ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 33

แผนการณ์ของเพื่อนสนิท

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"เธอมาทำอะไรที่นี่คะ รินลดา" น้ำเสียงของพิมพ์พิชาไม่ได้สูงปรี๊ดด้วยความตกใจอย่างที่อีกฝ่ายคงคาดหวัง ตรงกันข้าม มันราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกลั่นกรองความรำคาญออกมาเป็นรูปธรรมได้ ดวงตากลมโตมองร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปแบรนด์ดังที่ก้าวอาดๆ เข้ามาในอาณาเขตหน้าบ้านของเธอด้วยสายตาจับผิด ทว่าก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะทันได้เปิดฉากขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพิมพ์พิชาก็แผדเสียงแหลมขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงชื่อ 'ธามัน' ตัวแสบประจำแก๊งที่ช่วงนี้ขยันโทรมาตื๊อเธอเสียยิ่งกว่าเจ้าหนี้บัตรเครดิต พิมพ์พิชากดรับด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะเอ่ยปากไล่ทั้งคนตรงหน้าและคนในสายให้พ้นๆ ทาง "ถ้าโทรมาเรื่องตาประธานปากเสียของคุณ..." *(พิม! ฟังฉันก่อน อย่าเพิ่งวางสายเด็ดขาด!)* เสียงของธามันลอดผ่านลำโพงมาด้วยความร้อนรนผิดวิสัย จนพิมพ์พิชาต้องชะงัก *(ตอนนี้ไอ้คินมัน... มันสติหลุดไปแล้วจริงๆ โว้ย! มันขับรถพุ่งชนต้นไม้หน้าบ้านฉันเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอจะแต่งงานใหม่! เจ็บหนักหรือเปล่าไม่รู้ แต่เลือดออกเต็มหัวเลย พิม... เธอต้องมาดูมันหน่อย เร็วที่สุด!)* หัวใจของพิมพ์พิชากระตุกวูบ ความชาแล่นปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วทันที "ว่ายังไงนะ... ประสาทหรือเปล่า ถึงขนาดขับรถชนต้นไม้เนี่ยนะ!" *(เออซะยิ่งกว่าเออ! ฉันไม่ได้โกหก เร็วเถอะพิม ก่อนที่มันจะช็อกตายคาพวงมาลัยจริงๆ พวกฉันอยู่ที่บ้านฉัน รีบมานะเว้ย!)* ติ๊ด! สายถูกตัดไปดื้อๆ ทิ้งให้พิมพ์พิชายืนค้างเติ่งอยู่กับความสับสนระคนตกใจ ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมามองรินลดาที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ไม่ไกล รินลดาย่อมไม่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด แต่ท่าทีหน้าถอดสีของพิมพ์พิชาทำให้หล่อนกระหยิ่มยิ้มย่อง "ตกใจอะไรหรือคะ พิมพ์พิชา... หรือว่าข่าวเรื่องงานแต่งงานระหว่างคุณคินกับฉัน มันทำให้คุณตั้งตัวไม่ติด?" รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจิกกัด แสร้งทำเป็นจัดระเบียบกระเป๋าถือใบหรู "คุณคินส่งฉันมาเคลียร์ เพราะเขาไม่อยากให้ผู้หญิงที่เกาะเขาKINกินอยู่แบบคุณเข้าใจผิดไปกันใหญ่..." "หลบไปค่ะ" พิมพ์พิชาแทรกขึ้นเสียงแข็ง ดวงตาเป็นประกายวับโรยด้วยความกรุ่นโกรธ "ถ้าไม่อยากโดนข้อหาพยายามฆ่าคนประสาทแถวนี้ ก็ถอยรถของคุณออกไปซะเดี๋ยวนี้!" พูดจบ พิมพ์พิชาก็ไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ หล่อนหันหลังขวับ วิ่งปรี่ไปที่รถยนต์คันเล็กของตัวเองทันที ทิ้งให้รินลดายืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงงกับท่าทีที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ บรรยากาศภายในรถของพิมพ์พิชาอบอวลไปด้วยความกระวนกระวาย มือเรียวกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด สมองประมวลผลวนเวียนอยู่กับคำพูดของธามัน *'เลือดออกเต็มหัว... ช็อกตายคาพวงมาลัย'* ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนั้นบ้าบิ่นถึงขนาดเอาชีวิตตัวเองมาประชดรักเลยหรือไง ทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา ปากแข็งเสียจนน่าหยิกให้เนื้อเขียว แต่การกระทำกลับสวนทางชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ รถยนต์คันเล็กแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านของธามันอย่างทุลักทุเล พิมพ์พิชาดับเครื่องแล้วก้าวลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ประตูรั้วไม่ได้ล็อก ธามันยืนรออยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเกินจริง ซึ่งถ้ามองให้ดี มันคือความลนลานแบบมือสมัครเล่นที่พยายามกลบเกลื่อนพิรุธสุดฤทธิ์ "พิม! ทางนี้ๆ เร็วเข้า!" ธามันกวักมือเรียกยิกๆ พลางทำไม้ทำมือประกอบ พิมพ์พิชารีบสาวเท้าเข้าไปหา "ไอ้คนบ้าของคุณอยู่ไหน! อาการเป็นยังไงบ้าง เลือดออกตรงไหน พาไปโรงพยาบาลหรือยัง!" "เอ่อ... ใจเย็นๆ ก่อนคุณ" ธามันหัวเราะแห้งๆ หลบสายตาคมกริบที่ส่งรังสีอำมหิตพุ่งเข้าใส่ "คือ... อาการมันก็... หนักหนาอยู่แหละ นายต้องเข้าไปดูเองในห้องรับแขก นู่น..." พิมพ์พิชาไม่เสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด หล่อนผลักประตูห้องรับแขกบานใหญ่เปิดออกด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น ตั้งใจจะเข้าไปต่อว่าพ่อประธานหนุ่มจอมซึนให้หูชาข้อหาทำตัวไร้สาระสิ้นดี แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของหล่อนหยุดชะงักกึก ลลมหายใจสะดุดกึกกลางลำคอ ภายในห้องรับแขกที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ไร้ซึ่งร่องรอยของอุบัติเหตุชนต้นไม้ ไร้คราบเลือด และไร้ซึ่งอาการโคม่าใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียง... ร่างสูงโปรดของภาคินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเข้ม สวมชุดสูทเนี้ยบกริบไร้รอยขีดข่วน เส้นผมเซ็ตเข้ารูปอย่างดี ไม่มีแม้แต่ฝุ่นติดสักนิด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบทรงเสน่ห์คู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาระ1บระยับที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ไม่มิด ข้างกายเขามีแก้วกาแฟส่งควันฉุย และบนโต๊ะกระจกใสมีกล่องขนมเค้กโปรดของเธอวางอยู่ นี่มัน... แผนหลอกลวงระดับอนุบาลชัดๆ! พิมพ์พิชายืนนิ่งสนิท สมองประมวลผลทันทีว่าตนเองโดนแก๊งเพื่อนตัวแสบต้มตุ๋นเข้าให้อย่างเปื่อยยุ่ย ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมารวมตัวกันด้วยความห่วงใย พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที "นี่พวกคุณ..." เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรยด้วยประกายเพลิง "หลอกฉันงั้นเหรอ!" ภาคินยังคงนั่งนิ่ง ไม่สะทกสะทรานต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างบาง เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างใจ เย็น ก่อนจะปรายตามองเพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าแหยอยู่ตรงกรอบประตูเป็นเชิงไล่ให้Rออกไปให้พ้นทาง ธามันและผองเพื่อนที่แอบดูอยู่ด้านนอกพากันปิดประตูถอยทัพอย่างรู้ความในทันที ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว "ถ้าไม่ทำแบบนี้ เธอคงไม่ยอมมาเหยียบบ้านฉันหรอกจริงไหม" เสียงทุ้มต่ำเอמהลอดริมฝีปากหยักลึก ภาคินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าวอย่างคุกคาม "ปากบอกว่าไม่สนใจ ใยดีอะไรฉันนักหนา แต่พอได้ยินว่าฉันหัวร้างข้างแตก เธอก็วิ่งหน้าตั้งมาหาเป็นคนแรกเลยนี่พิม" "ฉันมาเพราะคิดว่าคนบ้าแถวนี้ตายหรอกนะ!" พิมพ์พิชาเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน สองมือเท้าสะเอวเพื่อข่มความสั่นไหวในอก "เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง! รู้ไหมว่ามันเสียเวลาชีวิตฉันแค่ไหน หลอกลวงคนอื่นแบบนี้ สนุกนักหรือไงคะท่านประธาน!" "สนุกสิ..." ภาคินหยุดยืนประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้า รุกรานพื้นที่หายใจของเธอ "สนุกมากด้วย ที่ได้เห็นว่า... สำหรับเธอก็ยังมียี่ห้อ 'ภาคิน' อยู่ในสายตาเสมอ" "หลงตัวเอง!" พิมพ์พิชาถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อแผงอกกว้างขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิดติดผนัง แต่ทว่า... ทันทีที่หล่อนขยับถอย ภาคินกลับไวกว่า มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวบางไว้เบาๆ ไม่ให้หนี ก่อนจะรั้งเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ "ใช่ ฉันหลงตัวเอง..." ภาคินโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน นัยน์ตาคมกริบฉายประกายดุดันแต่ทอแววออดอ้อนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น "แล้วเธอล่ะพิม... จะยังปากแข็ง ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไปถึงไหน?" หัวใจของพิมพ์พิชากระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงปะทะจากสายตาและสัมผัสใกล้ชิดทำให้สติที่เคยตั้งมั่นไว้พังทลายลงในพริบตา หล่อนอ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนตามความเคยชิน ทว่าปลายนิ้วอุ่นของภาคินกลับแตะเบาลงบนริมฝีปากอิ่มเพื่อปิดกั้นคำพูดเหล่านั้น "เงียบก่อน... แล้วฟังให้ดีนะพิม" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมฝีปาก ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไหวระริก "ฉันไม่ได้จะแต่งงานกับใครทั้งนั้น... และผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากให้มานั่งตำแหน่งข้างๆ ฉันไปตลอดชีวิต ก็คือเธอยัยปากเก่งคนนี้คนเดียวเท่านั้น" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ฟอร์มและไร้การปรุงแต่งใดๆ ทำเอาพิมพ์พิชาถึงกับเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้แย้งไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าก่อนที่หล่อนจะได้ทันตั้งสติและตอบโต้อะไรกลับไป เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่เปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น "เฮียคิน! แย่แล้ว! ยัยรินลดาลากันสาดบุกเข้ามาในบ้านแล้วโว้ย มันบอกว่าจะมาจับตัวเฮียกลับบริษัท!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%