"รอยคัตเตอร์บนกระดาษปาปิรัสแผ่นนั้น ไม่ใช่ร่องรอยของการเสื่อมสลายตามกาลเวลา... แต่เป็นรอยตัดเฉือนด้วยความตั้งใจ เพื่อลบชื่อของบุคคลที่สามออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์"
เสียงทุ้มต่ำของ ดร.อคิน ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงใต้ดินของซากอารยธรรมโบราณ แสงจากตะเกียงสนามสะท้อนโครงหน้าคมคายที่ฉาบไว้ด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด เขากำลังใช้แว่นขยายส่องดูเศษซากเอกสารโบราณที่ถูกเก็บกู้ขึ้นมาจากหลุมขุดค้นหมายเลขเจ็ด ซึ่งเพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้ปริศนาเมื่อสองชั่วโมงก่อน
เรย์ ซึ่งยืนพิงเสาศิลาเก่าแก่โดยกอดอกมองอยู่เงียบๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าถ่วงเวลาชั่วครู่ ก่อนริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มเยдя เย็นชาและเต็มไปด้วยเลศนัย
"คุณกำลังกล่าวหาว่าในทีมของเรา มีหนอนบ่อนไส้อย่างนั้นสินะ ดốcเตอร์" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายท้าทายในที "ช่างเป็นข้อสันนิษฐานที่น่าตื่นเต้น สมกับที่เป็นนักโบราณคดีผู้ยึดมั่นในความจริงจนตัวตาย... แต่คุณแน่ใจหรือว่ารอยตัดนั้นเกิดขึ้น *ก่อน* ที่เราจะลงมาที่นี่?"
อคินเงີยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาสองคู่ปะทะกันในความสลัว เคมีอันตรายระหว่างความยึดมั่นในจรรยาบรรณกับความยืดหยุ่นเพื่อผลลัพธ์พุ่งปะทะกันอย่างเงียบเชียบ เขารู้ดีว่าเรย์ไม่ใช่คนที่จะมานั่งทำลายหลักฐานแบบตื้นเขินเช่นนี้ เพราะคนอย่างเรย์ หากต้องการปกปิดอะไร ย่อมทำลายมันให้สิ้นซากไปเลย ไม่ใช่ปล่อยให้เหลือร่องรอยฟ้องความผิดเช่นนี้
"รอยหมึกยังไม่แห้งสนิทดีด้วยซ้ำ เรย์" อคินวางแว่นขยายลงบนโต๊ะไม้สนาม น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาแต่ทรงพลัง "กระดาษปาปิรัสอายุสามพันปีไม่มีทางคายน้ำหมึกสดๆ ออกมาหรอกครับ... มีใครบางคนในทีมของเราพยายามลบรายชื่อผู้ควบคุมการขุดค้นในช่วงทศวรรษที่เจ็ด เพื่อปกปิดความเชื่อมโยงบางอย่างกับกองทุนลับที่กำลังตรวจสอบเราอยู่"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องอึดอัดขึ้นมาทันที สมาชิกที่เหลืออีกสามคนในทีม—ประกอบด้วย ดนัย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ, มิน Nนักวิทยาศาสตร์ประจำสนาม และสารวัตรภูมิ—ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง
"คุณหมายความว่ายังไง ดร.อคิน?" ดนัยขยับแว่นตาหนาเตอะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย สีหน้าของเขาซีดเผือด "คุณกำลังจะบอกว่าพวกเราคนใดคนหนึ่งในที่นี้ เป็นคนทรยศงั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้บอกว่าเป็นพวกคุณทุกคนหรอกครับ ดนัย" อคินกวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานทีละคน ช้าๆ และลึกซึ้ง "แต่ความจริงก็คือความจริง หลักฐานถูกทำลายไปครึ่งหนึ่งเพื่อปกป้องใครบางคน... และคนๆ นั้นก็รู้ดีว่า หากความจริงเรื่อง 'ห้องนิรภัยชั้นที่สาม' ถูกเปิดเผย โครงการทั้งหมดนี้จะพังทลายลงในพริบตา"
มินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "มันอาจจะเป็นอุบัติเหตุจากความร้อนของไฟเมื่อครู่ก็ได้นะคะ... เอ่อ... ครับ ดร.อคิน" เธอยั้งปากเกือบไม่ทันเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่อคินไม่ได้สนใจความผิดพลาดเล็กน้อยนั้น สายตาของเขายังคงจดจ้องไปที่คราบเขม่าควันบนโต๊ะ
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขันโดยสิ้นเชิง ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ จนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของอคิน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงดึงดูดประหลาดที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่ความคิดของทั้งคู่มาบรรจบกันในจุดที่อันตรายที่สุด
"คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริง อคิน" เรย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของอีกฝ่าย "คุณมักจะมองหาความยุติธรรมในซากปรักหักพังเสมอ โดยลืมไปว่า... บางทีประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังกลบเอาไว้ มันอาจจะปลอดภัยกว่าตอนที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพบเสียอีก"
"ประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาบิดเบือนตามอำเภอใจหรอกนะครับ เรย์" อคินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "หน้าที่ของเราคือการเปิดเผยความจริง ไม่ใช่การเลือกว่าความจริงแบบไหนที่จะทำให้เราปลอดภัย"
"ความจริงมักมีราคาแพงเสมอ และคุณก็เป็นคนจ่ายมันด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งไม่ใช่หรือไง?" เรย์กระซิบแผ่วเบา ประโยคนี้จี้เข้าที่ปมในใจของอคินอย่างจัง—ภาพเหตุการณ์วันที่อาจารย์ของเขาต้องจบชีวิตลงในซากโบราณสถานเพราะความโลภของมนุษย์ แววตาของอคินไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม
"นั่นคือเหตุผลที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ครับ" อคินตอบเสียงกระซิบกลับไป ดวงตาไม่หลบเลี่ยง "เพื่อไม่ให้ความตายของอาจารย์สูญเปล่า และเพื่อไม่ให้คนทรยศลอยนวลอยู่ในเงื้อมเงาของอดีต"
ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางบันไดหินด้านนอก ตามด้วยเสียงหอบหายใจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง
"ดร.อคินครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!" เจ้าหน้าที่หนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยความตื่นตระหนก "ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติที่ประตูห้องนิรภัยชั้นล่างสุดถูกแฮก... และตอนนี้ มีสัญญาณชีพจรปริศนาปรากฏขึ้นจากข้างในห้องที่ควรจะถูกปิดตาย!"
ทุกคนในห้องชะงักงัน ดนัยหน้าถอดสี มินยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ขณะที่สารวัตรภูมิชักปืนพกออกจากซองทันทีด้วยสัญชาตญาณ
อคินหันขวับไปมองหน้าเรย์ ทันทีที่สายตาสบกัน พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเกมจิตวิทยาเมื่อครู่ได้จบลงแล้ว และภัยอันตรายที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามา
เรย์หรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากหายไป เหลือเพียงความจริงจัง "ดูเหมือนว่า... จะมีคนไม่ได้แค่ทำลายหลักฐานบนโต๊ะทำงานของคุณเสียแล้วล่ะครับ ดร.อคิน"
อคินไม่รอช้า เขาคว้าไฟฉายแรงสูงและมีดพกสนามขึ้นมาเตรียมพร้อม สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ "ตามผมมาครับ... เราต้องลงไปดูก่อนที่มันจะสายเกินไป"
ฝ่าความมืดของอุโมงค์ใต้ดินที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่าง อคินก้าวเดินนำหน้าโดยมีเรย์ประกบข้างอย่างรู้ใจ ท่ามกลางเสียงหยดน้ำที่ดังสะท้อนก้องและความหนบชื้นที่บาดผิว ทันใดนั้น แสงไฟฉายของอคินก็สาดส่องไปกระทบกับวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นทางเดิน—
มันคือสมุดบันทึกหนังสีดำสนิท เล่มเดียวกับที่อาจารย์ของเขาเคยถือติดตัวไว้ตลอดเวลาในวันเกิดเหตุ และที่หน้าปกของมัน... เปื้อนคราบเลือดที่ยังคงสดใหม่ ราวกับเพิ่งมีใครบางคนทำมันตกไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางขุดคุ้ยความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 28
การทรยศจากภายใน
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!