กลิ่นอานิสงส์ของดินปืนจางๆ ปะปนมากับกลิ่นอับชื้นของศิลาแลงโบราณ ภายในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของ ดร.อคิน ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการใช้พู่กันขนกระรอกปัดคราบดินออกจากร่องสลักบนแผ่นศิลา
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ด้านหลัง ทำให้เขาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร
"คุณกำลังทำลายหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญ ด้วยการปัดเศษดินพวกนั้นทิ้งเสียดื้อๆ นะครับ ดร.อคิน" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือรอยยิ้มหยันตามแบบฉบับเจ้าตัว เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ มือเรียวคีบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ทั้งที่กฎของสถานที่ห้ามไว้อย่างเด็ดขาด
อคินหยุดมือชั่วขณะ เขาไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา สายตายังคงตรึงอยู่กับอักษรโบราณที่ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นทีละนิด
"ถ้าผมไม่รีบสกัดคราบออก กรดจากราอินทรีย์พวกนี้จะกัดกินผิวศิลาจนเราไม่ได้รู้อะไรเลยต่างหากครับ คุณเรย์... และอีกอย่าง ที่นี่ไม่ใช่แหล่งมั่วสุมของนักล่าสมบัติ กรุณาเก็บมวนบุหรี่ของคุณลงเสีย หรือไม่ก็ออกไปสูบข้างนอก" อคินตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิท แต่แฝงความเฉียบคมที่บาดลึก
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานโค้งต่ำ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินน่องเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นอายความตายของซากปรักหักพัง เธอก้มตัวลงมองแผ่นศิลาในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ
"คุณยังโลกสวยไม่เปลี่ยนเลยนะอคิน... คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าสิ่งที่คุณกำลังขุดค้นอยู่ มันคือประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของชาติ?" เรย์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างลึกซึ้ง "ตื่นจากฝันได้แล้วครับ ด็อกเตอร์ ของชิ้นนี้... และแท่นบูชาที่คุณเสี่ยงตายไปเอามาเมื่อวาน ไม่ใช่สมบัติชาติ แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่กำลังถูกตามล่า"
อคินวางพู่กันลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของนักโบราณคดีผู้ยึดมั่นในจรรยาบรรณไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม
"คุณรู้อะไรมา?" อคินถาม เสียงของเขาต่ำลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ
"ผมรู้มากกว่าที่คุณคิด" เรย์ผละตัวออกไปหยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของอคิน เธอโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา เสียงกระดาษปะทะกันดังทึบ
อคินขมวดคิ้วเปิดแฟ้มออก ภาพถ่ายนับสิบใบปรากฏแก่สายตา มันคือภาพของกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยและถืออาวุธสงคราม บุกเข้าตรวจค้นห้องทำงานของศาสตราจารย์ผู้ล่วงลับ—อาจารย์ของเขาเอง—เมื่อสามปีก่อน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สัญลักษณ์รูป "ดวงตาแห่งอูราช" ที่ถูกสลักไว้บนปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ
"กลุ่มอสรพิษรัตติกาล..." อคินพึมพำชื่อนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อกรามของเขากระตุกเกร็ง มือที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดในวันที่สูญเสียอาจารย์และผู้มีพระคุณพรั่งพรูเข้ามาในสมองดั่งคลื่นใต้น้ำ
"ไม่ใช่แค่กลุ่มโจรรับจ้างธรรมดาหรอกครับอคิน" เรย์โน้มตัวลงมาใช้มือเรียวแตะที่ขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนอคินสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "เบื้องหลังองค์กรเงาพวกนั้น คือกลุ่มทุนระดับโลกที่มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลหลายประเทศ พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่วัตถุโบราณไปขายทอดตลาดในตลาดมืด แต่วัตถุโบราณทุกชิ้น... โดยเฉพาะชิ้นที่คุณกำลังศึกษาอยู่ มีรหัสพันธุกรรมทางเทคโนโลยีโบราณที่สามารถควบคุมระบบพลังงานใต้พิภพได้"
อคินเงີยหน้าขึ้นมองเรย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความไม่ไว้วางใจ "แล้วทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้? หรือว่าคุณ..."
"ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกมันก็แล้วกัน" เรย์ตัดบท ดวงตาคู่นั้นฉายแววความเจ็บปวดบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยียวนกวนประสาท "เราต่างหากล่ะอคิน... ที่กำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่พวกมันขุดรอไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเหยียบลงบนพื้นที่โบราณสถานแห่งนั้น"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินพลันเงียบงัดลงทันที เสียงหยดน้ำจากเพดานกระทบพื้นหินดังติ๋งๆ สะท้อนก้องความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด อคินกำลังประเมินสถานการณ์ จิตวิทยาของเขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินกว่าจะไว้ใจ แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับบอกว่าข้อมูลที่เธอนำมาคือความจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดหินด้านนอก... มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์อย่างแน่นอน
เรย์หันขวับไปมองทางประตู ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจกลับเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก "พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด..."
อคินไม่รอช้า เขาคว้าแท่นศิลาโบราณยัดใส่กระเป๋าเป้สะพายหลังทันที สายตากวาดมองหาทางหนีทีไล่ "เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!"
ปัง!
เสียงกระสุนปืนเก็บเสียงนัดแรกเจาะทะลุบานประตูไม้เก่าแก่ เศษไม้กระจายว่อนพร้อมกับรูกระสุนที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา เงาดำทะลายของชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าสามคนในชุดสูทสีดำสนิทพังประตูเข้ามา พร้อมกับปากกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
เรย์คว้าแขนอคินกระชากให้หลบหลังเสาหินศิลาทันที เสียงกระสุนนัดที่สองเฉี่ยวหัวไหล่เธอไปปักคาผนังปูนฉาบด้านหลังอย่างเฉียดฉิว ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของกลุ่มผู้บุกรุกที่ก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมกับแสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนที่กวาดหาเป้าหมาย
และในวินาทีที่อคินเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสั้นออกจากช่องลับใต้โต๊ะทำงาน เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนของหนึ่งในมือปืนก็สาดส่องมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา
พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ที่เอמהขึ้นจากความมืดเบื้องหลังกลุ่มมือปืน—น้ำเสียงที่อคินไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต...
"สวัสดี... ศิษย์รัก ไม่เจอกันนานเลยนะ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ บันทึกนักโบราณคดี
เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย•ตอนที่ 8
เบื้องหลังองค์กรเงา
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณกาลกับมาตรวัดหัวใจที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!