"เฮียคิน! แย่แล้ว! ยัยรินลดาลากันสาดบุกเข้ามาในบ้านแล้วโว้ย มันบอกว่าจะมาจับตัวเฮียกลับบริษัท!"
เสียงตะโกนแหกปากของธามันที่ดังลั่นทะลุประตูห้องรับแขกไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในห้องนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... บรรยากาศระหว่างคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ณ ใจกลางห้องกลับดิ่งลึกลงจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ พิมพ์พิชากำลังกอดอกมองร่างสูงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจ ที่ตอนนี้สภาพไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเยียบเย็นและดื้อรั้น ขณะที่ภาคินกำลังหอบหายใจน้อยๆ แววตาของเขาไหวระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัว—ไม่ใช่ความกลัวต่อรินลดาที่กำลังบุกตะลุยเข้ามา แต่เป็นความกลัวที่จะสูญเสียผู้หญิงตรงหน้าไปตลอดกาล
"พิม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ
"ปล่อยค่ะ" พิมพ์พิชาขยับตัวถอยห่างเมื่อเขาทำท่าจะก้าวเข้ามาใกล้ "ถ้าคุณยังมีสติพอและรักบริษัทของคุณนัก ก็เชิญออกไปเคลียร์กับคู่หมั้นแสนดีของคุณข้างนอกโน่นเถอะค่ะ อย่ามาเสียเวลากับคนอย่างฉันเลย"
"พิมฟังเฮียก่อน..."
"ไม่ฟังค่ะ!" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยไฟโทสะที่สะสมมานาน "ตลอดเวลาที่คุณปากแข็ง คุณทำร้ายความรู้สึกฉัน คุณเอาแต่เล่นเกมบ้าบออะไรของคุณโดยไม่เคยแคร์เลยว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง พอกันทีค่ะภาคิน ฉันเหนื่อยแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์พิชาก็หมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินหนีไปยังประตูอีกด้าน แต่ทว่า... สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
*ตุบ!*
เสียงเข่ากระแทกพื้นพรมราคาแพงดังขึ้นทึบๆ ตามด้วยแรงยื้อที่ชายกระโปรง พิมพ์พิชากะพริบตาปริบๆ ด้วยความตกใจระคนงันงัน เธอก้มมองร่างสูงของประธานหนุ่มผู้เคยถือตัวและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีเหนือสิ่งอื่นใด บัดนี้เขากำลังคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ สองมือหนายกขึ้นกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวชีวิตเขาเอาไว้ได้
พิมพ์พิชาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
"เฮีย..." เธออุทานออกมาได้แค่นั้น
"พิม... จะด่า จะตี จะเกลียดเฮียยังไงก็ได้" น้ำเสียงของภาคินสั่นเครือจนคนฟังแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยร้องขออะไรจากใครนอกจากชัยชนะในเกมธุรกิจ ในเวลานี้กลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เพื่อแลกกับโอกาสเพียงน้อยนิด "แต่อย่าไป... อย่าเดินจากเฮียไปไหนอีกเลยนะพิม"
พิมพ์พิชากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนเจ็บแปลบไปหมด เธอก้มลงมองผู้ชายที่กำลังเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาเว้าวอน แววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำใสคลอหน่วยอย่างคนใกล้แตกสลาย ภาพลักษณ์ของเสือร้ายผู้เย่อหยิ่งถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ
"คุณทำอะไรของคุณ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะคะภาคิน!" เธอพยายามดึงมือออกแต่เขากลับยิ่งกุมแน่นขึ้นไปอีก แรงบีบที่มือไม่ได้เจ็บปวด แต่ความจริงใจที่สะท้อนผ่านสัมผัสนั้นต่างหากที่กำลังแผดเผาหัวใจเธอจนยับเยิน
"ไม่... เฮียไม่ลุก จนกว่าพิมจะยอมฟังคำสารภาพจากปากเฮีย"
"..." พิมพ์พิชานิ่งงัด ยืนสบตาเขานิ่ง งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนแทบตั้งหลักไม่ทัน
"ที่เฮียปากแข็ง ที่เฮียทำเป็นผลักไส ที่เฮียไม่ยอมพูดคำว่ารัก... มันไม่ใช่เพราะเฮียไม่รู้สึกอะไรเลย" ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเฉียบคม ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเว้าวอน "แต่เป็นเพราะเฮียกลัว... กลัวว่าถ้าเฮียรักพิมจนหมดหัวใจ แล้ววันหนึ่งพิมจะรู้ว่าผู้ชายสารเลวคนนี้มันไม่คู่ควรกับความรักดีๆ ของพิมเลยสักนิด"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งระดับตำนาน ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าและโวยวายของธามันกับรินลดาที่ดังแว่วมาจากด้านนอกเท่านั้น ที่ยังคอยเตือนว่าเวลาของพวกเขาเหลือน้อยเต็มที
พิมพ์พิชารู้สึกได้ถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก "แล้วทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้คะ? ทำไมตอนที่คุณทำร้ายความรู้สึกฉัน คุณถึงไม่คิดถึงเรื่องนี้บ้าง"
"เพราะเฮียโง่ไงพิม..." ภาคินแค่นหัวเราะสมเพชตัวเองหยันๆ หยดน้ำตาผู้ชายที่กลั้นไว้ในที่สุดก็ไหลรินลงมาตามโครงหน้าคมคาย เขากระชับมือเธอแน่นขึ้น น้อมศีรษะลงชิดกับฝ่ามือของเธอราวกับลูกแมวตัวใหญ่ที่ยอมจำนนต่อเจ้าของ "เฮียมันโง่เง่า ปากไม่ตรงกับใจ กลัวเสียฟอร์ม กลัวความพ่ายแพ้ จนเกือบจะเสียผู้หญิงที่รักที่สุดในชีวิตไปจริงๆ"
มือเรียวที่ถูกกุมไว้สั่นระริก พิมพ์พิชามองภาพผู้ชายตรงหน้าที่ยอมทิ้งทั้งทิฐิ ศักดิ์ศรี และอำนาจทั้งหมดลงแทบเท้าเธอ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและตั้งกำแพงสูงลิ่วค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกโกรธเคืองที่มีก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้งและโหยหาอย่างน่าประหลาด
เธอย่อตัวลงช้าๆ จนระดับสายตาอยู่เสมอ, กับเขา ปลายนิ้วเรียวเอื้อมออกไปสัมผัสแก้มสากที่มีคราบน้ำตาค้างอยู่ แผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก
"ถ้าครั้งนี้ฉันยอมให้อภัยคุณ..." พิมพ์พิชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความจริงจังขั้นสุด "คุณสัญญาได้ไหมคะ ว่าจะไม่มีคำว่า 'ปากแข็ง' หรือ 'ฟอร์มจัด' อีกต่อไป"
ภาคินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ประกายความหวังวาบขึ้นในนัยน์ตาเข้ม เขาพยักหน้ารัวๆ อย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว "สัญญา! เฮียสัญญาด้วยชีวิตเลยพิม! ต่อไปนี้เฮียจะเป็นโบ้... เป็นหมาเด็กที่เชื่อฟังพิมคนเดียว จะไม่ดื้อ ไม่ซึนอีกแล้ว ขอแค่พิม..."
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกห้องรับแขกถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของรินลดาที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว โดยมีธามันวิ่งหน้าตาตื่นตามเข้ามาดึงแขนไว้แทบไม่ทัน
"ภาคิน! นี่คุณทำบ้าอะไรอยู่! ทำไมคุณถึงมาคุกเข่าให้ผู้หญิงน่าไม่อายคนนี้!" เสียงแหลมสูงของรินลดาแผดลั่นทำลายบรรยากาศซาบซึ้งลงในพริบตา
พิมพ์พิชาชะงัก ชักมือกลับและเตรียมจะลุกขึ้นยืน แต่ทว่าภาคินกลับไว, กว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ปรายตาคมกริบหันไปมองผู้บุกรุกด้วยแววตาเยียบเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ความอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงเจ้าป่าที่กำลังแยกเขี้ยวปกป้องอาณาเขตของตัวเอง
ภาคินไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืน เขายังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพิมพ์พิชา มือข้างหนึ่งกุมมือเธอไว้มั่น ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อสูท... กล่องกำมะหยี่สีแดงสดที่ซ่อนไว้ถูกเปิดออกเผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามประกายระยับ
"รินลดา ออกไปจากบ้านของฉันซะ" ภาคินเอ่ยเสียงเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก "แล้วก็จำใส่สมองไว้ด้วยว่า ผู้หญิงที่คุณด่าว่าน่าไม่อายคนนี้... คือคนที่ฉันกำลังจะขอแต่งงานใหม่อีกรอบ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 34
คำสารภาพจากใจจริง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!