"ถ้านั่งชิดกว่านี้อีกนิด เราคงต้องรวมร่างกันเป็นคนเดียวแล้วค่ะ ท่านประธานภาคิน"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถยนต์ยุโรปคันหรูไม่ได้ทำให้คนขับรู้สึกสำนึกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ภาคินกลับปรายตาคมกริบมองร่างบางที่นั่งเบียดเสียดอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นกลับฟ้องชัดว่าเขากำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างอย่างสุดความสามารถ
"ถ้าเธอไม่ขยับกระเป๋าเดินทางใบมหึมานั่นมาเบาะหลัง ฉันคงไม่ต้องขับรถด้วยท่าทางอึดอัดแบบนี้หรอกพิมพ์พิชา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนิดๆ ถูกพ่นออกมาพร้อมกับจังหวะที่เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงสายหลัก มุ่งหน้าสู่รีสอร์ทกลางธรรมชาติที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปหลายร้อยกิโลเมตร
"อ้าว โยนความผิดให้อีกแล้วนะคะ ทั้งที่ความจริงคือคุณจงใจเลือกคันที่เล็กที่สุดในโรงรถต่างหาก ทริปดูงานบ้าบออะไรกันคะเนี่ย ให้ฉันไปคนเดียวก็ได้ ทำไมคุณต้องเสนอหน้ามาคุมเองด้วย" พิมพ์พิชาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทัน เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าคมคายของชายหนุ่มที่วันนี้อยู่ในชุดลำลองสบายตาแต่ยังคงความเนี้ยบตามแบบฉบับท่านประธานจอมเนียบ
ภาคินแค่นเสียงในลำคอ "หึ... ถ้าฉันไม่มา ใครจะคอยตรวจสอบความประพฤติเลขาฯ ตัวแสบอย่างเธอไม่ให้ไปสร้างเรื่องวุ่นวายกับลูกค้ารายใหญ่ล่ะ งานนี้เป็นดีลสำคัญ มูลค่าหลายร้อยล้าน ฉันจะปล่อยให้ความสะเพร่าของเธอมาทำลายไม่ได้เด็ดขาด"
"สะเพร่าตรงไหนคะ? ตั้งแต่ทำงานมา มีแต่ฉันนี่แหละค่ะที่คอยเช็ดก้น... เอ๊ย... คอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้คุณตลอด" พิมพ์พิชารีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อหันไปสบตาดุๆ ที่ตวัดกลับมามอง
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตภูเขาและผืนป่าสีเขียวขจี อากาศภายนอกที่เริ่มเย็นลงทำให้บรรยากาศในห้องโดยสารเปลี่ยนไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ที่ช่วยลดความอึดอัดระหว่างคนทั้งคู่ ทว่าหัวใจของพิมพ์พิชากลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่หางตาเหลือบไปเห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและเรียวปากหยักได้รูปที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง
นี่คือการเดินทางไกลสองต่อสองครั้งแรก... และเธอก็ไม่มั่นใจเลยว่าหัวใจตัวเองจะรอดพ้นจากสายตาคู่นั้นไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่
เมื่อเดินทางมาถึงรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น พิมพ์พิชาแทบจะกระโดดลงจากรถด้วยความโล่งอก บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และเสียงสายน้ำไหลจากลำธารใกล้ๆ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางดูจะมลายหายไปในพริบตา
"เชิญครับคุณพิมพ์พิชา ทางเราจัดเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดไว้ให้ท่านประธานและท่านเลขาฯ แล้วครับ" พนักงานต้อนรับยิ้มแย้มพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้สองใบ
พิมพ์พิชายื่นมือไปรับ แต่ทว่า...
"ห้องเดียว"
เสียงทุ้มห้วนของภาคินดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ทำเอาพนักงานต้อนรับหน้าเจื่อน ส่วนพิมพ์พิชาถึงกับเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าเจ้านายทันที
"คุณว่าอะไรนะคะ? ห้องเดียวอะไรกันคะ!"
"ห้องสูทวิวสวน ดีที่สุดของรีสอร์ทนี้ พอดีช่วงนี้แขกเยอะ ห้องพักแบบแยกเดี่ยวเต็มหมดแล้ว... มีปัญหาอะไรเหรอพิมพ์พิชา หรือว่ากลัว?" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมาวูบหนึ่งช่างกวนประสาทเสียจนเธอนึกอยากจะหยิกแขนเขาสักทีสองที
"ใครกลัวกันคะ! แค่... แค่ไม่คิดว่าท่านประธานผู้ร่ำรวยจะงกถึงขนาดต้องแชร์ห้องกับเลขาฯ ส่วนตัวต่างหากล่ะคะ" พิมพ์พิชาเถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นโครมครามเมื่อจินตนาการถึงเตียงนอนในห้องนั้น... มันจะมีเตียงคู่หรือเตียงเดี่ยวกันแน่นะ!
ภายในห้องพักกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นวิวป่าสนภายนอกอย่างชัดเจน ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้อบอุ่นตามการตกแต่งเลยสักนิด เมื่อพิมพ์พิชากวาดสายตาไปเจอความจริงอันโหดร้าย...
เตียงนอนขนาดคิงไซส์หลังใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องอย่างไร้ซึ่งร่องรอยของเตียงเสริม!
"นี่มันหมายความว่ายังไงคะเฮียคิน!" พิมพ์พิชาหันขวับไปเอาเรื่องคนที่เพิ่งวางกระเป๋าเดินทางลงบนพื้น
"ก็อย่างที่เห็น เตียงนอนนุ่มดีนะ เธออยากลองทดสอบดูก่อนไหมล่ะ" ภาคินพูดหน้าตาเฉย ถอดเสื้อสูทเนื้อดีพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อเนียน
ภาพนั้นทำเอาพิมพ์พิชาต้องรีบเบือนหน้าหนีแล้วยกมือขึ้นกอดอก "ฉันจะนอนโซฟาค่ะ ส่วนเตียงนั้น... เชิญคุณนอนคนเดียวตามสบายเลย"
"ตามใจ... ถ้านอนตกโซฟาแล้วคอเคล็ดขึ้นมาพรุ่งนี้ฉันไม่รับอุ้มไปหาหมอนะ" ภาคินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย
พิมพ์พิชาพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวแล้วกวาดสายตามองรอบห้องอย่างหงุดหงิด ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังเอาตัวเองมาเสี่ยงโชคในถ้ำเสือชัดๆ!
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูที่ลอยมาแตะจมูก ภาคินก้าวออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ตามไรผมและลาดไหล่กว้างทำให้ภาพตรงหน้าเซ็กซี่เกินกว่าที่ผู้หญิงคนไหนจะทำใจมองเฉยๆ ได้ พิมพ์พิชาแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนั่งตัวเกร็งราวกับถูกตรึงไว้กับโซฟา
"มองค้างขนาดนี้... อยากเปลี่ยนใจมานอนบนเตียงด้วยกันแล้วรึไง" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยแซлเบาๆ ขณะที่เจ้าตัวกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผม
"หลงตัวเองที่สุดค่ะ!" พิมพ์พิชาลุกพรวดขึ้นยืน ตั้งท่าจะเดินหนีเข้าห้องน้ำบ้าง แต่เพราะความรีบร้อนและพื้นห้องที่ปูด้วยไม้ขัดมัน ทำให้ข้อเท้าของเธอพลิกเข้าอย่างจัง
"อุ๊ย!"
ร่างบางเซถลาล้มลงไปในทิศทางที่ไม่ควรจะล้มที่สุด!
ภาคินไวเท่าความคิด สองแขนแกร่งพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ทว่าแรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปกองบนเตียงนอนคิงไซส์หนานุ่มด้วยกันทั้งคู่ โดยมีร่างบางนอนทับอยู่บนอกแกร่งของเขาอย่างพอดิบพอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกريبที่ฉายแววระอุด้วยประกายบางอย่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนรู้สึกได้ หัวใจของพิมพ์พิชารัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ขณะที่มือหนาของภาคินยังคงโอบกระชับเอวเธอไว้แน่น ราวกับไมยอมปล่อยให้หลุดมือไปไหน
"ไหนบอกว่าจะนอนโซฟาไง... ทำไมเปลี่ยนใจเร็วนักล่ะ หืม?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจที่รินรดทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ปล่อยฉันนะ" พิมพ์พิชาพยายามดันแผงอกแกร่งออก แต่ยิ่งขยับ อ้อมแขนของเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก
"ปล่อยเหรอ... ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาหาฉันเองแท้ๆ พิมพ์พิชา"
ภาคินพลิกตัวกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้เธอตั้งตัว กลายเป็นฝ่ายที่กดร่างบางเอาไว้ใต้ร่าง แววตาคมกริบพินิจมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความเขินอาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มเนียนจนแทบจะแนบชิด
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกจุดไฟ ความใกล้ชิดที่เกินเลยทำให้สติของพิมพ์พิชาเริ่มกระเจิดกระเจิง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
"เฮียคิน... ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะ..."
"จะทำไม... จะจูบฉันเหรอ?" ภาคินสวนกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น มุมปากหยักยกขึ้นอย่างได้ใจ
พิมพ์พิชาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
ภาคินชะงักกึก สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนพิมพ์พิชาก็สะดุ้งสุดตัวรีบดันอกเขาออกทันที
"ใครมาวะ..." ชายหนุ่มสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย
ก่อนที่ภาคินจะได้ลุกขึ้นไปเปิดประตู เสียงหวานใสที่คุ้นเคยก็ดังทะลุประตูเข้ามาเสียก่อน ทำเอาคนทั้งคู่แข็งค้างไปชั่วขณะ
"เฮียคินคะ... รินเองค่ะ เปิดประตูให้รินหน่อยสคะ รินมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของเฮียคินนะคะ ❤️
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 18
ทริปกระชับมิตร (หรือสงคราม)
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!