แก้วคริสตัลทรงสูงในมือของพิมพ์พิชาถูกหมุนวนช้าๆ ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวภายในเลานจ์หรูระดับไฮ엔ด์ บรรยากาศรอบตัวอวลไปด้วยเสียงเพลงแจ๊คลึกซึ้งและเสียงพูดคุยจอแจของเหล่าคนดังทางสังคม แต่โสตประสาทของเธอกลับจับจ้องอยู่เพียงคนเดียว... คนที่กำลังนั่งไขว่ห้างตีหน้าขรึมอยู่โซฟาฝั่งตรงข้ามโดยพยายามทำเป็นมองไม่เห็นเธอ
ภาคิน หรือที่ใครๆ ต่างก้มหัวให้ในนามท่านประธานหนุ่มไฟแรง กำลังแผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาเป็นระลอก รังสีอำมหิตนั้นไม่ได้น่ากลัวในสายตาของเธอเลยสักนิด... กลับกัน มันน่าขันเสียจนเธอต้องซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจไว้ใต้ขอบแก้ว
เหตุผลนะเหรอคะ? ก็เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที รินลดา คู่หมั้นเก่าตัวดีเพิ่งจะเดินเข้ามาหาเรื่องเธอถึงโต๊ะ พร้อมกับท่าทีเยาะเย้ยถากถางตามประכולคนไม่รู้จักคำว่าพพอดี ทว่าก่อนที่พิมพ์พิชาจะได้เอาคืนให้สมน้ำsmเนื้อ ภาคินกลับเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาขัดจังหวะแล้วลากตัวรินลดากลับไปหน้าตาเฉยแถมยังตอกหน้าอีกฝ่ายหงายเงิบด้วยประโยคเย็นชา
แต่ปัญหาคือ... พอจัดการแม่ตัวสร้างเรื่องเสร็จ ภาคินก็กลับมานั่งเงียบกริบ ทำฟอร์มตีสีหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่ดวงตาคู่คมคู่นั้นเอาแต่มองตามทุกย่างก้าวของเธอราวกับสุนัขหวงก้างตัวโตๆ
"รอนานไหมครับคุณพิม"
เสียงนุ่มทุ้มของ 'กรณ์' สถาปัตย์หนุ่มรุ่นพี่หน้าตาดีที่บังเอิญเดินเข้ามาทักทายดังขึ้น พร้อมกับทรุดกายลงนั่งบนโซฟาว่างข้างๆ พิมพ์พิชาอย่างถือวิสาสะ
พิมพ์พิชาช้อนสายตาขึ้นสบตากรณ์ด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เธอจงใจระบายเต็มริมฝีปาก เธอขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงของรุ่นพี่อีกนิดจนไหล่แทบชิดกัน สัมผัสได้ทันทีถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดมาจากฝั่งตรงข้าม—ไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าภาคินกำลังจ้องเขม็งจนแทบจะกินเลือดกินเนื้ออยู่แล้ว
"ไม่นานเลยค่ะคุณกรณ์ พอดีพิมกำลังเบื่อๆ อยู่พอดี ดีจังที่คุณกรณ์เข้ามาทักนะคะ พิมกำลังคิดอยู่เลยว่าคืนนี้จะหาเพื่อนคุยแก้เหงาที่ไหนดี" เธอจงใจดัดเสียงให้หวานหยาดเยิ้ม พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อสูทของกรณ์เบาๆ อย่างเป็นกันเอง
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับคนสวยอย่างคุณพิม ผมว่างเสมอแหละ ว่าแต่... สนใจไปต่อกันที่อื่นไหมครับ บรรยากาศตรงนี้เริ่มน่าอึดอัดยังไงก็ไม่รู้"
สายตาคมกริบของกรณ์เหลือบไปมองภาคินที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความท้าทายกลายๆ เพราะในแวดวงธุรกิจ ใครๆ ก็รู้ว่าภาคินเกลียดการถูกล้ำเส้นแค่ไหน ยิ่งเป็นเรื่องของผู้หญิงที่อยู่ใกล้ตัวด้วยแล้ว
"อื้ม..." พิมพ์พิชาทำท่าครุ่นคิดอย่างน่ารัก ปลายเลิกล้อเรียวยาวไล้ขอบแก้วเบาๆ "ก็น่าสนใจนะคะ พอดีพิมกำลังอยากฟังเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่คุณกรณ์เคยเล่าให้ฟังพอดีเลยค่ะ ไปคุยกันต่อสองต่อคงสนุกน่าดู"
*เคร้ง!*
เสียงวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นจนคนรอบข้างสะดุ้ง
ภาคินทนดูละครฉากนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกวาดมองกรณ์ด้วยแววตาดุดันระดับร้อยริกเตอร์ ก่อนจะย้ายมาจ้องมองคนที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างผู้ชายอื่นด้วยความเคืองแค้นผสมความน้อยใจ
"ดึกมากแล้วครับคุณพิม ผมว่าคุณควรกลับบ้านได้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
พิมพ์พิชากะพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นตกใจระคนสงสัย "เอ๊ะ ทำไมล่ะคะคุณคิน พิมจะคุยธุระกับคุณกรณ์ต่อ หรือว่า... ท่านประธานจะหวง?" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'หวง' พร้อมกับเอียงคอมองเขาด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ที่ชวนให้คนมองอยากจะจับมาตีให้ก้นลายเสียจริงๆ
"ผมไม่ได้หวง" ภาคินสวนกลับทันควัน เสียงแข็งกร้าวกลบเกลื่อนความร้อนรุ่มในอก "แต่ในฐานะที่ผมเป็น... เอ่อ... เป็นผู้ว่าจ้างคุณในสัญญา คุณต้องรักษาภาพลักษณ์ และการมานั่งอ่อยผู้ชายกลางเลานจ์แบบนี้มันดูไม่เหมาะสม!"
"อ่อยเหรอคะ?" พิมพ์พิชาเลิกคิ้วสูง หัวเราะในลำคออย่างขบขัน "อุ๊ย พูดจาอะไรรุนแรงจังค่ะคุณคิน พิมกับคุณกรณ์คุยกันดีๆ ต่างหาก อีกอย่าง... ในสัญญาก็ไม่ได้ระบุไว้นี่คะว่าเลิกงานแล้วพิมจะต้องรายงานตัวกับใคร หรือว่าเฮีย... เอ๊ย ท่านประธานคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาห้ามพิมล่ะคะ"
คำว่า 'เฮีย' เกือบหลุดออกจากปากเธอยังดีที่ดึงสติกลับมาทัน แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ภาคินชะงักไปวบหนึ่ง สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
กรณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เริ่มรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงระหว่างคนทั้งคู่ เขายิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วตบบ่าพิมพ์พิชาเบาๆ "ดูเหมือนผมจะเป็นก้างขวางคอโดยไม่รู้ตัวนะครับเนี่ย งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่า ไว้เราค่อยนัดคุยเรื่องงานกันใหม่นะ... พิม"
"ค่ะ ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มนะคะคุณกรณ์" พิมพ์พิชาส่งยิ้มหวานหยดให้รุ่นพี่หนุ่มจนกระทั่งเขาเดินลับหายออกไปจากบริเวณนั้น
เมื่อเหลือกันแค่สองคน บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งอึดอัดและร้อนระอุขึ้นไปอีกขั้น ภาคินก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอ มือหนาเอื้อมลงมาฉุดข้อแขนเรียวของเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"สนุกมากไหมที่แกล้งผม?" ภาคินก้มลงกระซิบชิดริมหางตาของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพิมพ์พิชาเผลอขนลุกซู่ แต่เธอก็ยังรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้อย่างแนบเนียน
"พิมไม่ได้แกล้งสักหน่อยค่ะ พิมแค่คุยกับเพื่อนใหม่... หรือว่าท่านประธานหึงจริงๆ คะเนี่ย หน้าดำคร่ำเครียดเชียว" เธอแกล้งเอียงหน้าไปสบตาเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่พูดจายั่วโมโหเขาไม่หยุด "ปากเก่งนักนะ... หึ หงุดหงิดเหรอ? ใช่ ผมหงุดหงิด!" เขาหลุดปากยอมรับออกมาในที่สุดด้วยความเหลืออด ความซึนที่สะสมมานานนับสัปดาห์พังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นภาพเธอนั่งอิงแอบแนบชิดกับผู้ชายคนอื่น
พิมพ์พิชาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ นั้น ถึงปากเขาจะร้าย แต่สายตาที่มองเธอกลับเว้าวอนและร้อนแรงเสียจนเธอแทบละลาย
"ถ้าหึง... ก็พูดออกมาสคะว่าหึง ทำไมต้องทำเป็นปากแข็งด้วยล่ะ" เธอกระซิบตอบเสียงแผ่ว ความมั่นใจเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ
"คิดว่าผมไม่กล้าเหรอ..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศพาไปไกลเกินกว่าจะควบคุม
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดปากคนช่างยั่ว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงแหลมขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน
ภาคินขมวดคิ้วอย่างขัดใจ สบถเบาๆ ในลำคอแต่ก็จำต้องผละออกมารับสายอย่างจำยอม ดวงตาคมยังคงจ้องมองพิมพ์พิชาไม่วางตาขณะกดรับสายด้วยมือเดียว
"ว่าไง..." เสียงทุ้มห้วนเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
"เฮียคินคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงปลายสายกรีดร้องแทบแตกตื่นจนคนฟังต้องรีบเอาโทรศัพท์ออกจากหู "ริน... รินรู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ อยู่ๆ ก็ปวดท้องแปล๊บขึ้นมา ช็อกโกแลตซีสต์อาจจะแตกแน่ๆ เลย ฮือ... เฮียช่วยมารับรินที่ห้องพักหน่อยได้ไหมคะ รินไม่มีใครเลย..."
น้ำเสียงสะอื้นไห้ของรินลดาดังลอดออกมาผ่านลำโพงชัดเจนจนพิมพ์พิชาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินทุกคำ
ภาคินชะงักไป สีหน้าหล่อเหลาฉายแววลังเลอย่างเห็นได้ชัด เขารีบหันกลับมามองพิมพ์พิชาที่ตอนนี้หุบยิ้มฉับ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคู่หมั้นตัวปัญหา
"พิม..." ภาคินเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเป็นครั้งแรก เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นขณะมองสบตาเธอนิ่ง "รินเขา... น่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ผมคงต้อง..."
พิมพ์พิชาไม่ได้รอให้เขาพูดจบ มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกห่างเบาๆ รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้
"ไปสิคะ... เชิญตามสบายเลยค่ะท่านประธาน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง "ผู้หญิงของเฮียกำลังเดือดร้อนทั้งทีนี่คะ จะมารั้งอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะ เดี๋ยวความรักความห่วงใยจะหมดอายุซะก่อน"
พูดจบ พิมพ์พิชาก็คว้ากระเป๋าคลัตช์คู่ใจแล้วหมุนตัวเดินจ้วงหนีออกจากเลานจ์ไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
"พิม! เดี๋ยว-"
ภาคินร้องเรียกชื่อเธอสุดเสียงพร้อมกับก้าวเท้าตาม แต่เสียงสะอื้นไห้ทางโทรศัพท์และการทิ้งปมปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องสะสางทำให้เขาก้าวขาไม่ออก ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปกับฝูงชนด้วยหัวใจที่หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม... รู้สึกได้ทันทีว่าเกมเอาคืนครั้งนี้ เขาอาจจะเป็นฝ่ายเสียเธอไปจริงๆ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของเฮียคินด้วยกันนะคะ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 15
เกมเอาคืน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!