แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานเกือบจะปลิวหลุดจากมือของพิมพ์พิชา หากไม่ใช่เพราะเธอใช้ปลายนิ้วกดทับมันไว้เสียก่อน แรงกระแทกจากบานประตูห้องประชุมใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือหนา ไม่ได้มาพร้อมกับความสุภาพเรียบร้อยตามวิสัยของท่านประธานหนุ่ม แต่เป็นแรงพายุลูกใหญ่ที่หอบเอาความกรรโชกและกลิ่นอายความหงุดหงิดระลอกพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของทุกคนในห้องจนเงียบกริบเป็นเป่าสาก
ภาคินกวาดสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนผ่านร่างของบรรดาผู้จัดการฝ่ายที่กำลังยืนรายงานตัว ก่อนที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นจะล็อกเป้าหมายมาที่หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยืนถือแฟ้มตัวสั่นอยู่มุมห้อง
"เลิกประชุม!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ตะโกน แต่กลับทรงพลังและเยียบเย็นเสียจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง
"แต่คุณภาคินคะ วาระการประชุมเรื่องงบประมาณไตรมาสหน้ายัง..." เสียงของหัวหน้าฝ่ายบัญชีขาดห้วงไปทันทีเมื่อถูกนัยน์ตาคมดุคู่นั้นตวัดกลับไปมอง ชนิดที่เรียกว่าอยากจะกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปให้พ้นทาง
"ฉันบอกว่า... เลิกประชุม! ทุกคนออกไปให้หมด ยกเว้นพิมพ์พิชา!"
สิ้นคำประกาศิตนั้น บรรดาพนักงานต่างพากันเก็บข้าวของใส่กระเป๋าด้วยความเร็วแสง ราวกับกลัวว่ารัศมีอำนาจมืดรอบตัวท่านประธานจะแผ่ขยายมาแช่แข็งพวกเขาให้กลายเป็นหินในอีกสามวินาทีถัดมา ประตูห้องประชุมปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบงันที่กดทับลงบนบ่าของพิมพ์พิชาอย่างจัง
เธอยังคงยืนนิ่งเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มของสาวมั่นที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"มีอะไรคะท่านประธาน เรียกพิมไว้ มีวาระด่วนอะไรนอกเหนือจากในเอกสารงั้นเหรอคะ" พิมพ์พิชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รarซึ้งถึงความกวนประสาทที่เธอจงใจใส่ลงไปในปลายเสียง
ภาคินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาสกาวก้าวเท้าสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบล็อกพื้นที่ด้านหน้าเอาไว้ทั้งหมด จนเธอแทบไม่เหลืออากาศหายใจ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนระอุจากร่างกายของเขา ทำให้พิมพ์พิชาต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่มันช้าไปเสียแล้ว เมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนของเธอให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"สนิทกันมากหรือไง?"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่กรุ่นโกรธจนน่ากลัว
"คะ?" พิมพ์พิชาเลิกคิ้วสูง แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดถึง ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องอะไร
"อย่ามาทำไขแดงใส่ฉัน พิมพ์พิชา!" ภาคินตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ "ไอ้ผู้ชายหน้าอ่อนจากบริษัทคู่แข่งเมื่อวานนี้มันเป็นใคร ถึงได้กล้าแตะเนื้อต้องตัวเธอถึงขนาดนั้น แถมเธอยยังส่งยิ้มหวานหยดย้อยแถมเบอร์โทรให้อีก! เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร หะ!"
ให้ตายเถอะ... เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดงั้นเหรอ?
พิมพ์พิชาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวานตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เธอหัวנסในลำคอเบาๆ พลางส่งสายตาเยาะหยันกลับไปให้คนตัวโตที่กำลังแสดงอาการหึงหวงจนหน้ามืดตามัว
"แล้วมันกี่เรื่องของท่านประธานล่ะคะ? พิมจะเป็นของใคร จะยิ้มให้ใคร หรือจะให้เบอร์ใคร มันก็สิทธิส่วนบุคคลของพิม เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย... อื้อ!"
คำพูดประชดประชันถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักหนาฉวยโอกาสพุ่งเข้ามาประกบปิดเรียวปากของเธออย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือมีความหวานชื่นใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ จูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวลึกๆ ว่าจะสูญเสียเธอไป ภาคินบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ขณะที่อีกข้างตรึงท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานและลงโทษความดื้อรั้นของเธออย่างดุเดือด
พิมพ์พิชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกแกร่งรัวๆ เพื่อประท้วงการกระทำอันเอาแต่ใจนี้ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะระคายผิวคนตัวโต ยิ่งเธอขัดขืน เขากยิ่งเพิ่มน้ำหนักรัดแน่นขึ้นราวกับจะหลอมละลายร่างของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา
รสจูบที่ทั้งดุดันและร้อนแรงทำให้สมองของพิมพ์พิชาขาวโพลน หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นไหวและวาบหวามจนน่ากลัว ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียก ปล่อยให้เขาเป็นผู้ชี้นำเกมสัมผัสนี้อย่างจำยอม
เนิ่นนานกว่าภาคินจะยอมผละริมฝีปากออกด้วยความอาลัย เขายังคงหายใจหอบถี่ หน้าผากแนบชิดติดกับหน้าผากมนของเธอ ดวงตาสีนิลทอดมองริมฝีปากบวมเจ่อที่แดงก่ำจากการถูกรังแกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งหลงใหล และเจ็บปวด
"อย่าทำแบบนี้อีก..." เสียงทุบกระซิบแผ่วเบาแต่จริงจังจนน่าใจหายลอดออกมาจากริมฝีปากของเขา "อย่าทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะคลั่งตายเพราะผู้ชายคนอื่นอีก พิมพ์พิชา..."
พิมพ์พิชานิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบกับประโยคสารภาพความรู้สึกที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศที่เปราะบางนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของ 'รันลดา' ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มบนใบหน้า
"อ้าว... คินคะ รันนึกว่าประชุมอยู่เสียอีก ทำไมถึงล็อกห้องล่ะคะเนี่ย?"
รันลดาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนชิดติดกันจนแทบจะเกยกันอยู่แล้ว ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแววไม่พอใจวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังพิมพ์พิชา
"พอดีเลยค่ะคิน รันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับงานแต่งของเราที่อยากจะปรึกษาคุณตอนนี้พอดีเลย..."
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความซึนของเฮียคินและยัยพิมมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 16
ระเบิดลงกลางออฟฟิศ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!