เสียงเฮฮาและเสียงกระซิบกระซาบจากหน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์ใจกลางย่านธุรกิจยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของพิมพ์พิชา แม้ว่าเธอจะไม่ได้ยืนอยู่ ณ จุดเกิดเหตุนั้นด้วยตัวเองก็ตาม ความเงียบงันภายในเพนต์เฮوسต์หรูหราที่ควรจะอบอุ่น กลับหนาวเหน็บเสียจนหัวใจดวงน้อยชาดิก คราบน้ำตาที่เคยเอ่อคลอถูกปาดทิ้งด้วยหลังมืออย่างไม่ไยดี ความเสียใจที่สะสมมานานนับแรมเดือน บัดนี้มันปะทุขึ้นกลายเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เฉียบคมราวกับใบมีด
ประโยคใจร้ายที่เล็ดลอดออกจากริมฝีปากของภาคินผ่านลำโพงบลูทูธราคาแพงยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา *“ผู้หญิงอย่างพิมพ์พิชา ก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่วิ่งเข้าหาเงินในกระเป๋าผม... ไม่มีค่าพอให้ผมต้องชายตามองด้วยซ้ำ”*
ฮh… ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ผู้ชายที่ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่กลับกักขังเธอไว้ด้วยพันธะทางกฎหมายและสายตาหึงหวงอย่างไร้เหตุผล ในเมื่อเขาอยากให้เธอเป็นแค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวนัก เธอก็จะแสดงความเห็นแก่ตัวครั้งสุดท้ายให้เขาดู!
พิมพ์พิชาก้าวฉับๆ เข้าไปในห้องแต่งตัว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธระคนเสียใจ ทว่าการกระทำของเธอกลับรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว กระเป๋าเดินทางใบโตถูกลากออกมากางลงบนพื้นพรมราคาแพง เสื้อผ้าแบรนด์เนม เครื่องประดับราคาแพงที่เขาเคยซื้อให้ ถูกกวาดลงกระเป๋าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองซ้ำ สัญญาสมรสฉบับนั้น... กระดาษแผ่นเดียวที่เคยผูกมัดเธอไว้ ถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะถูกโยนลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใย
"อยากให้ฉันเป็นแค่นักฉวยโอกาสนักใช่ไหมคะ... คุณภาคิน"
เสียงพึมพำลอดไรฟันด้วยความเจ็บปวด ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความดื้อรั้น บัดนี้แดงก่ำแต่ไร้ซึ่งหยดน้ำตาหลงเหลือให้คนใจร้ายอีกต่อไป มันถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและหัวใจที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
แอ๊ด...
เสียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่พร้อมกับร่างสูงโปรดของภาคินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพห้องที่ถูกรื้อค้น และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง
หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์คลิปเสียงจากงานแถลงข่าวที่เพิ่งหลุดรอดออกไปและถูกแก้ไขไม่ทัน ยังคงสั่นคลอนความรู้สึกเขาไม่เท่ากับภาพผู้หญิงตรงหน้าในเวลานี้
"พิม..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่ง กลับสั่นพร่าอย่างน่าใจหายเมื่อเอמהชื่อนั้น ภาคินพยายามก้าวเข้าไปใกล้ แต่พิมพ์พิชากลับยกมือขึ้นห้ามด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว
"อย่าเข้ามานะคะ!"
เสียงหวาดระแวงและเย็นชาของเธอทำเอาภาคินชะงักฝีเท้า ร่างสูงยืนแข็งค้างราวกับถูกสาป ดวงตาคู่คมกวาดมองกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาภรรยาในนามที่หัวใจเขารักจนหมดปอด
"ฟังเฮียก่อน... เรื่องคลิปนั้นมัน..."
"มันคือความจริงไม่ใช่เหรอคะ?" พิมพ์พิชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่ทว่าเฉียบคมบาดลึก "สิ่งที่คุณพูดออกมาจากปากเมื่อกี้... มันคือความรู้สึกก้นบึ้งในใจของคุณไม่ใช่เหรอคะ คุณภาคิน คนอย่างฉันมันก็แค่... ตัวน่ารำคาญที่เข้ามาเกาะแกะคุณเพื่อผลประโยชน์"
"ไม่ใช่! พิม! นั่นมันไม่ใช่ความจริง!" ภาคินพุ่งเข้าไปคว้าแขนเรียวไว้ด้วยความร้อนรน สีหน้าของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "ฟังเฮียอธิบายก่อนนะพิม... ตอนนั้นเฮียแค่... แค่ปากพล่อย โมโหที่..."
"ปล่อยค่ะ!" พิมพ์พิชาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ภาคินผงถอยไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะแรงของเธอ แต่เป็นเพราะแววตาเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยที่เขานำพามาสู่ความสัมพันธ์นี้ด้วยมือของตัวเอง
"พิมจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้นค่ะ... เหนื่อยแล้ว" น้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งประกาศิตกรีดแทลงกลางใจคนฟัง "ที่คุณบอกว่าอยากให้เราจบกันเสียที... ตอนนี้คุณสมใจแล้วนะคะ ฉันยอมแพ้แล้วค่ะคุณภาคิน เราหย่ากันเถอะ"
"ไม่! พิม! ฟังเฮียนะ เฮียไม่หย่า!" ภาคินเสียงดังขึ้นด้วยความตกใจ สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขารีบคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอดแนบอกเพื่อเหนี่ยวรั้ง แต่ทว่าพิมพ์พิชากลับผลักอกเขาเต็มแรงจนเซถอยหลังไปอีกก้าว
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันอีกต่อไปแล้วค่ะ!"
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ มือเรียวกระชากซิปกระเป๋าเดินทางปิดลงอย่างสนิท ก่อนจะควทาดึงสายสะพายกระเป๋าถือขึ้นคล้องไหล่ แววตาคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นครั้งสุดท้าย
"ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพงนะคะ... ที่ทำให้รู้ว่าคนอย่างคุณ ต่อให้ปากบอกว่ารักแค่ไหน ก็ยังเห็นศักดิ์ศรีโง่ๆ สำคัญกว่าความรู้สึกของฉันอยู่ดี ลาก่อนค่ะ... คุณภาคิน"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์พิชาก็หมุนตัวเดินจ้วงอารมณ์ผ่านร่างสูงไปอย่างไม่ลังเล เสียงล้อกระเป๋าเดินทางบด
ขยี้ไปกับพื้นปาร์เกต์ดังสะท้อนก้องในความเงียบ เปรียบเสมือนเสียงนับถอยหลังความสุขทั้งหมดในชีวิตของประธานหนุ่ม
"พิม! พิม! กลับมานี่นะ!"
ภาคินตะโกนไล่หลัง ร่างสูงพยายามจะวิ่งตามออกไป แต่หัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทำให้ขาของเขากลับก้าวไม่ออก ประตูห้องนอนปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกที่ดังขึ้น... ตอกย้ำว่าเขาได้ผลักไสคนสำคัญที่สุดในชีวิตหลุดมือไปแล้วจริงๆ
ความเงียบงันกลับมาครอบงำเพนต์เฮาส์อีกครั้ง ภาคินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนาทึ้งผมตัวเองด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด เขากำลังจะเอ่ยปากเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ทว่า...
กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ ภาคินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดตั้งใจจะปัดมันทิ้ง แต่จังหวะที่สายตาเหลือบไปเห็นชื่อผู้โทรเข้าบนหน้าจอ... เลือดในกายของเขาก็เย็นเฉียบลงฉับพลัน
(สายเรียกเข้า: ธามัน - แจ้งด่วน!)
นิ้วแกร่งกดรับสายด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ เสียงหอบหายใจและร้อนรนของเพื่อนสนิทดังแทรกเข้ามาทันทีที่ปลายสายเชื่อมต่อ
"ไอ้คิน! มึงรีบเปิดทีวีข่าวช่องด่วนเลยฉิบหาย! น้องพิม... น้องพิมไม่ได้เดินออกไปแค่คนเดียว! แต่ตอนนี้มีข่าว Breaking News ด่วนที่สุด... รถแท็กซี่ที่น้องพิมนั่งออกไปจากคอนโดมึง ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกพุ่งชนประสานงาเต็มแรงบนทางด่วนช่วงลงทางลาดเมื่อกี้!"
โลกทั้งใบของภาคินพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเดียว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ! ❤️
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 29
น้ำตาของคนสู้คน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!