ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 28

คำพูดทำร้ายจิตใจ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังลอดออกมาจากห้องพักรับรองแขกวีไอพี ไม่ได้น่ารื่นรมย์เลยสักนิดในความรู้สึกของพิมพ์พิชา เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อขับไล่ความไอร้อนที่เอ่อรื้นขึ้นมาคลอหน่วย แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสูง ส่งยิ้มเย็นชาให้กลุ่มไฮโซสาวที่กำลังจับกลุ่มซุบซิบกันราวกับฝูงแมลงวันตอมซากศพ "อุ๊ย... มาพอดีเลยค่ะคุณพิม" รินลดาจงใจเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ทว่าแววตากลับระคนไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด เจ้าของเรือนร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาขวางทางเดิน พร้อมกับจงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่แขกเหรื่อในงานเลี้ยงการกุศลหรูหราแห่งนี้ได้ยินกันทั่ว "ถ้าไม่มีอะไรทำ หรือสมองว่างมากจนไม่มีเรื่องสร้างสรรค์จะคุย ดิฉันแนะนำให้ไปเข้าคอร์สพัฒนา IQ ดีกว่านะคะคุณรินลดา มายืนเห่าหอนในงานสังคมแบบนี้ มันประจานความอัปลักษณ์ข้างในตัวคุณหมด" พิมพ์พิชาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง รอยยิ้มที่มุมปากของรินลดากระตุกวูบ ทว่าหญิงสาวกลับแกล้งทำเป็นบีบน้ำตา ทำทีท่าเป็นผู้ถูกกระทำทันทีเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ "พิม... ทำไมต้องพูดจารุนแรงกับรินด้วยล่ะคะ รินก็แค่... แค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมสังคมเอง" รินลดาบิดเสียงสั่นเครือ เรียกคะแนนความน่าสงสารจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี "หวังดี? หรือ 'หวังร้าย' จนเนื้อตัวสั่นกันแน่คะถึงได้เที่ยวปล่อยข่าวลือไปทั่วว่าฉัน... แต่งงานกับเฮียคินเพราะเห็นแก่เงิน" พิมพ์พิชาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่เกรงกลัวใคร "นี่คุณพิม! พูดจาให้เกียรติรินหน่อยนะคะ รินไม่ได้พูดเสียหน่อย แต่... แต่คนในงานเขาก็พูดกันหนาหู ว่าผู้หญิงโนเนมอย่างคุณใช้วิธีมารยาอะไรถึงได้ก้าวเข้ามานั่งแท่นคุณนายภัทรภักดิ์ได้!" "พอได้แล้ว!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ตวาดกร้าวขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้ทุกลมหายใจในบริเวณนั้นแทบสะดุด ภาคินก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน ใบหน้าคมคายตึงเครียดจนเป็นสันนูน ดวงตาสีนิลคู่คมกริบกวาดมองพิมพ์พิชาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ หัวใจของพิมพ์พิชากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามไขสันหลังยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของสามีในนาม เฮียคินผู้ที่ไม่เคยไม่เข้าข้างเธอ... ในตอนนี้กลับกำลังมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย "เฮีย..." พิมพ์พิชาครางเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา คล้ายคาดหวังว่าเขาจะเอ่ยปากปกป้องเธอเหมือนทุกครั้ง "เธอทำจริงเหรอพิม" น้ำเสียงของภาคินเย็นเยียบจนน่ากลัว เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน "ข่าวลือที่คนเขาลือกันทั่วงาน... ว่าเธอแต่งงานกับฉันเพราะทรัพย์สินเงินทอง และกำลังเตรียมโกยสมบัติของตระกูลฉันหนี มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม!" คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งปักเข้ากลางใจของพิมพ์พิชาอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนพูดไม่ออก หญิงสาวอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนผิดหวัง เธอไม่คิดเลยว่าสามีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอดหลายเดือน จะหูเบาและเชื่อคำนินทาของคนอื่นมากกว่าภรรยาของตัวเอง "นี่เฮีย... ถามฉันแบบนี้จริงๆ เหรอคะ" พิมพ์พิชาเค้นเสียงถาม ร่างบางสั่นเทาด้วยความโกรธระคนเสียใจ มือเรียวทั้งสองข้างกำ เข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ฉันถาม ก็ตอบมาให้ตรงคำถามสิพิม! อย่ามาเบี่ยงประเด็น!" ภาคินตวาดลั่นด้วยความโมโหที่ถูกความหึงหวงและข่าวลือครอบงำจนขาดสติ ภาพความสนิทสนมของพิมพ์พิชากับนักธุรกิจหนุ่มอีกคนที่เพิ่งเข้ามาพูดคุยด้วยในงานเมื่อครู่ ยิ่งโหมกระพือเพลิงโทสะในอกให้ลุกโชนขึ้นไปอีก จนลืมคิดไปว่าภรรยาของตนไม่ใช่คนประเภทนั้นเลย "หึ..." พิมพ์พิชาหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่หยันหยาดและน่าเวทนาที่สุดในชีวิต "ใช่ค่ะ! ฉันมันผู้หญิงเห็นแก่เงิน ฉันมันคนโลภที่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับเงินในบัญชีของเฮีย พอใจหรือยังคะคุณประธานผู้สูงส่ง!" "พิม!" ภาคินเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะยอมรับออกมาแบบนั้น ความโกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำจิตใจจนทำให้คำพูดทำร้ายจิตใจพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหยัก "เธอมันก็แค่นางมารร้ายหน้าเงิน ที่เกาะฉันกินไปวันๆ สินะ! รู้แบบนี้... ฉันน่าจะฉีกทะเบียนสมบัติทิ้งตั้งแต่แรกที่เซ็น ไม่น่าโง่เอาผู้หญิงเห็นแก่ตัวอย่างเธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนั้นเลย!" เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้วสากของภาคินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างทันที ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง รินลดาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่งแอบยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ พิมพ์พิชากำมือที่สั่นเทาของตัวเองแน่น หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอาบแก้มอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป แววตาคู่สวยที่เคยมีความรู้สึกดีๆ ซ่อนอยู่ บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย "ขอบคุณสำหรับคำดูถูกนะคะเฮีย..." พิมพ์พิชากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ามั่นคงและเด็ดเดี่ยวในทุกพยางค์ "จำคำพูดของตัวเองเอาไว้ให้ดีก็แล้วกันค่ะ... เพราะคนอย่างฉัน ต่อให้ตาย... ก็จะไม่ขอร้องให้เฮียมาสนใจใยดีอีกต่อไป!" พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนีอย่างไม่คิดจะชายตามองสามีปากร้ายอีกแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินหนีออกจากขุมนรกแห่งนี้ ทว่าข้อมือเล็กกลับถูกมือหนากระชากเข้าอย่างแรงด้วยความตกใจและสำนึกผิดที่เพิ่งแล่นริ้วขึ้นมาในอกของภาคิน "พิม! เดี๋ยว... ฟังฉันก่อน..." ภาคินละล่ำละลักเอ่ยชื่อภรรยา น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่สั่นพร่าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นแววตาตัดพ้อที่ส่งกลับมา ทว่า... ก่อนที่พิมพ์พิชาจะสะบัดมือออกและสะบัดก้นเดินหนี ประตูบานคู่ของห้องโถงรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของธามันเพื่อนสนิทของพระเอก ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของธามันซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ไอ้คิน! มึงฉิบหายแล้ว... คลิปหลักฐานที่มึงเพิ่งพูดจาทำร้ายจิตใจน้องพิมเมื่อกี้... ถูกอัปโหลดลงจอยักษ์กลางงานแถลงข่าวของบริษัทมึงเรียบร้อยแล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความเจ็บปวดและฟินของคู่นี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%