“ถ้าพวกคุณคิดจะมาขนของในบ้านหลังนี้ล่ะก็... คงต้องถามถังแก๊สในมือฉันเสียก่อน ว่ามันพร้อมจะต้อนรับพวกหน้าทนอย่างพวกคุณหรือเปล่า”
เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นตัดหน้าบ้านพักนายทหารหลังเก่าคร่ำคร่า รินรดายืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าสองมือกลับกอดถังแก๊สปิคนิคขนาดพกพาไว้แน่น สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกวาดมองร่างท้วมของนางผิน ป้าสะใภ้ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาหน้าทนตระกูลสามี และสมุนบริวารอีกสองคนที่ลากกระเป๋าเดินทางพะรุงพะรังเข้ามาเหยียบเขตบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
ธนา ก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารบกปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด แผ่ไอสังหารและแรงกดดันระดับนายสนามฝึกออกมาจนนางผินถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปสามก้าว ใบหน้าที่เคยเชิดชูคอระหงยามเมื่อคิดว่าจะมาฮุบสมบัติของหลานชาย กลับซีดเผือดลงทันตาเห็น
“อี...อีริน! นี่แกกล้าเอาถังแก๊สมาขู่ป้าผู้มีพระคุณอย่างนั้นเรอะ! อกตัญญูจริงS! ผัวแกดูมันสิ ธนา แกปล่อยให้เมียต่ำต้อยไร้หัวนอนปลายเท้ามาปีนเกลียวผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลได้ยังไง!” นางผินแว้ดขึ้นเสียงแหลมสูงพยายามเรียกคะแนนความน่าสงสารจากเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่เริ่มชะביกหน้าต่างมองดูเหตุการณ์
“ผู้หลักผู้ใหญ่ที่บุกรุกเคหสถานยามวิกาล โดยไม่ได้รับอนุญาต และจ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น... ในกฎหมายทหารเขาไม่เรียกว่าญาติครับ เขาเรียกว่า ‘ข้าศึก’ ที่ต้องกำจัดสถานเดียว” ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่ทรงพลังจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
รินรดายิ้มเยาะที่มุมปาก อดีตเชฟระดับมิชลินสตาร์ผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวนรกมาโชกโชน ย่อมรู้ดีว่าคนประเภทป้าผินไม่ควรใช้ไมตรีจิตพูดคุยด้วย หล่อนวางถังแก๊สลงอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินน่องสะโอดสะองเข้าไปใกล้รั้วไม้เตี้ยๆ ที่กั้นระหว่างเขตบ้านกับถนนดินแดง
“ป้าผินคะ... จะมาทวงบุญคุณอะไรตอนนี้คะ? ตอนที่ฉันกับธนาถูกขับไล่ออกจากตระกูล มือเปล่าเท้าเปล่าโดยไม่มีแม้แต่เศษเงินติดกระเป๋า พวกท่านยังอุตสาห์ส่งจดหมายมาเยาะเย้ยถากถาง แล้วนี่อะไรคะ? ได้ยินข่าวว่าธนาได้ที่ดินจัดสรรแปลงนี้พร้อมงบพัฒนาการเกษตรเล็กๆ น้อยๆ ก็รีบกระโจนใส่เป็นหมาเห็นเศษเนื้อเลยสินะคะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว แต่ทุกคำกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
“แก! อีเด็กปากดี!” นางผินหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด หมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนสะใภ้กำพร้าผู้นี้
ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างท้วมจะได้ขยับเข้าใกล้รั้ว ร่างสูงใหญ่ของพันตรีธนาก็ก้าวมาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องเขม็งจนนางผินต้องชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แรงกดดันมหาศาลจากนายทหารสนามรบทำให้หล่อนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งข้อหาบุกรุกและพยายามกรรโชกทรัพย์... เชิญไสหัวออกไปจากเขตพื้นที่ทหารแห่งนี้ภายในสามวินาทีครับ” ธนาออกคำสั่งเฉียบขาด น้ำเสียงทรงอำนาจจนสมุนทั้งสองคนที่ติดตามนางผินมา รีบดึงแขนป้าสะใภ้ตัวแสบให้ถอยร่นทันที
“ฝากไว้ก่อนเถอะแกสองคน! อีสะใภ้ตัวซวย กับไอ้หลานเนรคุณ! อยู่กันไปได้ยังไงวะ ที่ดินแห้งแล้งเป็นป่าช้าผีดิบแบบนี้ สักวันพวกแกต้องอดตายคากองขี้ควายแน่!” นางผินตะโกนด่าทอด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะจำใจลากสังขารและสัมภาระถอยร่นออกไปจากบริเวณบ้านท่าเสียงฮึดฮัด
รินรดามองตามหลังกลุ่มคนโลภจนลับตา ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตเชฟสาว
“เหนื่อยหน่อยนะครับ คนพวกนี้ตื๊อเก่งเสียยิ่งกว่าปลิงควาย” ธนาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือหนาไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตรงไหล่ภรรยาอย่างอ่อนโยน ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตารักใคร่ลึกซึ้งที่มอบให้รอดรดาคนเดียว
“ไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหนเลยค่ะคุณสามี แค่ถังแก๊สปิคนิคถังเดียวก็ไล่หมาวัดได้เป็นฝูงแล้ว” รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปมองรอบบริเวณบ้านพัก ที่ดินผืนนี้แห้งแล้ง ดินแตกเป็นระแหงราวกับท้องนาหน้าแล้ง เต็มไปด้วยวัชพืชและเศษหิน ไม่มีวี่แววความอุดมสมบูรณ์เลยแม้แต่น้อย
แต่สำหรับรินรดาแล้ว... ที่ดินแห้งแล้งตรงหน้าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะในห้วงมิติลับในจิตใจของหล่อน มีทั้งเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ น้ำทิพย์สุริยันต์ และวัตถุดิบชั้นเลิศที่ต่อให้พลิกแผ่นดินหาก็ไม่มีทางพบ สิ่งที่หล่อนต้องทำในตอนนี้ ไม่ใช่แค่การพลิกฟื้นผืนดินให้เขียวขจี แต่คือการสร้างชื่อเสียงและฐานะผ่าน ‘เสน่ห์ปลายจวัก’ ที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลง
“หิวไหมครับ?” ธนาเอผมยาวประบ่าของภรรยาเบาๆ อย่างรักใคร่ “ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ คุณยังไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยนะ ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ”
รินรดายิ้มรับ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน “ไม่ต้องถึงมือคุณหริสหรอกค่ะคุณสามี วันนี้ภรรยาของคุณคนนี้จะแสดงฝีมือให้ดูเองว่า... ดินแห้งแล้งระดับทะเลทราย ก็สามารถผลิตอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตของพวกทหารกินจุได้เหมือนกัน!”
ว่าแล้ว รินรดาก็ดึงข้อศอกสามีให้เดินเข้าครัวหลังบ้านทันที
ครัวปูนเก่าๆ ที่มีเพียงเตาถ่านและเครื่องครัวพื้น ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ถูกพลิกโฉมด้วยความคล่องแคล่ว รินรดาหยิบเอา ‘ผักอีซู’ และยอดชะอมวิเศษจากมิติลับออกมา ล้างน้ำสะอาดจนกรอบเขียวขจี กลิ่นหอมจางๆ ของพืชพรรณในมิติพิเศษลอยฟุ้งเตะจมูกทันทีที่สัมผัสน้ำ
เมนูที่หล่อนเลือกในวันนี้ไม่ใช่แกงหรูหราอะไร แต่เป็น **“แกงเลียงกุ้งสดใส่ใบยอและยอดชะอม”** อาหารพื้นบ้านไทยแท้ที่อัดแน่นด้วยสมุนไพรฤทธิ์ร้อน ทั้งพริกไทยเม็ด หอมแดง กะปิชั้นดี และเนื้อกุ้งแม่น้ำตัวโตที่หล่อนแอบนำออกมาจากช่องมิติลับ น้ำซุปสีใสที่เคี่ยวจากหัวกุ้งจนหวานหอม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักนายทหาร
ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงพูดคุยเอะอะของกลุ่มนายทหารหนุ่มลูกน้องใต้บังคับบัญชาของธนา ที่คงจะแวะมาดูลาดเลาหลังจากได้ข่าวว่ามีญาติมาอาละวาด
“ผู้กองครับ! ผมได้ยินเสียงเอะอะโครมคราม... โห! กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมฉุนเตะจมูกชะมัด!” เสียงของหมวดวิชัย นายทหารหนุ่มร่างท้วมหน้าตาคมคายอุทานขึ้น พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยตามลมเข้ามาฟุ้งเต็มลานบ้าน
นายทหารอีกสนายคนต่างพากันหยุดชะงัก จมูกฟุตฟิตสูดกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจของพริกไทยและกะปิที่ผัดเคี่ยวกับน้ำซุป รสชาติความเผ็ดร้อนที่ลอยมาตามลมทำให้ต่อมรับรสของชายฉกรรจ์ที่เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามถึงกับหลั่งน้ำลายออกมาโดยอัตโนมัติ ท้องไส้ที่ว่างเปล่าส่งเสียงโครกครากประท้วงขึ้นพร้อมเพรียงกัน
รินรดายกหม้อแกงเลียงร้อนๆ ออกจากเตา ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมสมุนไพรที่รanรวนไปทั่วบริเวณ หล่อนตักแกงเลียงใส่ชามกระเบื้องใบใหญ่ สีสันของกุ้งสีส้มสดตัดกับสีเขียวของผักสมุนไพรช่างดูน่ารับประทานเสียเหลือเกิน
ธนากำลังจะเดินออกไปบอกให้ลูกน้องกลับไปก่อน ทว่าภรรยาคนสวยกลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ รินรดากระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้คนข้างนอกได้ยิน
“เรียกพวกเขากินข้าวด้วยกันสิคะคุณสามี... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไม่แน่ว่าแกงเลียงหม้อแรกนี้ อาจจะเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำชั้นดีของเราก็ได้นะ”
ธนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมุมปากจะยกยดยิ้มอย่างรู้ทัน
ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังจะตักแกงเสิร์ฟให้เหล่าทหารหนุ่มที่ยืนกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ อยู่หน้าบ้าน จู่ๆ เสียงเคาะประตูรั้วก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งและรอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยม
“สวัสดีครับผู้กองธนา... ผมได้ยินมาว่าบ้านหลังนี้มีกลิ่นหอมชวนกินเสียเหลือเกิน ไม่ทราบว่าพอจะแบ่งปันให้แขกผู้มีเกียรติอย่างผมได้ชิมสักถ้วยไหมครับ?”
รินรดานิ่งงัด ช้อนในมือชะงักกึกทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนใหม่ แววตาของอดีตเชฟสาวหรี่แคบลงอย่างอันตราย เมื่อจำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือใคร... นายทหารรุ่นพี่ผู้มีศักดิ์เป็นถึงผู้บังคับกองพันคู่ปรับเก่าของธนา ผู้ซึ่งจ้องจะเหยียบย่ำสามีของหล่อนมาโดยตลอด!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
เมนูจานเด็ดเผ็ดร้อนของภรรยานายทหาร•ตอนที่ 2
ดินแห้งแล้ง กับแกงเลียงหม้อแรก
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูจานเด็ดเผ็ดร้อนของภรรยานายทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!