ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 31

จุดเริ่มต้นของหมาโบ้

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เศษซากของหน้าจอสมาร์ทโฟนที่แตกละเอียดประหนึ่งความอดทนของเขาที่พังทลายลงในวินาทีนี้ ภาคินยืนนิ่งงันอยู่กลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสาย ทว่าหยดน้ำเย็นเฉียบเหล่านั้นไม่อาจดับไฟร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกข้างซ้ายได้เลยสักนิด "เฮีย! ตั้งสติหน่อย! มันพังไปแล้ว!" ธามันตะโกนลั่นพลางคว้าไหล่หนาของเพื่อนสนิทที่ยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นสลักจากหินนิล ภาคินไม่ได้ยินเสียงใครทั้งนั้น ในหัวของเขามีเพียงแววตาสั่นระริกของพิมพ์พิชาในวินาทีที่เธอตัดสินใจหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบงันที่เธอทิ้งไว้มันกรีดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอหรือการสาดน้ำลายใส่หน้า เขารู้ดี... ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การงอนเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือการ ‘ถอดใจ’ "หาตัวเธอให้เจอ" เสียงของภาคินแหบพร่า ทว่าทุ้มต่ำและทรงอำนาจจนคนฟังขนลุกชัน "พลิกแผ่นดินหา... ถ้ามึงหาไม่เจอ ไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้า" "เฮียคิน นี่มันคลั่งเกินไปแล้วนะ พิมเขาแค่อยากพัก!" "พัก? หึ..." ภาคินแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความบ้าคลั่ง "เธอจะพักได้ยังไง ในเมื่อตัวเธอยังเป็นของฉัน... ตราบใดที่ฉันยังไม่ปล่อย เธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น!" ร่างสูงก้าวฉับๆ ออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่สนหยดน้ำที่เปียกโชกบนสูทราคาแพง เขาตรงดิ่งเข้าสู่คฤหาสน์หรูที่บัดนี้ดูเงียบเหงาจนน่าใจหาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่ติดตัวพิมพ์พิชาจางหายไปจากห้องนอน เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขารู้สึกเหมือนคนใกล้ตาย สามวันเต็มๆ ที่ภาคินไม่ได้หลับตา สภาพของประธานหนุ่มผู้เนี้ยบกริบในสายตาพนักงานบัดนี้ดูไม่ได้ เขาไม่ได้โกนหนวดเคราจนขึ้นครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมกลับดูแดงก่ำจากการอดนอนและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ไปถึงไหนแล้ว" เสียงเข้มถามขึ้นทันทีที่ธามันก้าวเข้ามาในห้องทำงาน "ร่องรอยการใช้บัตรเครดิตไม่มีเลยครับ เธอเหมือนหายไปในกลีบเมฆ... เฮีย ผมว่าเราควรใช้ไม้อ่อน..." "ไม้อ่อน?" ภาคินปาปากกาในมือทิ้งอย่างเหลืออด "ฉันใช้ไม้อ่อนกับเธอมานานพอแล้ว แต่ดูสิ! เธอตอบแทนฉันด้วยการทิ้งจดหมายฉบับเดียวเนี่ยนะ! 'จบกันแค่นี้' งั้นเหรอ? ใครอนุญาตให้เธอจบ!" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้เอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจาย ภาคินเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปสู่ความมืดมิดของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ความซึนเดเระที่เคยเป็นเกราะกำบังหัวใจบัดนี้พังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมใจ... กลัวว่าจะไม่ได้พบเจ้าของรอยยิ้มร้ายๆ นั่นอีก เขาสังเกตเห็นจุดผิดปกติบางอย่าง รินลดายืนอยู่หน้าบริษัทตั้งแต่เช้า หล่อนดูร้อนรนผิดปกติ และทุกครั้งที่โทรศัพท์ดังขึ้น หล่อนจะทำท่าทางมีพิรุธ 'ทำไมรินลดาถึงต้องมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ในเวลาที่พิมไม่อยู่...' ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว ภาคินไม่รอช้า เขาคว้าสูทขึ้นมาสวมทั้งที่ยังยับยู่ยี่ ก่อนจะพุ่งตัวออกจากห้องทำงานทันที เป้าหมายคือหญิงสาวที่เขารู้ดีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความพินาศของความสัมพันธ์ครั้งนี้ เขากระชากแขนรินลดาที่กำลังจะขึ้นรถเข้ามุมตึก แรงบีบที่แฝงไปด้วยความโกรธทำให้หญิงสาวหวีดร้อง "เฮียคิน! ปล่อยนะ! เจ็บ!" "พิมอยู่ที่ไหน" ภาคินเค้นเสียงถามชิดใบหูหู หล่อนสัมผัสได้ถึงไอสังหารจากผู้ชายที่เคยหลงรักเธอ "อย่าให้ฉันต้องเสียเวลาพูดซ้ำ ถ้าเธอไม่อยากเห็นจุดจบที่แย่กว่าการถูกฉันเขี่ยทิ้ง" "พิม... พิมไม่ได้อยู่กับรินนะ!" "งั้นเหรอ?" ภาคินยกยิ้มเหี้ยม เขากดเบอร์โทรศัพท์หาลูกน้องทันที "เช็กตำแหน่ง GPS มือถือของรินลดา เดี๋ยวนี้" เพียงไม่กี่นาที ความจริงก็ปรากฏ รินลดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นแววตาที่เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อของภาคิน เขาไม่ได้เป็นประธานหนุ่มผู้สุขุมอีกต่อไป แต่เขากลายเป็น ‘หมาโบ้’ ที่พร้อมจะกัดกินทุกคนที่ขวางทางไม่ให้เขากลับไปหาคนรัก "ที่นั่น... บ้านพักตากอากาศริมทะเลของครอบครัวริน" หล่อนยอมคายความลับออกมาด้วยความกลัว "พิมไปที่นั่นเพื่อพักใจ รินแค่... แค่แอบส่งข่าวให้คนไปเฝ้าไว้เฉยๆ ไม่ได้คิดจะทำอะไรจริงๆ นะคะ!" ภาคินไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ เขาสลัดรินลดาออกราวกับเศษขยะ ก่อนจะวิ่งไปที่รถสปอร์ตคันหรูของเขา หัวใจเต้นรัวแรงเป็นจังหวะแห่งการโหยหา ระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ เขาขับรถฝ่าความมืดไปอย่างบ้าคลั่ง ในหัวมีแต่ภาพของพิมพ์พิชา หากเจอหน้าเธออีกครั้ง เขาจะกักขังเธอด้วยอ้อมกอด จะบอกเธอด้วยคำพูดที่เขาไม่เคยเอ่ยออกไป และจะยอมเป็นทุกอย่าง... แม้แต่หมาตัวหนึ่งให้เธอจูงจมูกเล่นก็ได้! เมื่อถึงที่หมาย... บ้านพักริมหาดดูเงียบเชียบ ภาคินลงจากรถ ก้าวเดินไปที่ประตูกระจกบานเลื่อน แสงไฟสลัวจากภายในลอดออกมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาสะอึก... พิมพ์พิชานั่งอยู่บนโซฟา มือถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในมือ ทว่าดวงตากลับเหม่อลอยออกไปทางหน้าต่างที่มองเห็นเกลียวคลื่น ในจังหวะที่เธอหันกลับมาเห็นเขา เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัวจนเธอตกใจ "เฮีย... คิน?" ภาคินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรต่อ เขาช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้นพรม ราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะยืนหยัดต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองอีกต่อไป "อย่าหนี..." เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น เสียงของเขาขาดห้วงและสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้าเธออยากจะแก้แค้นฉัน อยากจะด่า จะตบ จะตี... ทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามทิ้งฉันไปอีก... พิม... ฉันเกือบตาย" พิมพ์พิชาชะงักไป ความโกรธเคืองที่สั่งสมมาตลอดหลายวันละลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสได้ถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่หยดลงบนลาดไหล่ของเธอ "เฮีย... ร้องไห้?" ยังไม่ทันที่เธอจะได้คำตอบ มือถือของภาคินที่วางทิ้งไว้บนโซฟาก็สั่นรัว ธามันส่งข้อความสั้นๆ เข้ามา: *‘เฮีย! รินลดาบอกความจริงผมแล้วว่าพิมไม่ได้ไปที่นั่น! คนที่นั่นเป็นกับดัก! ระวังตัวด้วย!’* เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นจากทางด้านหลังบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะกระจกที่เย็นเยียบและคุกคาม กำมะหยี่สีแดงหวังว่าตอนนี้นักอ่านจะตื่นเต้นจนหยุดหายใจไปพร้อมกับเฮียคินนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%