาจจะไม่ได้เป็นคนกำหนดมันด้วยตัวเอง”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของหนังสือและหัวใจไปกับ “ที่คั่นหนังสือสีชมพู” นะคะ
บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7•ตอนที่ 14
เผลอใจไปชั่วขณะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักฉบับยืมคืน: ปลายทางที่ชั้นวางหนังสือหมายเลข 7 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!