กลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นอายความเย็นชื้นของหอศิลป์ใจกลางเมือง คือลมหายใจใหม่ที่สะอาดบริสุทธิ์หลังจากรินรดาต้องทนสูดดมควันพิษแห่งความคาดหวังในคฤหาสน์หลังใหญ่มานานหลายปี นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบรรจงขยับปรับองศาของภาพวาดสีน้ำมันบนผนังสีเทาเข้มอย่างระมัดระวัง ทุกสัมผัส สติสัมปชัญญะ และสมาธิของเธอถูกอุทิศให้กับผลงานศิลปะตรงหน้า ไม่ใช่เพื่อประจบประแจงใคร หรือเพื่อทำตามมาตรฐานอันจอมปลอมของสังคมไฮโซที่ธราธิปเคยบังคับให้เธอต้องสวมหน้ากากเข้าหา
ความเงียบในหอศิลป์แห่งนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่มันคือเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด
"จัดแสงมุมนั้นเอียงไปทางขวาอีกนิดจะสมบูรณ์แบบมากครับคุณริน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของกวินทร์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่เดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ เข้ามาใกล้ ศิลปินหนุ่มผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากผู้นี้ คือคนเดียวในพื้นที่แห่งนี้ที่อ่านสายตาของเธอออก โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ให้มากความ
รินรดาละมือจากการจัดวางภาพ เธอยิ้มรับบางๆ เป็นการขอบคุณก่อนจะรับแก้วกาแฟนั้นมาถือไว้ "ขอบคุณสำหรับกาแฟครับคุณกวิน... ดูเหมือนว่าฉันจะหมกมุ่นกับการจัดนิทรรศการครั้งนี้มากเกินไปจนลืมเวลาไปเสียสนิท"
"ศิลปะก็เป็นเช่นนี้แหละครับ มันมักจะดูดกลืนวิญญาณของผู้ที่ยอมเปิดใจให้มันเสมอ..." กวินทร์ทอดสายตามองผลงานศิลปะร่วมสมัยตรงหน้า ก่อนจะหันมาสบตาเธอนิ่ง "แต่ผมดีใจนะที่ได้เห็นคุณในเวอร์ชันนี้... เวอร์ชันที่ดวงตากลับมามีประกายมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่ใช่หุ่นกระบอกที่ถูกเชิดให้เดินตามความต้องการของใครบางคน"
ประโยคสั้นๆ นั้นสะท้อนลึกลงไปในรอยร้าวที่เคยแตกสลาย รินรดาก้มมองผิวกาแฟดำสนิทในแก้ว ภาพเงาสะท้อนของเธอในนั้นช่างแตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว หญิงสาวผู้เคยยอมจำนนต่อกรงทอง วันนี้ได้สลัดคราบภรรยาผู้แสนอาומ์ทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงภัณฑารักษ์สาวผู้เยือกเย็น สง่างาม และเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง โดยที่เธอเลือกจะตัดขาดจากโลกภายนอก ปิดการติดต่อทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์เก่า บัญชีโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งข่าวสารจากแวดวงสังคมที่ชื่อของธราธิปยังคงโลดแล่นอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจ
ในโลกใบใหม่นี้ ไม่มีพื้นที่เหลือให้ "อดีตสามีผู้สมบูรณ์แบบ" อีกต่อไปแล้ว
ตัดภาพมายังอีกฟากหนึ่งของเมือง ภายในห้องทำงานหรูหราที่เงียบเชียบจนน่าอึดอัด บรรยากาศรอบตัวของธราธิปราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ทนายความมือหนึ่งผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในคดีใดๆ กลับกำลังนั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริมสีดำสนิทจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือค้างไว้ ภาพถ่ายความละเอียดสูงที่ถูกส่งมาจากนักสืบเอกชนแสดงให้เห็นรินรดากำลังยืนยิ้มแย้มพูดคุยกับชายหนุ่มอีกคนภายในหอศิลป์ รอยยิ้มนั้น... เป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับมาตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายถาโถมเข้ามาพร้อมกันอย่างรุนแรง ธราธิปขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นAสัน นัยน์ตาดุดลด้วยเพลิงโทสะ มือหนากำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด
"กล้าดียังไง... รินรดา กล้าดียังไงถึงหนีฉันไปสร้างโลกใบใหม่โดยไม่มีฉัน!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของเขาดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงานที่ว่างเปล่า ความมั่นใจที่ว่าเงินและอำนาจสามารถควบคุมทุกสิ่งได้กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เมื่อเขาตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนที่เขาเคยละเลยและมองข้ามหัวมาตลอด กำลังเดินหนีจากเขาไปไกลจนเกินกว่าจะเอื้อมมือคว้ากลับมา
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ธราธิปจะได้ระบายความบ้าคลั่งออกทางใด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเดือดดาลของเขา
ก๊อกๆๆ!
"เข้ามา!" ธราธิปตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น
ประตูห้องเปิดออกอย่างช้าๆ เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด มือทั้งสองข้างสั่นเทาเล็กน้อยราวกับถือของร้อนเอาไว้
"ท่านครับ... มีเอกสารด่วนที่สุดส่งตรงถึงมือคุณโดยเฉพาะครับ เป็นซองเอกสารที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง..." เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลทึบลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าธราธิป "และ... และผู้ส่งฝากข้อความมาบอกว่า 'บางความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ กำลังจะพังทลายลงด้วยมือของคุณเอง'"
ธราธิปหรี่ตามองซองเอกสารตรงหน้าด้วยความระแวง ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนหวาดหวั่น เขายื่นมือออกไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ ใช้มีดเปิดซองจดหมายกรีดปากซองออกด้วยหัวใจที่เต้นระรัวผิดจังหวะ
ภาพถ่ายใบแรกที่ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะทำงาน... ทำให้ลมหายใจของทนายความผู้ทรงอิทธิพลถึงกับสะดุดกくกค้าง
มันไม่ใช่ภาพของรินรดา แต่เป็นภาพสำเนาสูติบัตรและใบรับรองแพทย์ พร้อมกับภาพถ่ายระยะประชิดของเด็กชายตัวน้อยคนเดิม... เด็กที่มีรอยยิ้มและดวงตาถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน และที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีตัวเลขวันเดือนปีเกิดระบุไว้อย่างชัดเจน... ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขากำลังไล่รินรดาออกจากบ้านหลังนั้นพอดี!
ธราธิปเบิก Tงตากว้าง ขอบตาร้อนผ่าว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อราوถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังกระแทกเข้าหน้าอย่างจัง—ไม่ใช่แค่เขาเสียภรรยาไปแล้ว แต่เขายังเกือบทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วยมือคู่นี้...
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมนในจิตใจของตัวละครด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของอดีตสามีผู้สมบูรณ์แบบ•ตอนที่ 2
ความเงียบคืออาวุธ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของอดีตสามีผู้สมบูรณ์แบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
