คุณชายสายรหัสอย่ามาเล่นตัวกับผม•ตอนที่ 2

เบ๊จำเป็นครับผม

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“ถ้านายไม่หยุดทำหน้ายักษ์ใส่ฉันสักห้านาที ฉันจะถือว่าไอ้เรื่องที่นายทำพังเมื่อวาน นายตั้งใจจะประชดชีวิตนะโซ่” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของ ‘คินน์’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องแล็บที่ควรจะร้างผู้คนในเวลานี้ ผม—โซ่—ชะงักมือที่กำลังถือประแจแน่นจนนิ้วขาวซีด ก่อนจะหันขวับไปมองรุ่นพี่ปีสามที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายอารมณ์จนน่าหมั่นไส้ “ผมไม่ได้ประชด! แล้วที่มันพังก็เพราะพี่เข้ามาวุ่นวายตอนผมกำลังสมาธิจะจดจ่ออยู่กับวงจร!” ผมแหวกลับพลางโยนประแจลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังเคร้ง คินน์ไม่ได้สะดุ้ง เขากลับหลุดขำออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั่นจ้องมองมาที่ผมเหมือนกำลังมองดูแมวขู่ฟ่อ “คนเราน่ะนะ ถ้าทำพลาดแล้วเอาแต่โทษคนอื่น มันจะไม่มีวันเก่งขึ้นหรอกครับ... คุณชายโซ่” “อย่ามาเรียกผมแบบนั้น!” ผมขึ้นเสียงสูง รู้สึกเหมือนปรอทความดันในตัวพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที ไอ้รุ่นพี่คนนี้มันร้ายนัก ชอบทำหน้านิ่งแต่คำพูดแต่ละคำมันเหมือนเอามีดมาเฉือนกันชัดๆ คินน์ขยับตัวลงจากโต๊ะแล้วเดินตรงเข้ามาหาผม กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่มีความเย็นสดชื่นเหมือนกลิ่นสนหลังฝนตกทำเอาผมเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผมในระยะที่ห่างกันแค่คืบเดียว ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเขี่ยคางผมให้เชิดขึ้นนิดหน่อย “มองตาฉันสิ... โกรธจริงหรือว่าแค่เขินที่ทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าฉันกันแน่?” “ใครจะไปเขินพี่! ประสาทหรือไง!” ผมเบี่ยงหน้าหนีพลางผลักอกเขาออกเต็มแรง แต่คินน์กลับคว้าข้อมือผมไว้แน่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันกลับทำให้อารมณ์โกรธของผมละลายหายไปดื้อๆ กลายเป็นความร้อนวูบวาบที่แล่นขึ้นมาที่ใบหน้าแทน “เอาล่ะ เลิกเล่นลิ้นกันเถอะ” เขาเปลี่ยนโหมดเป็นจริงจังจนผมตั้งตัวไม่ติด “ฉันมีข้อเสนอ... งานโปรเจกต์ด่วนที่อาจารย์สั่งมาน่ะ ฉันทำคนเดียวไม่ทัน และดูเหมือนนายจะเป็นคนเดียวที่ทำพังจนรู้ไส้รู้พุงวงจรนี้ดีที่สุด” “พี่จะให้ผมช่วยงานพี่เหรอ? ฝันไปเถอะ!” ผมแค่นหัวเราะ “ถ้าช่วย ฉันจะถือว่าเรื่องที่นายทำแล็บพังเมื่อวานนี้เป็นโมฆะ นายไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องเขียนรายงานฉบับใหม่ห้าสิบหน้าส่งอาจารย์ และฉันอาจจะ... อ้อนวอนขอกับอาจารย์ให้ให้คะแนนพิสดารนายเพิ่มด้วย” คินน์เลิกคิ้วกวนๆ “ว่าไง? จะยอมเป็น ‘เบ๊จำเป็น’ ให้รุ่นพี่คนนี้สักคืนไหมครับน้องโซ่?” หัวใจผมเต้นรัวเหมือนกลองชุด มันไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เมื่อเห็นแววตาอ่อนโยนผิดปกติของเขาส่งมาให้ “ทำไมต้องเป็นผม... พี่มีรุ่นน้องตั้งเยอะแยะ” ผมถามเสียงเบาลง พยายามซ่อนอาการสั่นของมือ คินน์โน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างใบหู ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ก็เพราะฉันอยากแกล้งนายใกล้ๆ มากกว่าคนอื่นไงครับ” เขากระซิบประโยคนั้นก่อนจะผละออกไปทิ้งให้ผมยืนค้างอยู่กลางห้องแล็บเหมือนคนสติหลุด ผมมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินไปหยิบพิมพ์เขียวมาวางบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ จังหวะชีวิตที่ควรจะเป็นปกติของผมกำลังจะพังทลายลง เพราะไอ้รุ่นพี่ปีสามจอมเจ้าเล่ห์คนนี้แท้ๆ ในขณะที่ผมกำลังยืนสับสนกับหัวใจตัวเอง เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตที่ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงก็ทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงชื่อผู้ส่งที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน [ Kinn_Engineering: อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ เดี๋ยวฉันก็อดใจไม่ไหวปล้ำนายกลางห้องแล็บเข้าให้จริงๆ หรอก :) ] ข้อความนั้นทำให้ผมถึงกับตัวแข็งทื่อ ผมเงยหน้าขึ้นมองคินน์ที่ตอนนี้กำลังยืนหันหลังให้ผม แต่ไหล่ของเขาสั่นไหวเหมือนกำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เขาจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดที่มาพร้อมกับสายตาที่ดูอันตรายเกินกว่าจะเป็นแค่การล้อเล่น “โซ่... นายคิดว่าคนอย่างฉันพูดเล่นเหรอ?” วินาทีนั้นเอง เสียงล็อกกลอนประตูห้องแล็บที่ดัง ‘คลิก’ ขึ้นเบาๆ จากฝีมือของใครบางคนด้านนอก ก็ทำให้ความเงียบภายในห้องเย็นเยียบลงทันที คินน์หยุดชะงัก รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เขารีบก้าวเข้ามารวบตัวผมให้ไปหลบอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของเขาทันที “ใครอยู่ข้างนอก...” เสียงเข้มของคินน์ถามขึ้น แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม พีชชี่เบอร์รี่หวังว่ารี้ดที่น่ารักจะยังไม่หัวใจวายกันไปก่อน แล้วมาลุ้นกันนะคะว่าใครคือคนที่ล็อกประตูห้องแล็บขังทั้งคู่เอาไว้!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายสายรหัสอย่ามาเล่นตัวกับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%