“ไอ้เพลง! มึงจะยืนแข็งเป็นท่อนไม้แบบนี้อีกนานไหม อีเวนต์ใกล้จะเริ่มแล้วนะโว้ย!”
เจเจเขย่าไหล่ฉันจนตัวโยน แต่ดูเหมือนสติสัมปชัญญะของฉันจะหลุดลอยไปอยู่ที่หลังเวทีเรียบร้อยแล้ว ก็นะ... ใครจะไปคิดว่าการที่ฉันแค่อาสามาช่วยงานคณะวิศวะฯ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ก็อีตา ‘อาทิตย์’ นั่นไง! พ่อตัวดีที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของจนคนทั้งคณะเข้าใจผิดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“เบาๆ หน่อยเจเจ! เดี๋ยวคนอื่นเขาก็ได้ยินหรอก” ฉันหันไปแว้ดใส่เพื่อนสนิทที่ทำหน้าปั่นประสาทใส่ไม่หยุด
“เอ้า ก็มึงเล่นยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ ใครดูไม่ออกก็ตาบอดแล้วล่ะค่ะเพื่อนรัก” เจเจหัวเราะร่าก่อนจะกระซิบข้างหู “เอาจริงๆ นะ ถ้าวันนี้พี่อาทิตย์เขามองมึงคนเดียวบนเวที อย่าหาว่ากูไม่เตือน... ระวังหัวใจจะวายตายซะก่อน”
“เพ้อเจ้อ!” ฉันสะบัดหน้าหนี แต่อุณหภูมิบนใบหน้ากลับพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
บรรยากาศหลังเวทีวุ่นวายสมกับเป็นงานใหญ่ของวิศวะฯ เสียงฝีเท้า เสียงตะโกนสั่งงานดังระงม แต่จังหวะหัวใจของฉันกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นร่างสูงในเสื้อช็อปสีเข้มเดินเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ฉัน
“น้องเพลง... มานี่หน่อย”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูทำให้ฉันเผลอชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะตีหน้ายักษ์ใส่
“มีอะไรคะพี่อาทิตย์? งานยุ่งไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไปเตรียมตัวบนเวทีล่ะ!”
เขายกยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่ทำให้ฉันแพ้ทางราบคาบทุกครั้ง—ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจนฉันต้องถอยกรูดไปชนกับลังไม้ข้างหลัง “ก็ที่ต้องไปเตรียมตัวเนี่ยแหละ... ถึงต้องมาบอกให้คนแถวนี้ตั้งใจดูดีๆ”
“ดูอะไรของพี่!”
“ดู... ว่าบนเวทีน่ะ มีแค่ผมที่มองแค่คุณคนเดียว”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินขึ้นเวทีไป ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เจเจที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับปิดปากหัวเราะคิกคัก “ตายละว่ะ งานนี้มีคนเสียอาการระดับสิบแน่นอน เตรียมทิชชู่ซับเลือดกำเดาไว้ให้พร้อมนะจ๊ะ!”
---
เสียงดนตรีสดเริ่มดังขึ้นเมื่อการแสดงเปิดตัวเริ่มต้น ไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องไปที่กลางเวที ท่ามกลางเสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหวของสาวๆ ในคณะ อาทิตย์ยืนโดดเด่นอยู่ตรงนั้น เขาดูดีจนน่าใจหาย แม้แต่คนปากจัดอย่างฉันยังเผลอมองจนลืมกะพริบตา
เขาร้องเพลง... เสียงทุ้มนุ่มลึกถ่ายทอดความหมายของเนื้อเพลงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และในวินาทีที่ท่อนฮุคมาถึง เขาก็ไม่ได้มองไปที่ผู้ชมจำนวนมากตรงหน้า แต่สายตาคู่นั้นกลับกวาดมองหาใครบางคนข้างล่างเวที...
สายตาเราประสานกัน
เขายังคงร้องเพลงต่อไป แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างที่มากกว่าเนื้อเพลง... มันเหมือนกับการสารภาพรักผ่านทำนองที่ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ จังหวะดนตรีที่เร้าใจกลับกลายเป็นเสียงอื้ออึงในหูฉันไปเสียสนิท
‘คนทั้งคณะวิศวะฯ คงรู้กันหมดแล้ว!’ คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในหัว
เขากำลังเล่นอะไรของเขานะ? เขากำลังปั่นหัวฉัน หรือว่า... เขาตั้งใจจะประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้จริงๆ ว่าเขากำลังจีบฉันอยู่?
ฉันพยายามจะเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย แต่กลับทำไม่ได้ ราวกับถูกสะกดด้วยมนต์อาคมของคนบนเวทีคนนั้น ยิ่งเขาสบตาด้วยความอ่อนโยน หัวใจของฉันยิ่งเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพาไปอย่างอบอุ่นและหวานแหวว ทันใดนั้นไฟบนเวทีก็เกิดอาการติดๆ ดับๆ ก่อนจะดับมืดสนิทลงฉับพลัน พร้อมกับเสียงฮือฮาที่ดังขึ้นทั่วทั้งฮอลล์ ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ฉันรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆ ที่คว้าข้อมือฉันไว้แน่นจากทางด้านหลัง
“อย่าเพิ่งไปไหนนะ...”
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาที่ลอยมาปะทะจมูก
“พี่อาทิตย์? พี่ทำอะไร...”
“อยู่เงียบๆ นะครับ” เขาพูดประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้ลมหายใจฉันสะดุด “ถ้าผมจะบอกว่า... คืนนี้เวทีนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว แต่มีเราสองคน... คุณจะเชื่อไหม?”
ก่อนที่ฉันจะได้ทันตั้งตัวหรือเอ่ยปากเถียงอะไรออกไป แสงไฟฉุกเฉินสีนวลตาพลันสว่างขึ้นเพียงจุดเดียวที่กลางเวที—และตรงนั้น... ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวอีกต่อไป เพราะเขากำลังดึงมือฉันให้ขึ้นไปยืนเคียงข้างเขา ท่ามกลางสายตาคนทั้งคณะที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว!
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้นักอ่านทุกคนจะหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับเพลงนะคะ!
รุ่นพี่สายตื๊อดีกรีเดือนคณะ กับน้องรหัสสายโวยที่ขอแค่ความสงบ•ตอนที่ 14
เวทีนี้มีแต่เรา
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อดีกรีเดือนคณะ กับน้องรหัสสายโวยที่ขอแค่ความสงบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!