เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของอดีตสามีผู้สมบูรณ์แบบ•ตอนที่ 1

ใบหย่าบนโต๊ะกินข้าว

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องอาหารเพดานสูงตระหง่าน พื้นหินอ่อนสีดำขัดมันสะท้อนเงาของโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นราวกับห้องดับจิต เสียงกระดาษแผ่นบางถูกเลื่อนผ่านพื้นโต๊ะไม้มะฮอกกานีเนื้อดีดัง *สวาท* แผ่วเบา แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันได้อย่างน่าประหลาด ธราธิปเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอpad ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบของทนายความมือหนึ่งแห่งปีมองเอกสารตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของภรรยา เขายังคงอยู่ในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบเฉียบ รัศมีแห่งความสำเร็จและความเย่อหยิ่งแผ่ซ่านรอบตัวราวกับเกราะป้องกันชั้นดี "นี่อะไร ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเรียบเรื่อย เจือแววระอาใจอยู่ไม่น้อย เขาคิดว่านี่คงเป็นเรื่องไร้สาระอีกตามเคย—กระเป๋าใบบาลูกใหม่, คำขอไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อน หรือไม่ก็งบประมาณทำหอศิลป์ที่ไร้สาระในสายตาของเขา "อ่านดูสิครับ คุณธราธิป... อ้อ ขอโทษที ผมชินปากเรียกคุณแบบสามีภรรยา แต่ความจริงคือเรากำลังจะเป็นอื่นกันแล้วต่างหาก" รินรดายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอในชุดเสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีเทาเรียบง่ายนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม แววตาของเธอไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความนิ่งงันดั่งผืนน้ำในคืนไร้จันทร์ ธราธิปแค่นหัวเราะในลำคอ เขาวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงบนโต๊ะ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ สายตาคมกริตกวาดมองหัวข้อตัวอักษรหนาเตอะด้วยความรู้สึกขบขันมากกว่าตกใจ *บันทึกข้อตกลงการหย่า* "คุณเล่นเกมอะไรอีกแล้ว รินรดา" ธราธิปถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังเอือมระอากับเด็กเอาแต่ใจ "ช่วงนี้ผมงานยุ่ง ค디ความของท่านรัฐมนตรีใกล้จะปิดสำนวนแล้ว ผมไม่มีเวลามาเล่นละครฉากใหญ่กับคุณหรอกนะ อยากได้รถคันใหม่ หรืออยากได้หุ้นส่วนเพิ่มในหอศิลป์ก็บอกมาตรงๆ อย่ามาใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้เลย" เขายังคงมั่นใจ... มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางไปไหนพ้น มั่นใจว่าความมั่งคั่ง ชื่อเสียง และอำนาจที่เขากอบโกยมาได้ คือโซ่ตรวนที่แน่นหนาที่สุด ล่ามเธอดำรงอยู่ใต้เงาของเขามานานถึงเจ็ดปีเต็ม เจ็ดปีที่รินรดาเคยเป็นเพียงเงาอันเงียบงัน คอยต้อนรับเขาด้วยอาหารอุ่นๆ บนโต๊ะ คอยรองรับอารมณ์ความเครียด และก้มหน้ารับฟังคำดูถูกกลายๆ ว่าเธอเป็นแค่ "ภรรยาที่อยู่บ้านเฉยๆ" รินรดาไม่โกรธ เธอมองดูความเย่อหยิ่งที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยความเวทนา มันช่างน่าขัน ที่ผู้ชายซึ่งฉลาดเป็นกรดในศาล กลับโง่เขลาที่สุดในเรื่องของหัวใจ "ผมไม่ได้เล่นละครครับ และผมไม่ได้ต้องการรถหรือหุ้นอะไรทั้งนั้น" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนธราธิปต้องชะงัก "สิ่งเดียวที่ผมต้องการจากคุณ... คือความเป็นอิสระ และการหลุดพ้นจากนรกขุมนี้" "นรกงั้นเหรอ?" ธราธิปย่นคิ้ว ลุกขึ้นยืนตามแรงอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อถูกท้าทายอำนาจ "ริน คุณพูดบ้าอะไร บ้านหลังนี้ รถคันนี้ บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินที่คุณรูดซื้อของแบรนด์เนมอย่างไร้สาระ ทุกอย่างมันมาจากหยาดเหงื่อและความสามารถของผม คุณมีชีวิตที่สุขสบายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะฝันถึง แล้วคุณเอาคำว่านรกนี่มาอ้างจากตรงไหน!" "หยาดเหงื่อของคุณเหรอครับ?" รินรดาทวนคำ หัวใจที่เคยแตกสลายบัดนี้ด้านชาจนเกินกว่าจะมีน้ำตาหลงเหลือ "จำได้ไหมธราธิป... เมื่อสามปีก่อน ตอนที่คุณล้มละลายครั้งแรกและเกือบติดคุก ใครกันที่เอาโฉนดที่ดินมรดกชิ้นสุดท้ายของแม่ไปจำนองเพื่อเอาเงินมาพยุงบริษัทคุณไว้? ใครกันที่นั่งเย็บชุดให้ลูกค้าตอนตีสามเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าจ้างเด็กฝึกงานในสำนักงานกฎหมายของคุณในวันที่คุณไม่มีแม้แต่เงินสดติดตัว?" ธราธิปชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบ ภาพอดีตอันเลือนรางแวบเข้ามาในหัว แต่มันถูกความทะเยอทะยานและทิฐิบดบังไว้ทันที "นั่นมันหน้าที่ของภรรยาไม่ใช่หรือไง คุณเลือกที่จะแต่งงานกับผมเองนะริน!" "ใช่ครับ ผมเลือกเอง... และนั่นคือความผิดพลาดที่มหันต์ที่สุดในชีวิตของผม" รินรดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และเฉียบคม "ในวันที่คุณล้มเหลว ผมคือเงาที่คอยโอบอุ้มคุณไว้ แต่ในวันที่คุณบินสูงขึ้นไปเป็นทนายความชื่อดัง คุณกลับมองไม่เห็นหัวผมอีกเลย คุณขังผมไว้ในกรงทองแห่งนี้ ปฏิบัติกับผมเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เอาไว้ประดับบ้านเพื่อเสริมภาพลักษณ์ 'ครอบครัวอบอุ่น' ของคุณ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอาหารชั่วขณะ เสียงแอร์ทำงานเบาๆ ตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "ผมทำงานหนักก็เพื่อใครล่ะ!" ธราธิปตวาดลั่น เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดด้วยความโกรธ "ผมหาเงินมาให้คุณใช้ชีวิตสุขสบาย ไม่ต้องลำบากตรากตรำแบบคนอื่น คุณต้องการอะไรอีก หん? หรือเพราะผมไม่มีเวลาให้? โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงินและความสำเร็จ ริน! ไม่ใช่ความโรแมนติกงี่เง่าแบบในนิยาย!" "นั่นสินะครับ... เงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ" รินรดายิ้มหยันให้กับความคิดอันคับแคบนั้น "แต่เงินซื้อความสุขที่แท้จริงไม่ได้หรอกครับ ธราธิป... และที่สำคัญที่สุด เงินซื้อเวลาสามปีที่คุณปล่อยให้ผมอยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังนี้ไม่ได้ ซื้อความรู้สึกในวันที่ผมแท้งลูกคนแรกแล้วคุณยังไปกินเลี้ยงฉลองปิดคดีไม่ได้!" ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอเบาหวิว แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของธราธิปราวกับเสียงอสุนีบาต ธราธิปนิ่งงังไปทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองสูงส่ง เปล่งประกายความซีดเผือกขึ้นมาวูบหนึ่ง หัวใจของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากอย่างแรง ภาพความทรงจำในวันนั้น—วันที่เขาปฏิเสธสายโทรศัพท์จากโรงพยาบาลด้วยข้ออ้างว่างานสำคัญกว่า—พรั่งพรูเข้ามาในสมอง "ริน... เรื่องนั้น ผม..." ธราธิปอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง น้ำเสียงที่เคยทรงพลังและมั่นคงกลับสั่นพร่าอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกผิดแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับมันไว้ใต้กองเอกสารและความสำเร็จมาโดยตลอด "ไม่ต้องแก้ตัวหรอกครับ มันสายเกินไปแล้ว" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง เพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี เธอหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูวางลงบนโต๊ะ "ผมเซ็นชื่อลงไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ตาคุณ... เซ็นซะ แล้วปล่อยให้ผมเป็นอิสระเถอะครับ" ธราธิปมองปากกาในมือสลับกับใบหน้าของอดีตภรรยา หญิงสาวที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ออดอ้อนเขาในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ สายตาของเธอด้านชาและว่างเปล่า ราวกับว่าตัวตนของเขาไม่มีค่าอะไรให้อจทนอยู่อีกต่อไปแล้ว ความตระหนักรู้บางอย่างเริ่มกัดกินจิตใจของทนายความผู้ไม่เคยพ่ายแพ้... เขากำลังจะสูญเสียเธอไปจริงๆ สูญเสียผู้หญิงคนเดียวในโลกที่รักเขาด้วยใจจริง โดยไม่สนว่าเขายากจนหรือร่ำรวย มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามนั้นขึ้นมา หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความกลัวที่จะต้องสูญเสียบางสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปชั่วนิรันดร์ ทันใดนั้น เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง *ติ๊ดดด... ติ๊ดดด...* รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ไม่ควรจะมีใครมาหาพวกเขา เว้นเสียแต่... ประตูกระจกบานใหญ่เชื่อมต่อกับสวนหย่อมถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างของเด็กชายตัวเล็กวัยราวๆ สี่ขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในบ้านพร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ตะโกนเรียกชื่อเธอ "คุณแม่ครับ! น้ากวินทร์ซื้อไอศกรีมรสโปรดให้ผมตั้งสองกอแนะ!" ธราธิปชะงักค้าง มือที่ถือปากกาหยุดนิ่งสนิทกลางอากาศ ดวงตาคมกريบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อมองตามเสียงนั้นไปและพบกับเด็กชายตัวน้อย... เด็กชายที่มีรอยยิ้ม ดวงตา และโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงา -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในบทแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความว่างเปล่าของอดีตสามีผู้สมบูรณ์แบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%