ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 17

ฉันไม่ได้หึง!

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"พอดีเลยค่ะคิน รันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับงานแต่งของเราที่อยากจะปรึกษาคุณตอนนี้พอดีเลย..." ประโยคหวานหยดเยิ้มของรินลดายังไม่ทันจะร่วงหล่นถึงพื้นดี บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางของประธานหนุ่มก็ถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่เฉียบคมจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน พิมพ์พิชายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายๆ ทว่านัยน์ตากลมโตกลับพินิจพิเคราะห์ทุกอณูการขยับตัวของภาคินอย่างไม่คลาดสายตา ตั้งแต่เมื่อครู่ที่รินลดาเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์และแฟ้มเอกสารในมือ ภาคินไม่ได้แสดงท่าทีต้อนรับหรือแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพปั้นยังคงจดจ้องอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ต ทว่ากล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นและนิ้วแกร่งที่เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็ว กลับฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของประธานหนุ่มกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด "รันคิดว่าถ้าเราจัดงานที่โรงแรมเดิมที่เคยคุยกันไว้..." "คุณรินลดาครับ" ภาคินเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท เย็นชาจนคนฟังสะดุ้ง "ถ้าเรื่องงานแต่งที่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้น หรือยอดขายไตรมาสล่าสุดของบริษัท ผมคิดว่าผมไม่มีธุระอะไรที่จะต้องเสียเวลาฟัง" รินลดาหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเสแสร้งเกือบจะหลุดจากใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุร้ายที่ส่งสัญญาณขับไล่อย่างชัดเจน "แต่... แต่คุณแม่บอกว่า..." "แม่ผมอยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้นั่งทำงานอยู่ที่นี่ ถ้าคุณอยากคุยเรื่องส่วนตัว กรุณานัดผ่านเลขาฯ นอกเวลางาน หรือไม่ก็... โทรหาคุณแม่ผมโดยตรงครับ" ภาคินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองเธอด้วยความรำคาญใจอย่างเปิดเผย "เชิญครับ" รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความอับอาย ปรายตามองพิมพ์พิชาที่ยืนยันตัวตนในห้องนี้ด้วยสายตากึ่งหมั่นไส้กึ่งไม่เข้าใจ ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดพราดเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ เพื่อระบายอารมณ์ กริ๊ก... เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกเงียบลงไปแล้ว ทว่าความตึงเครียดในห้องกลับไม่ได้จางหายตามไปด้วย พิมพ์พิชาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเย้ยหยัน เธอคลายมือที่กอดอกออกแล้วก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของท่านประธานหนุ่มผู้มากด้วยฟอร์ม รอยยิ้มพราวระยับที่มุมปากบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังสนุกกับการจับผิดคนปากแข็ง "แหม... ใจร้ายจังนะคะ กับคู่หมั้นคนสวยที่ผู้ใหญ่หมายมั่นปั้นมือถึงขั้นจะแต่งงานด้วย ทำไมเฮียคินถึงใจจืดใจดำไล่เขาซะเปิงแบบนั้นล่ะคะเนี่ย?" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยแซวพร้อมกับโน้มตัวลงไปใกล้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ภาคินเงยหน้าขึ้นทันควัน ดวงตาคมกริบตวัดมองคนตัวเล็กที่กล้าอาจหาญมาหยอกเย้าเสือหลับอย่างเขา "เธอว่างมากนักหรือไงพิมพ์พิชา ถึงได้มีเวลามานั่งวิเคราะห์เรื่องชาวบ้านเขา" "ชาวบ้านที่ไหนกันคะ ก็คนที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของคุณไง หรือว่า..." พิมพ์พิชาจงใจลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม "หึง?" คำพูดสั้นๆ คำเดียวพุ่งตรงเข้าเป้าหมายราวกับลูกศรอาบยาพิษ ภาคินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที สันกรามที่ขบแน่นอยู่แล้วยิ่งเกร็งนูนขึ้นไปอีก ดวงตาสีนิลวับไหวด้วยอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้อย่างเต็มที่ "หึง?" ภาคินทวนคำด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหยียดหยามในแบบฉบับของคนฟอร์มจัด "เธอกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่พิมพ์พิชา สมองกระทบกระเทือนตอนไหน ทำไมถึงได้มโนเก่งขนาดนี้ ใครหึง ใคร?" "ก็คุณไงคะ!" พิมพ์พิชาสวนกลับทันควัน ไม่ยอมให้คนปากแข็งได้พลิกลิ้น เธอผายมือไปยังประตูกระจกที่เพิ่งปิดลง "อาการหน้าดำคร่ำเครียด ตาขวาง ปลายจมูกบานนิดๆ แบบเมื่อกี้... ตำราจิตวิทยาเล่มไหนเขาก็บอกว่านี่คืออาการของคนที่กำลังหึงจนหน้ามืดตามัวทั้งนั้นแหละค่ะเฮียคิน!" "ฉันไม่ได้หึง!" ภาคินตบโต๊ะเสียงดังปัง! ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนพิมพ์พิชาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ทว่าแววตาของเธอยังคงท้าทายและเต็มไปด้วยความรู้ทัน "เสียงดังกลบเกลื่อนแบบนี้... อาการหนักเลยนะคะเนี่ย" พิมพ์พิชายังคงยิ้มยั่ว เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืด "ปากบอกว่าไม่แคร์ ไม่สน ไม่ได้คิดอะไร แต่พอรินลดาพูดเรื่องงานแต่งขึ้นมาทีไร หน้าตาคุณนี่เหมือนอยากจะลุกขึ้นไปหยิบปืนมายิงเขาทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอด กลัวเขาไม่ได้แต่งงานกับคุณขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" "พิมพ์พิชา!" ภาคินคำรามในลำคอด้วยความหงุดหงิดระคนขัดใจ ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลัง แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดี ขณะที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบล็อกพื้นที่เอาไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ค้ำยันชั้นหนังสือไว้ ซ้ายและขวา กักขังเธอไว้ในอาณัติทันที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวที่สะอาดและเย้ายวนลอยเข้าแตะจมูก พิมพ์พิชาใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นคนไม่ยอมคน เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่อยู่ห่างกันแค่คืบอย่างไม่ยอมแพ้ "ทำไมคะ? เถียงไม่ออกแล้วล่ะสิ ถือว่าฉันพูดถูกสินะ" เธอยังคงยั่วโมโหต่อด้วยน้ำเสียงท้าทาย "เธอนี่มัน... ปากเก่งจริงๆ นะ" ภาคินก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อน ดวงตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายเกินกว่าจะควบคุม "อยากรู้มากนักใช่ไหมว่าฉันรู้สึกยังไงกันแน่ หื้ม?" "ก็พูดมาสคะ ถ้ากล้าพ..." คำพูดท้าทายทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อภาคินไม่ปล่อยให้เธอได้เอ่ยต่อ เขาก้มลงปิดกั้นเรียวปากอิ่มด้วยริมฝีปากหยักของตัวเองอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง สัมผัสร้อนผ่าวที่แนบชิดลงมาทำให้หัวใจของพิมพ์พิชาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความตกใจทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สมองขาวโพลนไปหมดชั่วขณะ รสจูบที่ไม่ได้ตั้งตัวทั้งเอาแต่ใจและเร่าร้อนทำให้เธอแทบจะหลอมละลายคาอ้อมแขนแกร่ง ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสวาบหวามนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "เฮียคิน! ผมเอาเอกสารงบประมาณมาให้... อุ๊פס!" เสียงทุ้มของธามันที่ดังขึ้นพร้อมกับการผลเปิดประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท ทำให้ภาคินชะงักและผלกายถอยห่างจากริมฝีปากนุ่มของพิมพ์พิชาอย่างเสียดาย พิมพ์พิชาหน้าแดงก่ำ หอบหายใจถี่กระชั้น รีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองป้อยๆ ด้วยความเขินอายปนโมโห ธามันที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าประตูเบิกตากว้างจนแทบถลնออกมานอกเบ้า มือไม้ที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า "เอ่อ... ขอโทษครับ พอดีผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลัง... เอิ่ม เคลียร์ 'เรื่องสำคัญ' กันอยู่ เชิญตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมค่อยมาใหม่!" ธามันทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างรวดเร็ว "หยุดรอดูก่อนธามัน..." ภาคินหันไปตวัดสายตาดุใส่เพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ทว่าก่อนที่ประธานหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากไล่เพื่อนตัวดี พิมพ์พิชาที่ตั้งสติได้ก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เดี๋ยวก่อนค่ะคุณธามัน..." พิมพ์พิชาดึงเนคไทของภาคินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมเข้ามาหาตัวเล็กน้อย ทำเอาคนตัวสูงชะงักไป ดวงตากลมโตพราวระยับส่งยิ้มหวานหยดให้ธามันที่ยังยืนเหวอ "พอดีเลยค่ะคุณธามัน ช่วยอยู่เป็นพยานให้หน่อยสิคะ พอดีเฮียคินเขากำลังจะประกาศ 'ข่าวดี' เรื่องงานแต่งให้พวกเราฟังพอดีเลยค่ะ..." ภาคินชะงักกึก หันขวับมามองหน้าหญิงสาวทันทีด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ขณะที่ธามันตาโตเป็นไข่ห่าน ร้อง "ฮาส์!" ออกมาเสียงดังลั่นห้อง --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุน "กำมะหยี่สีแดง" เสมอมานะคะ*
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%