"อย่าได้ก้าวไปทางซ้ายมือ... อคิน"
เสียงของเรย์ราบเรียบ แต่แฝงด้วยกระแสคำสั่งที่เฉียบขาด อคินชะงักเท้าที่กำลังจะวางลงบนพื้นดินร่วนซุยหน้าทางเข้าห้องโถงลับ เขานิ่งค้างอยู่ในท่ากึ่งก้าว ดวงตาหลังแว่นกรอบบางจ้องเขม็งไปที่รอยแตกบนผนังหินทรายแทนที่จะเป็นพื้นเบื้องหน้า
"คุณเห็นอะไร" อคินถามเบาๆ มือขวาขยับไปแตะซองปืนที่คาดอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ
เรย์ไม่ตอบในทันที เธอทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้าง ก้มมองร่องรอยบนพื้นดินด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังแกะรอยเหยื่อ แสงไฟจากตะเกียงแค้มป์ปิ้งสั่นไหววูบวาบ สร้างเงาที่ทอดยาวบิดเบี้ยวบนผนังโบราณสถานราวกับมีวิญญาณกำลังเริงระบำ
"รอยเท้า" เรย์พึมพำ นิ้วเรียวยาวของเธอแตะลงบนพื้นหินที่ไม่ควรจะมีอะไรนอกจากฝุ่นหนาเตอะ "ไม่ใช่รอยของคุณ ไม่ใช่ของผม และไม่ใช่ของใครที่เดินนำหน้าเราเข้ามาในนี้เมื่อสามชั่วโมงก่อน แต่มันคือรองเท้าคอมแบทพื้นยางเกรดทหาร รอยกดลึกแบบนี้หมายความว่าคนๆ นั้นแบกน้ำหนักพอสมควร และที่สำคัญกว่านั้น..."
เธอเงยหน้าขึ้น สบตาอคินด้วยแววตาที่คมกริบ "มันวนเวียนอยู่แถวนี้ตั้งแต่วันแรกที่พวกเราเหยียบเท้าเข้าเขตป่าดิบชื้นแห่งนี้"
อคินขมวดคิ้ว "เป็นไปไม่ได้ เราเช็กเส้นทางเดินเท้าและร่องรอยการสะกดรอยมาโดยตลอด ถ้ามีคนตามเราจริง ผมต้องสังเกตเห็นอะไรบ้าง"
"คุณมัวแต่จดจ่อกับการถอดรหัสจารึกบนผนัง จนลืมสังเกตว่าโลกภายนอกมันหมุนไปอย่างไรบ้าง ดร. อคิน" เรย์ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากกางเกงคาร์โก้ตัวเก่ง "คนพวกนี้ไม่ได้เดินตามเรา แต่พวกเขา 'ขนาน' ไปกับเราเสมอ พวกเขาแค่อาศัยจังหวะที่เราหยุดพัก หรือตอนที่จดจ่อกับกับดักโบราณเพื่อขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด"
อคินกวาดสายตาไปรอบห้องโถงกว้าง อากาศภายในนี้เย็นเยียบและอบอวลด้วยกลิ่นอับของกาลเวลา เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าความเงียบที่เขาเข้าใจว่าคือความสงบของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แท้จริงแล้วอาจเป็นความเงียบของนักล่าที่กำลังคุมเชิง
"ทำไมถึงบอกผมตอนนี้" อคินถาม น้ำเสียงเข้มขึ้น "ถ้าคุณรู้ตั้งแต่วันแรก ทำไมถึงปล่อยให้มันเป็นแบบนี้"
เรย์แค่นยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่นัยน์ตาของเธอกลับไม่ได้แสดงความขบขัน "เพราะถ้าผมบอกคุณตั้งแต่วันแรก คุณคงทิ้งภารกิจนี้แล้วหอบของกลับเมืองไปตามสัญชาตญาณนักวิชาการผู้แสนดีไงครับ และอีกอย่าง... ผมต้องการดูว่า ใครกันแน่ที่กล้าหาญพอจะเดินตามหลังเรามาถึงใจกลางสุสานกษัตริย์ที่สาบสูญแห่งนี้"
บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียง 'แกรก' ที่ดังแว่วมาจากอุโมงค์มืดมิดเบื้องหลัง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง อคินคว้าไฟฉายแรงสูงขึ้นมา สาดลำแสงตัดความมืดไปทางต้นเสียง ความว่างเปล่าคือสิ่งเดียวที่ปรากฏให้เห็น
"ดูนั่น" อคินกระซิบ พร้อมชี้ไปที่มุมมืดของเสาหินต้นหนึ่ง
บนพื้นหินที่ควรจะเป็นรอยแยกตามธรรมชาติ มีเศษโลหะชิ้นเล็กๆ วางอยู่ มันคือสลักนิรภัยของระเบิดมือที่ถูกถอดออก อคินก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รอคำสั่งจากเรย์ หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึก เขาหยิบเศษโลหะขึ้นมาพิจารณา เนื้อเหล็กยังมีความอุ่นเล็กน้อยจากการเสียดสี
"มันเพิ่งเกิดขึ้น" อคินพึมพำ "ไม่เกินสองนาทีที่ผ่านมานี้เอง"
เรย์ก้าวเข้ามาประชิดหลังอคิน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินปืนทำให้ประสาทสัมผัสของอคินตื่นตัวถึงขีดสุด เขาไม่ได้โกรธเคืองที่เธอใกล้ชิดขนาดนี้ เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้—แรงดึงดูดระหว่างสองคนที่ยืนอยู่บนขอบเหวของความเป็นความตาย
"ดูเหมือนว่าใครบางคนจะไม่อยากให้เราไปต่อ หรือไม่... ก็อยากให้เราเปิดทางให้พวกเขาก่อน" เรย์กระซิบข้างหูเขา เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจซ่อนเร้น
ทันใดนั้น ลำแสงจากไฟฉายของอคินก็ไปกระทบกับวัตถุบางอย่างที่อยู่บนแท่นศิลาจารึกกลางห้องโถง มันไม่ใช่โบราณวัตถุชิ้นเดิมที่พวกเขาเฝ้าตามหา แต่เป็นกระเป๋าเป้หนังสีดำสภาพใหม่เอี่ยมวางเด่นหราอยู่ตรงนั้น ข้างๆ กันมีมีดพกเล่มหนึ่งปักอยู่บนเนื้อหินอย่างแม่นยำ
อคินเดินเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง เขาจำมีดเล่มนั้นได้ดี มันไม่ใช่มีดทั่วไป แต่มันคือมีดเดินป่าสั่งทำพิเศษที่มีสัญลักษณ์ของ 'มูลนิธิกู้คืนประวัติศาสตร์' ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่อาจารย์ของเขาเคยสังกัดอยู่ก่อนที่จะเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำเมื่อสิบปีก่อน
เขาสั่นไปทั้งตัวเมื่อดึงมีดเล่มนั้นออกจากหิน บนด้ามมีดมีการสลักอักษรย่อที่คุ้นตา—ชื่อของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในโศกนาฏกรรมครั้งนั้น
"เรย์..." อคินหันกลับมาหาคู่หูด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด "มีดเล่มนี้... มันเป็นของอาจารย์ผม"
เรย์มองมีดเล่มนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความสงสัยใคร่รู้ที่ลึกซึ้ง "เป็นไปไม่ได้ อคิน คนตายไม่มีวันฝากของไว้ในสุสานที่เพิ่งถูกค้นพบแบบนี้หรอก"
"แต่นี่คือรอยสลักของเขา!" อคินตวาดลั่น "และถ้าเขายังไม่ตาย... งั้นคนที่สะกดรอยตามเรามาตลอดทาง ก็อาจจะไม่ใช่ศัตรู แต่เป็น 'อาจารย์' ของผมเอง"
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นพร้อมกันจากทั้งสองฝั่งของอุโมงค์ เสียงนั้นรัวเร็วและมั่นคง ไม่ใช่ฝีเท้าของคนหลงทาง แต่เป็นฝีเท้าของคนที่รู้เส้นทางเดินในนี้ดีกว่าใคร อคินและเรย์ต่างชักอาวุธออกมาโดยอัตโนมัติ หันหลังชนกันในท่าตั้งรับกลางห้องโถง
เงาสีดำสายหนึ่งวูบผ่านหน้าพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีเสียงกดสวิตช์บางอย่างดังขึ้น 'คลิก' พร้อมกับพื้นห้องโถงที่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"เตรียมตัวให้ดี" เรย์ตะโกนแข่งกับเสียงหินถล่ม "สิ่งที่รอเราอยู่ในความมืดคราวนี้ ไม่ใช่แค่คน... แต่มันคือสิ่งที่อาจารย์คุณพยายามซ่อนไว้ไม่ให้โลกรับรู้!"
แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงก่นด่าของกลไกโบราณที่เปิดออกเผยให้เห็นโพรงมืดมิดใต้เท้าของพวกเขา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ บันทึกนักโบราณคดี
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 10
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!