เสียงทุบกระจกปึงปังจากด้านหลังบ้านยังไม่น่ากลัวเท่าเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์พิชาในระยะประชิด
ความหนาแน่นของอากาศรอบตัวเหมือนถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เมื่อประตูหลังห้องครัวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับร่างของภาคินที่ก้าวเข้ามาด้วยสภาพราวกับผู้ประสบภัยจากพายุทอร์นาโด เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนกไทถูกกระชากออกจนยับยู่ยี่ เส้นผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างเนี๊ยบยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สภาพภายนอก... หากแต่เป็นดวงตาคู่นคมที่กำลังลุกโชนด้วยไฟโทสะและร่องรอยของความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่ง
"คิดจะหนีฉันไปให้พ้นหรือไง พิม" เสียงทุบกระแทกต่ำลอดไรฟันของประธานหนุ่มดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของพิมพ์พิชาและเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกาย
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืนกอดอก เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอกก็ตาม
"นี่มันบ้านฉันนะคะ เฮียคินบุกเข้ามาแบบนี้มีมารยาทตรงไหนไม่ทราบ" พิมพ์พิชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "แล้วก็ช่วยกรุณาถอนสายตาคุกคามนั่นออกไปด้วยค่ะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุก"
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่สนใจสายตาดุด่า หรือท่าทีตั้งกำแพงของหญิงสาวแม้แต่น้อย ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวจนพิมพ์พิชาต้องถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์ครัว กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลโชยเข้าแตะจมูก ยิ่งตอกย้ำว่าผู้ชายคนนี้ขับรถตามเธอมาหลายร้อยกิโลเมตรเพื่ออะไร
"บุกรุก? กับภรรยาตัวเองเนี่ยนะ ฉันมีสิทธิ์โดยชอบธรรมทุกอย่าง" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบเนียนใสที่ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มแม้แต่น้อยด้วยความรู้สึกหลากหลาย "เก่งนักนะ หิ้วกระเป๋าหนีมาไกลถึงบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด คิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังเขาแล้วฉันจะหาไม่เจอหรือไง"
"เราหย่ากัน... อื้อ!"
คำพูดที่จะใช้ตอกหน้าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่เป็นการลงทัณฑ์ด้วยความโหยหา ความหึงหวง และความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายวัน พิมพ์พิชารัวกำปั้นทุบเข้าที่อกแกร่งเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานซีอีโอหนุ่มผู้คลั่งรักขั้นสุดคนนี้ได้ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างโอบกระชับเอวคอดเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
เนิ่นนานกว่าภาคินจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกปลุกเร้าอย่างรวดเร็ว
"คนบ้า!" พิมพ์พิชาตบหน้าอกเขาแรงๆ ไปทีหนึ่งเมื่อมือเป็นอิสระ ดวงตาคู่สวยคลอหน่วยไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "คุณทำแบบนี้ทำไม มากวนใจฉันทำไม ในเมื่อคุณมีรินลดาอยู่ทั้งคนแล้วไม่ใช่หรือไงคะ! จะมาตามตื๊อฉันให้มันได้อะไรขึ้นมา!"
ประโยคตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากอิ่ม ทำให้ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัวสลายหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบมองสบตาหญิงสาวด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก เขาเผลอยกมือขึ้นจะเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าให้อย่างลืมตัว แต่พิมพ์พิชาเบี่ยงหน้าหลบราวกับรังเกียจ
"หึงเหรอ" เสียงทุบกระแทกนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่คนปากแข็งอย่างเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "เรื่องริน... มันไม่มีอะไรทั้งนั้น เธอรู้ดีพิม"
"ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นค่ะ! และก็ไม่อยากรู้ด้วย!" พิมพ์พิชาผลักอกเขาเต็มแรงจนภาคินต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว เธอกวาดตามองรอบบ้านเกิดของตัวเองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล "ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ นะคะที่จะมาทำตัวเอาแต่ใจแล้วทุกคนต้องยอมคุณ กลับไปซะเถอะค่ะ ไปหาคู่หมั้นแสนดีของคุณโน่น!"
พูดจบ หญิงสาวก็หันหลังเตรียมวิ่งหนีขึ้นชั้นบน แต่ภาคินเร็วกว่า เขาคว้าข้อแขนเรียวไว้ได้ทัน แล้วออกแรงดึงเบาๆ จนร่างบางเซเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งอีกรอบ ครั้งนี้ไม่มีการฝืน ไม่มีจูบคาดคั้น มีเพียงอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปอากาศธาตุ
"ฉันไม่กลับ... จนกว่าเธอจะยอมฟังคำอธิบาย และยอมกลับกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהิชชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพิมพ์พิชาขนลุกซู่ "ยอมรับเถอะพิม ว่าเธอเองก็คิดถึงฉันเหมือนกัน"
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความอึมครึมของถ้อยคำตัดพ้อ ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อของใครบางคนที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันด้วยความตกใจ
"พี่พิม! อยู่บ้านหรือเปล่าคะคุณแม่ให้มาตาม... เอ๊ะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!"
ร่างของเด็กสาวรุ่นน้องคนสนิทประจำหมู่บ้านผลักประตูกระจกเข้ามาในห้องครัวโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นประธานหนุ่มชื่อดังจากหน้าจอโทรทัศน์กำลังยืนกุมมือพิมพ์พิชาอยู่ในบ้านไม้หลังเก่า
และก่อนที่พิมพ์พิชาจะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงรถยนต์ราคาแพงอีกคันก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าบ้าน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเร่งรีบและรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไม่มิด... รินลดานั่นเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 32
ตามตื๊อขั้นสุด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!