เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 9

กับดักมรณะชั้นที่หนึ่ง

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นอับชื้นของศิลาทรายอายุหลายพันปีผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมของโลหะโบราณ คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเรากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย "อย่าขยับแม้แต่นิ้วเดียวครับ ดร.อคิน" เสียงกระซิบที่ต่ำทุบและเยือกเย็นลอยมาจากความมืดเบื้องหลัง เรย์ไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้เกินกว่าระยะห่างปลอดภัย แต่วิถีการยืนของอีกฝ่ายในความสลัวของคบเพลิง กลับสะท้อนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปตามแนวร่องหินบนพื้นศิลาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับผมที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงช่วงแขน ห้องโถงกลางของมหาวิหารสูญหายไม่ได้ต้อนรับพวกเราด้วยความเงียบงัน แต่มันกำลังพูด... พูดด้วยภาษาของกลไกมรณะ ผมก้มลงมองต่ำ แสงไฟสีส้มจากคบเพลิงสาดกระทบเข้ากับเส้นเอ็นโลหะสีดำสนิทที่ขึงตึงอยู่เหนือพื้นผิวศิลาไม่ถึงสามเซนติเมตร มันกลมกลืนไปกับลวดลายสลักนูนต่ำของอารยธรรมโบราณได้อย่างแนบเนียน หากก้าวล่วงไปอีกเพียงครึ่งก้าว ส้นรองเท้าของผมคงเกี่ยวเข้ากับกลไกกระตุ้น และนั่นหมายถึงการปลดปล่อยหبالพายุลูกศรอาบยาพิษที่ซ่อนอยู่หลังผนังศิลาหนาเตอะ "คุณเห็นรอยสลักรูปงูสลักหักมุมนั่นไหมครับ เรย์" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในความสงบ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "สถาปนิกของที่นี่ไม่ได้ออกแบบมันเพื่อป้องกันขโมยธรรมดา แต่มันคือการทดสอบความอดทนของจิตวิญญาณ... หรือไม่ก็ ตั้งใจจะบดขยี้ใครก็ตามที่ไม่เคารพกฎของทายาทแห่งสุสาน" เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงความเย้ยหยันจางๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความชื่นชมซ่อนอยู่ลึกๆ "กฎเกณฑ์เหรอครับ ดร.อคิน? คุณยังยึดติดกับสิ่งที่เรียกว่า 'จรรยาบรรณ' ในสถานที่ที่กฎหมายมนุษย์เอื้อมไม่ถึงอยู่อีกหรือไง สำหรับผมแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีไว้ให้เคารพ แต่มันมีไว้ให้อ่านรหัสเพื่อเปิดประตูไปสู่สิ่งที่ล้ำค่ากว่า" เรย์ขยับตัวเล็กน้อย เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน "และรหัสของห้องนี้... มันไม่ได้ต้องการนักโบราณคดีมือสะอาด แต่มันต้องการคนที่กล้าพอจะเดิมพัน" ในเสี้ยววินาทีนั้น สายตาของเราประสานกันอย่างมีความหมาย ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างเราไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมเลือกที่จะรักษาอารยธรรมไว้ในสภาพเดิมเพื่อลูกหลาน ในขณะที่เรย์พร้อมจะทำลายมันทิ้งครึ่งหนึ่งหากมันขวางทางสมบัติล้ำค่า แต่น่าแปลก... ในความต่างสุดขั้วนี้ กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เราต้องพึ่งพากันและกันเพื่อก้าวผ่านความตายตรงหน้า "ถ้าคุณคิดจะเดินตัดผ่านมุมนั้นเพื่อความรวดเร็ว ผมเกรงว่าเราคงต้องจบการเดินทางแค่ตรงนี้นะครับ" ผมท้วงขึ้น พร้อมกับใช้ปลายรองเท้าเขี่ยเศษหินชิ้นเล็กๆ ไปข้างหน้า *แกร็ก!* เศษหินตกลงกระทบเส้นเอ็นโลหะเบาๆ เพียงชั่วพริบตาเดียว เสียงกลไกเฟืองทองสำริดขนาดยักษ์ก็ดังครูดคราดมาจากภายในผนังศิลา ตามมาด้วยเสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกแหวกผ่านด้วยความเร็วสูง! *ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!* กลุ่มลูกศรโลหะเคลือบพิษสีเขียวเข้มพุ่งเฉียดร่างผมไปปักเข้ากับผนังฝั่งตรงข้ามอย่างจัง แรงกระแทกทำให้หินปูนแตกกระจาย เศษผงร่วงกราวลงมาคลอเคลียปลายเท้า กลิ่นฉุนรุนแรงของพิษยางไม้โบราณโชยเข้าจมูกจนแสบโพรงจมูก ความตายเพิ่งจะเดินผ่านพวกเราไปหมาดๆ ด้วยระยะห่างไม่ถึงคืบ ความเงียบสงบกลับเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเราสองคน เรย์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับที่เจ้าตัวก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ผมไม่ทันตั้งตัว มือเรียวแกร่งของเรย์เอื้อมมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว "คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริง ดร.อคิน" เรย์กระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บ "แต่เพราะความดื้อด้านแบบนี้แหละ ที่ทำให้เรายังไม่ตายที่ก้นหลุมศพเมื่อสามวันก่อน" "ปล่อยมือผมด้วยครับ เรย์ เรายังไม่ปลอดภัย" ผมเอ่ยเตือนเสียงเข้ม พยายามดึงข้อมือกลับ แต่มือของอีกฝ่ายกลับกุมแน่นยิ่งขึ้น "ผมไม่ได้จะพาคุณไปตายครับ" เรย์มองลึกลงไปในดวงตาของผม "แต่ถ้าคุณอยากรอดจากห้องโถงนี้โดยที่กระดูกยังอยู่ครบทุกชิ้น คุณต้องเชื่อใจผม... สี่วินาทีต่อจากนี้ เมื่อเฟืองชุดที่สองดีดตัวกลับ มันจะมีจุดบอดทางเรขาคณิตที่มุมซ้ายมือสุดของเสาศิลาต้นที่สาม นั่นคือช่องว่างเดียวที่สถาปนิกโง่เง่าคนนั้นหลงเหลือไว้ให้คนฉลาด" ผมมองตามสายตาของเรย์ไปยังเสาศิลาต้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องโถง สมองส่วนวิเคราะห์ของนักโบราณคดีประมวลผลโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมโบราณทันที... ใช่แล้ว! มุมองศาของเสาต้นนั้นสอดคล้องกับหลักกลศาสตร์ของกรีก-โรมันที่หลงเหลืออิทธิพลมาถึงดินแดนแถบนี้ มันคือจุดอับสายตาของกลไกธนูจริงๆ "คุณอ่านรหัสโครงสร้างนี้ออกตั้งแต่แรกแล้วทำไมไม่บอก?" ผมถามด้วยความฉุนเฉียวแกแกมประหลาดใจ "ก็เพราะถ้าผมบอกเร็วไป คุณก็คงไม่ได้ทำหน้าตาดื้อรั้นแบบเมื่อครู่นี้สครับ" เรย์ตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก "เตรียมตัวให้พร้อม สาม... สอง..." ในจังหวะที่เรย์นับถอยหลัง สัญชาตญาณดิบในการเอาตัวรอดก็เข้าควบคุมร่างกาย ร่างกายของเราสองคนพุ่งทะยานออกไปพร้อมกันราวกับเสือชีตาร์ที่ล่าเหยื่อ เสียงลูกศรชุดที่สองดังแหวกอากาศเฉียดหลังคาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนที่ร่างของเราจะพุ่งชนเข้ากับเสาศิลาต้นที่สาม และล้มกลิ้งลงไปนอนราบกับพื้นศิลาเย็นเฉียบด้วยกันทั้งคู่ ฝุ่นควันจากการปะทะกระจายตัวฟุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเสาศิลา เรย์ทาบทับอยู่เหนือร่างของผมเล็กน้อย แขนข้างหนึ่งค้ำยันพื้นศิลาไว้เพื่อไม่ให้ทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งหมด ดวงตาคมคริบจ้องมองลงมา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ยังหอบกระชั้น นี่ไม่ใช่ความใกล้ชิดที่ควรเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมายและอุดมการณ์ แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่สั่นคลอนหัวใจ "คุณนี่มันบ้าบิ่นสิ้นดี เรย์" ผมกระซิบเสียงพร่า พยายามเบี่ยงสายตาหนี แต่ปลายนิ้วเรียวของเรย์กลับเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของผมบังคับให้หันกลับมาสบตา "บางครั้ง ความบ้าบิ่นก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพังนะครับ ดร.อคิน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างประหลาด ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะหันไปมองทะลุผ่านช่องแคบระหว่างเสาศิลาไปยังเบื้องหน้า "และดูเหมือนว่า... ความจริงที่ว่านั้น กำลังรอให้เราไปเก็บกวาดอยู่พอดี" ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบดันตัวลุกขึ้นจากพื้นแล้วมองตามสายตาของเรย์ แสงจากคบเพลิงสาดส่องผ่านพ้นเขตกลไกมรณะไปกระทบเข้ากับแท่นหินสีดำสนิทที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องโถงลึก บนแท่นนั้นไม่ได้มีเพียงแค่หีบสมบัติโบราณอย่างที่ควรจะเป็น แต่มีวัตถุปริศนาชิ้นหนึ่งวางอยู่เด่นเป็นสง่า มันคือแผ่นจารึกทองคำบริสุทธิ์ สลักลวดลายแผนที่ดวงดาวที่ไม่มีอยู่จริงในสารบบดาราศาสตร์สากล และที่มุมล่างสุดของแผ่นจารึกนั้น มีรอยประทับตราสัญลักษณ์รูป 'กางเขนอียิปต์โบราณ' ที่มีรอยเลือดแห้งกรังเปรอะเปื้อนอยู่... รอยเลือดที่ยังสดใหม่ราวกับเพิ่งมีใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง! ________________________________________ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ บันทึกนักโบราณคดี
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%