"นี่พี่อาทิตย์เดินมาทางไหนเนี่ย! ป้ายบอกทางมันบอกให้เลี้ยวขวาตะk่างหาก ทำไมพี่พาเดินลึกเข้ามาในดงกล้วยกับต้นไม้รกๆ นี่เล่า!"
เสียงโวยวายของเพลงดังแหวšความเงียบสงบของผืนป่าดิบชื้นหลังค่ายอาสาพัฒนาชนบท ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดสีขาวเปื้อนฝุ่นกับกางเกงคาร์โก้ตัวเก่งกำลังยืนกอดอกหน้ามุ้ย เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผมจนผมหน้าม้าลู่ปรกหน้าผาก ดวงตากลมโตตวัดมองรุ่นพี่ตัวสูงที่ยืนยิ้มแป้นแล้นไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ข้างกอไผ่
อาทิตย์ หรือเดือนคณะวิศวะฯ ผู้พกพารอยยิ้มกระชากใจสาวๆ มาตั้งแต่หน้าค่าย ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยטורความผิด มือหนายกขึ้นเกาต้นคอแก้เขินนิดหน่อย แต่แววตาพราวระยับนั้นกลับบอกชัดเจนว่าไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดเดียว
"อ้าว ก็พี่เห็นว่าบรรยากาศมันโรแมนติกดีนี่ครับ... เผื่อเราจะได้เดินจับมือฝ่าดงพงไพรเหมือนพระเอกนางเอกละครเย็นไง" อาทิตย์ลอยหน้าลอยตาตอบ พร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปใกล้รุ่นน้องตัวเล็กอีกนิดจนเพลงต้องถอยหลังกรูด
"โรแมนติกกับผีสิคะ! นี่มันป่าดิบชื้นนะพี่! ยุงตัวเท่าควายป่าแล้วเนี่ย! แล้วโทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณ แบตฯ เพลงเหลือสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราติดอยู่ในนี้จนมืดค่ำแล้วเจอหมีควายมากินตับทำไงเล่า!" เพลงแว้ดใส่เสียงดังลั่นพร้อมกับสะบัดมือไล่ยุงที่บินวนเวียนอยู่แถวใบหูอย่างหงุดหงิด
"โหน้องเพลงครับ จินตนาการล้ำเลิศเกินเบอร์ไปมาก เมืองไทยไม่มีหมีควายในป่าโปร่งแบบนี้หรอกน่า... แล้วอีกอย่าง ต่อให้มีหมี พี่ก็ปกป้องเราได้อยู่แล้ว ปลอดภัยหายห่วงครับ" เดือนคณะหนุ่มพูดพลางทำท่าเบ่งกล้ามโชว์ความกำยำใต้ร่มผ้าให้ดูเสียหนึ่งที จนเพลงต้องเบะปากคว่ำหมั่นไส้
"เก่งนักนะ... ทีตอนเดินตามชาวบ้านมาทำไมไม่จำทางฮึ? ปล่อยให้เดินหลงมาด้วยกันสองคนจนได้" เพลงบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงเบา แต่ก็ยอมควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโบกไปมาอย่างไร้ความหมาย เผื่อว่าปาฏิหาริย์จะมีจริงแล้วสัญญาณ 4G จะโผล่พรวดขึ้นมาสักขีดสองขีด
"ก็พี่ตั้งใจ... เอ๊ย หมายถึง ก็พี่มัวแต่ห่วงมองคนข้างๆ กลัวว่าจะสะดุดรากไม้ล้มไปซะก่อน ก็เลยไม่ได้สังเกตทางน่ะสิครับ" อาทิตย์แกล้งเปลี่ยนคำพูดกะทันหัน แต่หูสองข้างที่แดงแจ๋ท่าकरแสงแดดรำไรที่ส่องลอดใบไม้ลงมานั้น ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจจะพูดประโยคแรกออกมาแบบนั้น
เพลงชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแปลกๆ กับสรรพนามและสายตาที่ส่งตรงมา หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีไปทางพุ่มไม้ข้างทางเพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือดฝาดที่พุ่งขึ้นมาร้อนผ่าวบนพวงแก้ม ปากก็ยังทำฟอร์มบ่นต่อกลบเกลื่อนความเขิน
"ไม่ต้องมาหยอดเลยนะพี่อาทิตย์! เก็บมุกเลี่ยนๆ ไว้หยอดสาวคณะอื่นเถอะ เพลงปวดหัวจะแย่แล้วเนี่ย... หิวก็หิว น้ำก็หมดขวด"
อาทิตย์มองท่าทางพองขนเหมือนแมวหงุดหงิดของรุ่นน้องแล้วก็ได้แต่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความเอ็นดูฉายชัดอยู่ในแววตาคมกริบ ร่างสูงถอดเป้สะพายหลังของตัวเองลง เปิดซิปหยิบขวดน้ำดื่มที่ยังไม่ได้เปิดออกมาส่งให้ "อะ... ดื่มน้ำก่อนครับ จะได้ชุ่มคอ ค่อยๆ บ่นนะ เดี๋ยวคอแห้งตายซะก่อน"
เพลงรับขวดน้ำมาแบบจำยอม เปิดฝากระดอกดื่มอึกๆ อย่างกระหายโดยลืมฟอร์มไปเสียสนิท พอดื่มเสร็จก็ใช้หลังมือเช็ดปากปาดคราบน้ำออกลวกๆ ทำเอาคนมองต้องส่ายหัวด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน
"มองอะไรเล่า! มีอะไรติดหน้าเพลงรึไง!" เพลงแหวใส่เมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มที่มองมาไม่วางตา
"เปล่าครับ... แค่คิดว่าต่อให้เราหลงป่า อยู่กันสองคนแบบนี้ไปนานๆ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ"
"พี่อาทิตย์!"
"โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วครับ คุณน้องรหัสตัวแสบ งั้นเรามาตกลงกันก่อนดีกว่า ว่าจะเดินหน้าต่อหรือจะหาที่โล่งๆ กางเต็นท์รอคนมาตามดี" อาทิตย์เปลี่ยนโหมดมาพูดจาจริงจังขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ลมเย็นพัดกรรโชกแรงขึ้นบ่งบอกเค้าลางของฝนไล่ช้างที่กำลังจะมาเยือน
เพลงกวาดสายตามองไปรอบตัว บรรยากาศป่าช่วงเย็นเริ่มมืดครึ้ม เงาไม้ไหวเอนตามแรงลมดูน่ากลัวขึ้นมาจริงๆ ความซ่าเมื่อครู่เริ่มหดหาย เหลือเพียงความกลัวที่เกาะกุมหัวใจทีละน้อย มือเล็กเผลอยื่นไปควชายเสื้อยืดของรุ่นพี่ไว้โดยอัตโนมัติ
อาทิตย์ก้มมองมือเรียวที่กำชายเสื้อเขาแน่นจนข้อต่อขาวโพลน รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กนั้นไว้หลวมๆ สัมผัสอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนเพลงสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดออก
"กลัวเหรอครับ หือ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน ไม่มีเค้าLางความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลยสักนิด
"ใครกลัว... เพลงแค่... กลัวโดนทิ้งไว้ในป่าให้หדיกกินต่างหากเล่า" เสียงตอบอู้อี้ในลำคอ ใบหน้าเนียนก้มมองพื้นดินไม่กล้าสบตา เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเห็นความหวั่นไหวที่ซ่อนอยู่
"ไม่ทิ้งหรอกครับ... มือถืออาจจะไม่มีสัญญาณ แต่ใจพี่มีสัญญาณส่งตรงถึงเราตลอดเวลานะครับ"
"อี๋! เลี่ยนมากพี่! ขนลุกไปหมดแล้ว!" เพลงร้องโวยวายพร้อมกับตีแขนอีกฝ่ายดังเพี๊ยะ แม้ปากจะบ่นแต่รอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนมุมปากกลับปฏิเสธความรู้สึกในใจไม่มิดเลยสักนิด
ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินแคบๆ ท่ามกลางความเงียบของผืนป่าที่มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงใบไม้เสียดสีกัน ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจทีละน้อย ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งสองคนค่อยๆ ลดลงจนแทบจะแนบชิดกันในทุกย่างก้าว
จนกระทั่ง... เดินลัดเลาะมาถึงลานกว้างหน้าเพิงพักร้างหลังหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ เพลงกำลังจะอ้าปากเอ่ยทัก แต่อาทิตย์กลับยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบเสียงลง
ดวงตาคมของเดือนคณะมองตรงไปยังพุ่มไม้หนาทึบห่างออกไปราวสิบเมตร เงาดำทะทึบขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหวช้าๆ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดังสะท้อนก้องผืนป่า
หัวใจของเพลงหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อ ขาpoweredชาจนก้าวไม่ออก มือเล็กที่กำชายเสื้ออาศัยไว้กระตุกแรงขึ้นจนแทบขาด
อาทิตย์ขยับตัวเข้ามาบังร่างเล็กไว้ด้านหลัง สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่าน ดวงตาคมกริวจ้องเขม็งไปยังเงาดำเบื้องหน้า ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าใจหาย
"เพลง... อย่าส่งเสียงเด็ดขาด... และจับมือพี่ไว้แน่นๆ นะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเดินหลงป่า(ใจ)ไปกับพี่อาทิตย์และน้องเพลงนะคะ!
รุ่นพี่สายตื๊อดีกรีเดือนคณะ กับน้องรหัสสายโวยที่ขอแค่ความสงบ•ตอนที่ 18
หลงป่าหรือหลงทางรัก
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อดีกรีเดือนคณะ กับน้องรหัสสายโวยที่ขอแค่ความสงบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!