"ถ้าคุณรินลดาคิดว่าการใช้กุญแจสำรองเดินยุ่มย่ามเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเมื่อหลายปีก่อนฟื้นคืนกลับมาได้... ผมเกรงว่าคุณคงต้องคำนวณใหม่ทั้งหมดแล้วล่ะค่ะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย็นชาจนติดลบดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่ถูกผลักเปิดออก ภาคินยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาคมกริบกลับราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือประหลาดใจแม้แต่น้อยกับการปรากฏตัวอย่างไร้มารยาทของอดีตคู่หมั้น มีเพียงความรำคาญระคนเย้ยหยันที่ฉายชัดอยู่บนดวงหน้าหล่อเหลาคมคาย
รินลดาที่กำลังถือวิสาสะยืนสำรวจกรอบรูปบนชั้นวางของหรูหราสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหันขวับมาพร้อมรอยยิ้มปั้นแต่งที่พยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าแววตาจะไหววูบด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกตบหน้าด้วยคำพูดไร้เยื่อใย
"คินคะ... รินก็แค่วิตกกังวลเรื่องข่าวลือในบริษัท เราไม่ได้เจอกันนานตั้งหลายปี รินแค่..."
"เวลาแปดปีมันนานพอที่จะทำให้คนเราเปลี่ยนไป จนจำไม่ได้ว่ามารยาทพื้นฐานของการเป็นมนุษย์คืออะไร" ภาคินสวนกลับทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอน้ำตาร่วงเรียกคะแนนสงสารเหมือนในอดีต ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่พิมพ์พิชาเดินออกจากห้องนี้ไปพร้อมกับความเข้าใจผิดยังคงติดค้างอยู่ในอกราวกับก้อนกรวดในรองเท้า และต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็ยืนอยู่ตรงหน้านี่เอง "เชิญทางออกค่ะคุณรินลดา และหวังว่าผมจะไม่ต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สองเรื่องการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล"
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงทักท้วงหรือท่าทีออดอ้อนของอดีตคู่หมั้นอีกต่อไป เขากดอินเตอร์คอมเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ขึ้นมาเชิญแขกไม่ได้รับเชิญออกไปทันที ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงานด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่อารมณ์บูดบึ้งสะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน
บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของบริษัทในเครือภาคินกรุ๊ปช่วงสายวันเดียวกันไม่ได้สดใสขึ้นเลยแม้แต่น้อย
พิมพ์พิชานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารกองโตถูกสะสางอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดสมเป็นเลขาฯ มือโปรที่ท่านประธานจอมเรื่องมากมักจะหาเรื่องติได้ยากเต็มที วันนี้เธอยังคงความเฉิดฉายด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเบจที่ขับผิวเนียนผ่องให้โดดเด่น เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและต่างหูเพชรเม็ดงามที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ร่างสูงโปร่งของ 'กรณ์' กรรมการผู้จัดการบริษัทคู่ค้าด้านเทคโนโลยีรายใหญ่จะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปส่งยิ้มกว้างให้เลขานุการสาวคนเก่งทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู
"สวัสดีครับคุณพิม ไม่เจอกันนานเลย สวยขึ้นเป็นกองเลยนะครับเนี่ย จนเกือบจำไม่ได้"
พิมพ์พิชารemว ริมฝีปากคลี่atยิ้มรับตามมารยาทธุรกิจ "สวัสดีค่ะคุณกรณ์ ไม่ได้เจอกันตั้งแต่โปรเจกต์ปีที่แล้วเหมือนกันนะคะ สบายดีไหมคะ"
"สบายดีมากครับ ยิ่งพอรู้ว่าจะได้มาร่วมงานกับคนสวยอนาคตไกลอย่างคุณพิม ยิ่งกระชุ่มกระชวยเป็นพิเศษเลย" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นแฟ้มเอกสารข้อเสนอโครงการใหม่ให้พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง "เดี๋ยวเที่ยงนี้ผมขออนุญาตเลี้ยงกาแฟไถ่โทษที่ไม่ได้แวะมาทักทายสะพักใหญ่นะครับ ถือว่าให้เกียรติผมหน่อยนะคนสวย"
ประโยคหยหยอกเย้าและสัมผัสสนิทสนมเกินงามนั้นไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาคู่คมที่เพิ่งก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวมาแม้แต่น้อย
ภาคินหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าห้องทำงานกระจกใส รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนเลขาฯ หน้าห้องอีกคนถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือปิดปากด้วยความหวาดผวา นัยน์ตาคมกริบของประธานหนุ่มจ้องมองมือของกรณ์ที่ยังคงวางค้างอยู่บนแขนของพิมพ์พิชาด้วยประกายไฟที่ลุกโชนขึ้นทีละน้อย สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิดิ่งลงจนติดลบในชั่วพริบตา
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้โผล่มาขายขนมจีบแต่เช้า แถมยัยตัวแสบของเขายังมีทีท่าว่าจะยิ้มรับและพูดคุยด้วยอย่างออกรสออกชาติเสียด้วยซ้ำ!
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานถูกผลักออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย จนผู้มาเยือนทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวและหันไปมองเป็นตาเดียว
ภาคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าแววตาดุดันราวกับเสือดาวที่กำลังหิวโซ เขาสvาดสายตาคมกริบมองไปยังกรณ์สลับกับพิมพ์พิชาที่ยังคงนั่งนิ่งไม่สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย
"อ้าว ท่านประธานภาคิน สวัสดีครับ พอดีผมเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้คุณพิมช่วยดูเบื้องต้นครับ เห็นว่าเธอดูแลส่วนนี้โดยตรง" กรณ์ทักทายด้วยรอยยิ้มการค้า แม้จะรู้สึกแปลกใจกับบรรยากาศแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเจ้าของบริษัท
ภาคินไม่ตอบรับคำทักทายนั้นทันที สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือของกรณ์ก่อนจะปรายตามองเรียวแขนของพิมพ์พิชาที่เพิ่งหลุดพ้นจากการเกาะกุม "งานการไม่มีทำหรือยังไง ถึงได้เอาเวลาว่างมาเดินเร่ร่อนขายขนมจีบถึงห้องเลขาฯ ผม บริษัทผมไม่ใช่ตลาดนัดนะคะคุณกรณ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน ชายหนุ่มเดินเข้าไปยืนประชิดโต๊ะทำงานของพิมพ์พิชาโดยอัตโนมัติ ร่างหนาเบียดบังพื้นที่จนกรณ์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความหึงหวงที่พุ่งพล่านจนเกือบควบคุมไม่อยู่ทำให้ประธานหนุ่มปากร้ายคนเดิมเริ่มหาเรื่องคนรอบตัวอย่างไร้เหตุผล
พิมพ์พิชาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกหมั่นไส้กับท่าทีพาลอย่างไร้เหตุผลนั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่กวนประสาทไม่แพ้กัน
"ท่านประธานคะ กรุณามารยาทด้วยค่ะ คุณกรณ์เขามาคุยเรื่องงานตามระเบียบวาระ ไม่ได้มาเดินเร่ร่อนอย่างที่คุณเข้าใจผิดหรอกนะคะ อีกอย่าง... พิมเป็นคนรับผิดชอบโปรเจกต์นี้ การที่ผู้บริหารคู่ค้าจะมาอธิบายรายละเอียดเบื้องต้นด้วยตัวเอง มันก็เป็นเรื่องปกติของการทำงานไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าท่านประธานไม่เคยทำงานร่วมกับใครจนลืมมารยาทพื้นฐานทางธุรกิจไปหมดแล้วคะ"
คำพูดที่ตอกกลับมาอย่างฉาดฉานและตรงจุดทำเอาภาคินถึงกับสำลักลมหายใจตัวเอง นัยน์ตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขัดเคืองที่ถูกย้อนเกล็ดต่อหน้าคนนอก ปากเก่งนักนะ... แม่ตัวดี! กล้าดีอย่างไรถึงมาสั่งสอนเขาเรื่องมารยาทต่อหน้าผู้ชายคนอื่น
"นี่คุณพิม..."
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญคุณกรณ์ไปรอผมที่ห้องประชุมใหญ่ก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวฉันตามไป" พิมพ์พิชาหันไปส่งยิ้มหวานให้กับกรณ์โดยไม่สนใจสีหน้าดำมืดราวกับก้นกระทะของเจ้านายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย "ส่วนเรื่องกาแฟที่คุณกรณ์ชวน... พิมยินดีรับคำชวนนะคะ ช่วงนี้กำลังโหยหาคาเฟอีนชั้นดีพอดีเลยค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของภาคินก็พุ่งทะยานจนเกือบถึงขีดสุด ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวมากขึ้น มือหนาเอื้อมไปดึงแฟ้มเอกสารจากมือของกรณ์มาถือไว้เองอย่างถือวิสาสะ
"ไม่ต้อง!" ภาคินตวาดเสียงกร้าว สายตาดุดันจ้องมองพิมพ์พิชาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ส่วนคุณ... เลิกทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักแล้วไสหัวไปเตรียมตัวเข้าประชุมด่วนที่สุด!"
กรณ์ที่ยืนทำAหน้าเหวอทำอะไรไม่ถูกรีบโค้งตัวลาแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้ภายในห้องทำงานเหลือเพียงแรงกดดันมหาศาลระหว่างประธานหนุ่มจอมซึนกับเลขาฯ สาวปากเก่งที่นั่งไขว่ห้างมองเขาด้วยแววตาท้าทาย
พิมพ์พิชาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับร่างหนาที่โน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนใจดวงน้อยเต้นรัวอย่างไม่รักดี แต่ภายนอกเธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจเด็ดขาด
"ท่านประธานมีสิทธิ์อะไรมาตะคอกใส่พิมคะ? แล้วก็กรุณาถอยออกไปด้วย มันเสียมารยาทค่ะ"
"ฉันเป็นเจ้านายเธอ ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง!" ภาคินกัดฟันกรอด มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ต่อปากต่อคำเขาไม่หยุด "หึ... กล้ามากนะ ยิ้มรับไมตรีผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉันหน้าตาเฉย แถมยังจะไปกินกาแฟกับมันอีกงั้นเหรอ?"
"แล้วมันแปลกตรงไหนคะ? พิมเป็นโสด จะคุยกับใคร จะไปกินกาแฟกับใคร มันก็สิทธิ์ของพิม หรือว่าท่านประธาน..." พิมพ์พิชาจงใจเว้นจังหวะ รอยยิ้มเย้าแหย่ปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย "รู้สึกหึงพิมขึ้นมาจริงๆ คะ ถึงได้แสดงอาการเด็กๆ แบบนี้ออกAมา"
หัวใจของภาคินกระตุกวูบ คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้เขานิ่งง้างไปชั่วขณะ ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววรู้ทันอย่างชัดเจน
เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นด้วยฟอร์มจัดและคำพูดแก้ตัวแบบฉบับประธานปากแข็ง ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อMนเอ่ย ประตูห้องทำงานด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงหวานใสที่เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยความคุ้นเคย
"คินคะ รินลืมกระเป๋าเอกสารไว้ในห้องนอนของคุณ... เอ๊ะ พิมก็อยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย?"
รินลดาที่เดินถือกระเป๋าถือแบรนด์เนมเข้ามาหน้าตาเฉยหยุดชะงักลงเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ภาพที่ประธานหนุ่มเนื้อทองกำลังโน้มตัวเข้าใกล้เลขาฯ สาวคนสนิทในระยะประชิดราวกับคู่รักที่กำลังจะจูบกัน นัยน์ตาของอดีตคู่หมั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจและริษยาที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด
พิมพ์พิชาชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเย้าแหย่บนใบหน้าสวยเลือนหายไปในพริบตา หญิงสาวเบนสายตาจากใบหน้าคมคายของภาคินไปยังร่างเพรียวของรินลดาที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้หัวใจของภาคินร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"อ้าว... ดูเหมือนพิมจะขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคุณกับ 'คนสำคัญ' เข้าซะแล้วสินะคะ" พิมพ์พิชาปัดมือหนาที่บีบคางเธออยู่ออกอย่างไม่ไยดี น้ำเสียงหวานเอ่ยราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "เชิญตามสบายเลยนะคะท่านประธาน พอดีพิมต้องรีบไปเตรียมตัวประชุมกับ 'คุณกรณ์' ต่อค่ะ"
พูดจบ หญิงสาวก็คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วก้าวเดินผ่านร่างหนาออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขากลับมาอีกเลยสักนิด!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของเฮียคินด้วยกันนะคะ! ❤️
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 14
หึงแต่ไม่ยอมรับ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!