ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 30

โลกทั้งใบพังทลาย

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"คุณโกหกฉัน... ทุกคำที่ออกจากปากคุณ มันคือละครฉากใหญ่ที่ลงทุนลงแรงไปคุ้มค่ามากสินะคะคุณภาคิน" แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานราคาแพงลิบลิ่ว แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นสะเทือนจนของเหลวสีเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษแผ่นบนสุด ภาคินสะดุ้งเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกริบฉายแววตกใจระคนไม่เข้าใจเมื่อเห็นสภาพหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหวของพิมพ์พิชา หญิงสาวที่ปกติไม่เคยแสดงอาการสติหลุดให้เขาเห็นแม้แต่ครั้งเดียว แต่ในเวลานี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีประกายความดื้อรั้นท้าทายเช่นทุกวัน มีเพียงหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอย่างน่าเวทนาและรอยยิ้มหยันที่ส่งมาให้แบบไร้เยื่อใย "พิม... พูดเรื่องอะไร เอกสารอะไรกัน" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปหาเธอด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง ทว่าพิมพ์พิชากลับถอยหลังกรูดราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ รอยยิ้มสมเพชเวทนาผุดขึ้นบนเรียวปากสวยที่สั่นระริก เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "ยังจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกเหรอคะ? หรือต้องให้ฉันอ่านชื่อบริษัทเชลล์คอมปานีที่คุณใช้ฮุบหุ้นของตระกูลฉันให้ฟังทีละตัวอักษร ถึงจะเลิกตีหน้าซื่อใส่ฉันเสียที!" นิ้วเรียวชี้ไปยังกระดาษในแฟ้มที่เปิดอ้าซ่า ภาคินก้มมองตามสายตาของเธอ หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น เอกสารสัญญาลับ บัญชีธนาคารนอกระบบ และหลักฐานการโอนเงินก้อนโต ถูกรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่... มันคือหลักฐานมัดตัวที่บ่งบอกชัดเจนว่า ทุกก้าวที่พิมพ์พิชาเดินเข้ามาในชีวิตเขา ทุกหยาดน้ำตาและรอยยิ้มที่เธอเคยมีให้ ถูกบงการด้วยแผนการสกปรกที่เขาเป็นคนขีดเส้นเอาไว้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่ความบังเอิญที่เธอต้องมาแต่งงานกับเขา ไม่ใช่โชคชะตาที่ทำให้พวกเขาต้องมาพัวพันกัน แต่เป็น 'เขา' เอง... ผู้ชายโง่เง่าที่ตกหลุมพรางของรินลดาและเกมธุรกิจ จนกลายเป็นคนที่ผลักไสผู้หญิงที่เขารักที่สุดให้ตกนรกทั้งเป็นโดยไม่รู้ตัว "พิม... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่แบบนั้น..." ภาคินละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงสันหลัง เขาไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรในชีวิตเท่านี้มาก่อน กลัวแววตาคู่นั้น กลัวความเกลียดชังที่กำลังฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ "พอทีค่ะ! ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวจากปากคนตลบตะแลงอย่างคุณอีกแล้ว สามเดือนที่ผ่านมา ฉันโง่เองที่คิดว่าคุณเริ่มเปลี่ยนไป โง่ที่คิดว่าความใส่ใจของคุณมันมาจากใจจริง... ที่แท้คุณก็แค่สนุกกับการได้เห็นฉันดิ้นรนอยู่ในกำมือสินะคะ" "ไม่จริงนะพิม! ตอนนี้ผม... ผมรู้สึกยังไงกับคุณ คุณก็รู้..." "รู้เหรอคะ? รู้ว่าฉันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานธุรกิจของคุณแค่นั้นน่ะเหรอ!" น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาอาบแก้ม นวลเนียนสั่นเทา พิมพ์พิชาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้เศษเสี้ยวความเข้มแข็งสุดท้าย "ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพงนี้นะคะคุณภาคิน... ต่อไปนี้ เราต่างคนต่างอยู่ และหวังว่าเราจะไม่มีวันได้เวียนมาบรรจบกันอีก" พูดจบ เธอก็หันหลังขวับแล้ววิ่งออกไปจากห้องทำงานทันที เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง เช่นเดียวกับเสียงหัวใจของภาคินที่แตกสลายลงต่อหน้าต่อตา "พิม! เดี๋ยวสิ พิม!" ภาคินพุ่งตัวตามออกไปอย่างคนเสียสติ เขารีบก้าวเท้าวิ่งผ่านห้องโถงสำนักงาน ท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของพนักงานนับสิบชีวิตที่มองประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบตามหลังภรรยาด้วยความอลหม่าน ธามันที่เพิ่งเดินออกจากลิฟต์ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่างสูงพุ่งผ่านหน้าไปราวกับพายุ "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย..." ธามันอุทานเสียงหลง หันไปมองตามก็เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆ ของพิมพ์พิชาที่พุ่งตัวขึ้นลิฟต์ลงไปชั้นล่างแล้ว ภาคินกดลิฟต์ตามลงมาด้วยความร้อนรน นิ้วเรียวเคาะรัวๆ ที่ปุ่มปิดประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเครื่องแทบพัง หัวใจบีบตัวแน่นจนหายใจไม่ออก ภาพรอยยิ้มคราบน้ำตาของเธอเมื่อครู่ยังคงกรีดแทะความรู้สึกผิดในอกอย่างต่อเนื่อง เขาเพิ่งตาสว่าง... เพิ่งรู้ความจริงทั้งหมดว่ารินลดาเป็นคนสร้างหลักฐานปลอมเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อทำลายความสัมพันธ์ของเขากับพิม แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว พิมรู้ความจริงในแบบที่บิดเบี้ยวและเจ็บปวดที่สุด โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้อธิบายเลยสักคำ ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่าง ภาคินกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังลานจอดรถทันที สายตาคมกวาดมองหาเป้าหมายอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา รถสปอร์ตสีขาวคันหรูของพิมพ์พิชากำลังแล่นทะยานออกไปจากช่องจอดด้วยความเร็วสูง ไฟท้ายสีแดงวับแวมผ่านม่านฝนที่หนาทึบออกสู่ถนนใหญ่ด้านนอก "พิม! อย่าไป..." เสียงตะโกนของเขาจมหายไปกับเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ภาคินยืนนิ่งอยู่กลางสายฝน น้ำตาอุ่นๆ ผสมปนเปไปกับหยาดน้ำฟ้าที่ไหลอาบแก้มสาก ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าวิ่งตามรถคันนั้นไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นมาอย่างน่ารำคาญ ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทิ้ม หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ของเลขานุการส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณรินลดา... คุณรินลดาเธอแอบอัดคลิปเสียงตอนที่คุณคุยกับทนายเรื่องแผนซื้อหุ้นตระกูลพิมพ์พิชาเมื่อสามเดือนก่อน แล้วปล่อยลงโซเชียลตอนนี้เลยค่ะ! ตอนนี้ข่าวใหญ่กำลังกระจายไปทั่ว โลกโซเชียลกำลังรุมประณามบริษัทของเรา และ... และ..." เลขานุการสาวอึกอักพูดต่อไม่ออก ภาคินขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดระคนสังหรณ์ใจ "และอะไรอีก พูดมาให้หมด!" "คุณพิมพ์พิชา... ประสบอุบัติเหตุรถชนบนทางด่วนขาออกแล้วค่ะ รถของเธอชนเข้ากับ... รถบรรทุกน้ำมัน!" โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากมือหนากระแทกพื้นคอนกรีตเปียกชื้นแตกละเอียด ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของกำมะหยี่สีแดงค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%