เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบใส่พริกน้ำปลาถึงกับกระเด้ง รินรดาไม่ได้สะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ช้อนไม้คนแกงเขียวหวานเนื้อน่องลายในหม้อดินเผาด้วยความนุ่มนวล กลิ่นหอมของกะทิเคี่ยวสดกับพริกแกงตำเองโชยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวกว้างขวาง ผลผลิตจากมิติพิเศษผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นดี ทำให้เมนูบ้านๆ นี้มีรัศมีเปล่งประกายราวกับอาหารจากภัตตาคารห้าดาว
"รินรดา! หล่อนหูหนวกหรือไง ฉันถามว่าทำไมผักกวางตุ้งในแปลงด้านหลังถึงงามขนาดนั้น แถมยังเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาเป็นอาทิตย์ ไหนจะมะเขือเทศลูกเท่ากำปั้นนั่นอีก ในฐานะป้าสะใภ้ ฉันควรจะมีสิทธิ์ได้เลือกเก็บก่อนพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดด้วยซ้ำ!"
นางผินยืนเท้าเอว ใบหน้าย่นยับตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา ดวงตาตี่รีบกวาดมองไปรอบครัวที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ชุดผ้ากันเปื้อนลายตารางสีฟ้าสะอาดตาไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามของอดีตเชฟมิชลินอย่างเธอเลยแม้แต่น้อย รินรดาวางช้อนไม้ลงบนจานรองอย่างใจเย็น เธอบิดตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก แต่ดวงตากลับคมกริบราวนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ป้าสะใภ้ครับ... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าคุณป้าสิครับถึงจะถูก" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'คุณป้า' ด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนีบหนànจนต้องขยับตัว "ที่ดินแปลงหลังบ้านเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาและฉัน แปลงผักพวกนั้นฉันลงแรง ขุดดินเอง รดน้ำพรวนดินเองด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ไม่ทราบว่าคุณป้าใช้ส่วนไหนของร่างกายมาแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของครับ หรือว่า... ใช้ความหน้าด้านเป็นใบโฉนด?"
"อี... อีหลานสะใภ้ปากดี!" นางผินหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วชี้สั่นเทาด้วยความโกรธจัด "นั่นมันที่ดินของตระกูล! ถึงตาแกจะแบ่งให้ไอ้ธนา แต่มันก็ควรเอื้อเฟื้อเครือญาติ ไม่ใช่มาทำตัวเป็นคนเห็นแก่ตัวกินคนเดียวแบบนี้ แล้วไหนจะเงินสดสามร้อยบาทที่แกเพิ่งขายผักล็อตแรกได้เมื่อวานอีก ส่งมาให้ฉันเก็บรักษาไว้เดี๋ยวนี้ ฉันเป็นผู้ใหญ่ในบ้าน ฉันกลัวว่าพวกแกจะใช้เงินมือเติบจนหมดตัว!"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวهนนั้นช่างน่าฟังสำหรับสามีที่เพิ่งเดินกลับมาจากลานฝึกซ้อมทหาร แต่กลับบาดหูและบาดใจคนโลภอย่างนางผินเสียเหลือเกิน
พันตรีธนายืนนิ่งสงบอยู่ที่กรอบประตูห้องครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารพับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยแผลเป็นจากสนามรบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองนางผินแวบเดียวราวกับมองอากาศธาตุ ก่อนที่สายตานั้นจะทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นทันทีเมื่อมองมาที่ภรรยาตัวน้อย
"เงินสามร้อยบาทนั้นเป็นทุนหมุนเวียนในการทำเกษตรกรรมของครอบครัวเราครับคุณป้า" ธนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงพลัง ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้เป็นการแสดงออกถึงความคุ้มครองอย่างชัดเจน "และที่สำคัญ... ที่ดินแปลงนี้ทางราชการจัดสรรให้ผมหลังปลดประจำการบางส่วนและซื้อเพิ่มด้วยเงินเดือนของผมเอง ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับมรดกของตระกูลที่คุณป้ากล่าวอ้างเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว"
นางผินสะดุ้งโหยงเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวหลานชาย แม้ธนาจะเป็นคนนิ่งเงียบและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ยามที่เขาปกป้องภรรยา สายตาคู่นั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าผู้บัญชาการค่ายทหารเสียอีก
"ทะ...ไอ้ธนา แกกล้าต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่เรอะ!" นางผินเสียงสั่น เริ่มใช้ไม้อ่อนบีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสาร "ฉันอุตส่าห์หวังดี เดินตากแดดตากลมมาถึงนี่เพื่อเตือนสติพวกแก แท้จริงแล้วพวกแกมันเนรคุณ อกตัญญู ไม่เคารพญาติผู้ใหญ่ ระวังตัวไว้เถอะ ทำมาหากินเจริญรอดอกไม้สะพรั่งแบบนี้ สักวันคงมีคนอิจฉามาแอบวางยาพิษในสวนหรอก!"
คำขู่กึ่งแช่งชดนั้นทำให้รินรดายิ้มกว้างขึ้นไปอีก หญิงสาวแกะมือสามีที่โอบไหล่ออกเล็กน้อยแล้วก้าวเดินเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ทีละก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศและสมุนไพรในครัวลอยวนรอบตัวเธอ ราวกับภูติตัวน้อยแห่งอาหารที่พร้อมจะปรุงแต่งบทเรียนราคาแพงให้คนโลภได้ลิ้มลอง
"คุณป้าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของผลผลิตในสวนเหรอครับ?" รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เพราะนอกจากธนาจะติดกล้องวงจรปิด... เอ้ย ทำแนวรั้วหนามป้องกันอย่างดีแล้ว อาหารทุกจานที่ฉันทำ รวมถึงผักทุกต้นในสวน ฉันได้ใส่ 'เครื่องปรุงพิเศษ' เอาไว้ด้วย"
นางผินชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "เครื่องปรุงพิเศษอะไรของแก?"
"ก็เครื่องปรุงที่ถ้าใครคิดร้าย ขโมย หรือแม้แต่คิดจะฮุบเอาดองเป็นของตัวเอง..." รินรดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ท้องไส้ของคนๆ นั้นจะปั่นป่วน ร้อนรุ่มราวีราวกับมีไฟสุมในอก ถ่ายท้องไม่หยุดสามวันสามคืนจนกว่าจะสำนึกผิดและมาคุกเข่าขอขมาที่หน้าบ้านยังไงล่ะครับ"
"อี... อีคนอัปมงคล! แกกล้าสาปแช่งฉันเรอะ!" นางผินกรี๊ดลั่นบ้านด้วยความหวาดกลัว ขาถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดธรณีประตู
"ผมไม่ได้สาปแช่งครับคุณป้า..." ธนาเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบขาด "ผมแค่สนับสนุนทุกการกระทำของภรรยา ถ้าคุณป้าไม่มีธุระอะไรอื่นแล้ว เชิญกลับบ้านไปเสียเถอะครับ แดดร่มลมตกแบบนี้ ผัดกะเพราเนื้อน่องลายฝีมือภรรยาผมกำลังจะสุกพอดี เกรงว่ากลิ่นหอมจะรบกวนสมาธิคุณป้าเปล่าๆ"
สิ้นคำพูดของนายทหารหนุ่ม นางผินก็ไม่กล้าอยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว หญิงแก่สะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง วิ่งตะกุกตะกักออกนอกรั้วบ้านไปพร้อมกับคำสาปแช่งเบาๆ ที่ลอยมาตามลม
รินรดาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาหาหม้อแกงเขียวหวานที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจ เธอยกทัพพีตักแกงร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องลายครามอย่างพิถีพิถัน พลางหันไปสบตากับสามีรูปหลที่ยืนมองเธอด้วยสายตาเป็นประกายระยิบระยับ
"ภรรยาผมนี่เก่งจริงๆ ไล่เสือไล่จระเข้ได้โดยไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด" ธนาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เดินเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง เกยคางไว้บนลาดไหล่สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของภรรยา
"ใครว่าผมไม่ออกแรงล่ะครับ..." รินรดาเอียงคอมองสามี ดวงตาพราวระยับด้วยแผนการร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ "...เมื่อกี้ผมเพิ่งแอบโรยผง 'บอระเพ็ดยอดพิเศษ' ลงไปในแปลงกวางตุ้งแถวริมรั้วที่ป้าสะใภ้ชอบแอบมองพอดีเลยครับ"
ธนาหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาไม่ใช่คนยอมคน และการเอาคืนด้วยวิธีแสบๆ คันๆ แบบนี้มักจะทำให้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของพวกเขามีรสชาติจัดจ้านขึ้นเป็นกอง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในห้องครัวกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความหวานชื่น เสียงเคาะประตูกรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นกะทันหัน เป็นจังหวะสามครั้งหนักแน่นและรวดเร็วผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไป
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ธนาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายเลือนหายไปชั่วพริบตา เขาสบตากับรินรดาที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ในยามวิกาลใกล้พลบค่ำเช่นนี้ นอกจากป้าสะใภ้ที่เพิ่งกลับไปแล้ว จะยังมีใครกล้ามาเยือนบ้านพักนายทหารท้ายหมู่บ้านแห่งนี้อีก
รินรดาวางชัพพีในมือลงอย่างเงียบเชียบ เธอก้าวเดินตามสามีที่เดินนำออกไปดูที่หน้าต่างห้องรับแขก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างของคนที่ยืนอยู่หลังรั้วไม้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทท่าทางมีฐานะ พร้อมกับกระเป๋าเอกสารหนังแท้ใบใหญ่ในมือ ที่สำคัญ... บนปกเสื้อสูทนั้นติดเข็มกลัดรูปตราสัญลักษณ์กระทรวงพาณิชย์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากโลกเก่า!
"สวัสดีครับ... ผมได้รับคำสั่งด่วนจากท่านรัฐมนตรี ให้มาตามหาเชฟรินรดาเพื่อเจรจาธุรกิจลับบางอย่าง..."
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความแซ่บไปด้วยกันนะครับ
เมนูจานเด็ดเผ็ดร้อนของภรรยานายทหาร•ตอนที่ 3
ป้าสะใภ้ผู้ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูจานเด็ดเผ็ดร้อนของภรรยานายทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!