ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 35

ยังไม่ใช่ตอนนี้

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
ความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ภาคินราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว คำประกาศกร้าวอันเยือกเย็นที่เพิ่งหลุดรอดจากริมฝีปากของประธานหนุ่มยังคงลอยเคว้งคว้าง บาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น รินลดาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา ดวงตาสั่นระริกด้วยความอัปยศอดสูและความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยต่อหน้าสาธารณชน "คุณ... คุณพูดอะไรออกมานะคะคิน" เสียงของรินลดาสั่นเครือ ปนความไม่เชื่อหู "ฉันพูดภาษาไทย และคิดว่าออกเสียงชัดเจนพอ" ภาคินปรายตามองอดีตคู่หมั้นด้วยหางตา นัยน์ตาสีเข้มคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "หรือต้องให้ฉันแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกรอบ ถึงจะเข้าใจว่าคุณไม่มีสิทธิ์มายืนกร่างอยู่ในบ้านหลังนี้" รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ร่างระหงสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะหันมาส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่พิมพ์พิชาที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม "เธอมันก็แค่นางนกต่อ หน้าเงิน ไร้ยางอาย!" "อุ๊ย... ชมเกินไปหรือเปล่าคะคุณรินลดา" พิมพ์พิชาคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความเย้ยหยัน เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ภาคินอีกนิดจนไหล่แทบจะชิดกัน "เรื่องหน้าเงินน่ะยอมรับค่ะ แต่เรื่องไร้ยางอายเนี่ย... คงต้องยกตำแหน่งแชมป์ให้คนที่ยังหน้าด้านตามตื๊อสามีชาวบ้านเขาไปทั่วมากกว่านะคะ" "พิมพ์พิชา!" "เชิญทางออกอยู่ทางโน้นค่ะ พอดีอากาศแถวนี้เริ่มเป็นพิษ เพราะมีคนหน้าหนามาหายใจทิ้งไปวันๆ" พิมพ์พิชาโบกมือไล่อย่างไม่แยแส พรางทำท่าปัดมือไล่อากาศราวกับรังเกียจเดียดฉันท์เต็มประดา รินลดาโกรธจนตัวสั่น ทุบโต๊ะระบายอารมณ์ครั้งหนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากบ้านอย่างพ่ายแพ้ เสียงประตูปิดลงดังปัง สะท้อนความตึงเครียดที่ค่อยๆ คลายตัวลง แต่ในพื้นที่ส่วนตัวระหว่างคนทั้งคู่ กลับยิ่งระอุเร่าร้อนด้วยแรงปรารถนาและทิฐipที่คั่งค้าง ภาคินหันขวับมามองร่างบางที่ยืนลอยชายทำเป็นมองเล็บตัวเองอย่างสบายใจ ท,ความหงุดหงิดระคนโล่งใจฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น "เธอสนุกมากไหมพิมพ์พิชา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม "เก่งนักนะ แม่ตัวดี... เล่นบทเมียจำเป็นได้แนบเนียนจนฉันเกือบเชื่อจริงๆ" "อ้าว เฮียพูดงี้หมายความว่าไงคะ" พิมพ์พิชาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตตวัดมองตอบอย่างไม่เกรงกลัว "เมื่อกี้ใครกันคะที่เป็นคนประกาศกร้าวว่ากำลังจะขอฉันแต่งงานใหม่ รินลดานั่นก็หูไม่หนาหรอกค่ะ เธอน่าจะได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหูเหมือนกัน" ภาคินชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม "ก็ใช่... ฉันพูดจริง และไม่ได้คืนคำพูดด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันจะแต่งงานด้วย มีแค่เธอคนเดียว พิมพ์พิชา" หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ไอร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ พิมพ์พิชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมแบรนด์โปรดของผู้ชายตรงหน้ากำลังรุกรานสติสัมปชัญญะของเธอ แต่กระนั้น เธอก็ยังคงรักษาฟอร์ม เชิดหน้าปฏิเสธความพ่ายแพ้ "ฮ่าๆๆๆ... มุกแป้กค่ะเฮีย" เธอหัวسเราะกลบเกลื่อนรอยยิ้มสั่นๆ พลางใช้ปลายนิ้วเรียวดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง "คิดว่าคำพูดหวานเลี่ยนแบบนี้ จะล้างความผิดที่เฮียเคยปากร้ายใส่ฉันเมื่อก่อนได้หมดหรือไงคะ? ฝันไปเถอะ!" ภาคินหรี่ตาลงอันตราย มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างของเธอแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งไร้ช่องว่าง พิมพ์พิชาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ มือเล็กยกขึ้นยันลาดไหล่หนาไว้ตามสัญชาตญาณ "ปล่อยนะไอ้ประธานโบ้! บอกให้ปล่อยไงคะ!" "ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะเลิกทำตัวดื้อด้าน" เสียงทุ้มพร่าต่ำลง นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาคำตอบ "ฉันยอมรับว่าฉันปากหมา ใส่ร้ายเธอ ทำร้ายจิตใจเธอสารพัด... แต่ที่ทำไปทั้งหมด ก็เพราะหึง จนหูอื้อตาลายไปหมดต่างหาก เธอก็รู้ดีแก่ใจ พิม" พิมพ์พิชานิ่งอึ้ง คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ฟอร์มของพ่อบุรุษปากแข็งทำเอาเธอไปไม่เป็น ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความหวานล้ำที่เอ่อล้นอยู่ในอก ทว่า... ความหมั่นไส้และความอยากดัดนิสัยคนซึนให้เข็ดหลาบมันยังมีมากกว่า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติ ปั้นหน้าให้กลับมานิ่งสนิท ไร้ความรู้สึกเหมือนหุ่นยนต์ "อ๋อ... หึงเหรอคะ?" เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงยียวน "น่าเสียดายจังค่ะ ที่ความรู้สึกของเฮียตอนนี้ มันมาช้าไปหน่อย..." ภาคินคิ้วกระตุกทันที "เธอหมายความว่ายังไง" "ก็หมายความว่า..." พิมพ์พิชาเอื้อมมือไปไล้ปกเสื้อสูทราคาแพงของเขาเบาๆ แววตาวาววับด้วยความสนุกสนาน "ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะคะเฮีย ตอนที่ฉันอยากได้ความชัดเจน เฮียผลักไสไล่ส่งฉันเหมือนหมูเหมือนหมา พอตอนนี้ฉันเริ่มปลง ชักจะติดใจชีวิตโสดสวยๆ รวยๆ แล้วด้วยสิ... เฮียจะมาขอเริ่มใหม่เอาป่านนี้เหรอคะ?" "พิมพ์พิชา!" ภาคินคำรามในลำคอด้วยความขัดใจ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหึงหวงและหงุดหงิด "เธอจะบอกว่าเธอไม่แคร์ฉันแล้วอย่างนั้นเหรอ กล้าดียังไงมาท้าทายอำนาจเมีย... เอ๊ย... อำนาจว่าที่สามีแบบนี้!" "อุ๊ย! อย่ามามั่วนะคะ ใครเมียเฮีย?" พิมพ์พิชาค้อนให้วงใหญ่ แต่แก้มแดงปลั่งนั้นฟ้องชัดเจนว่ากำลังเขินอายจนแทบระเบิด "ยังไม่ทันได้แต่ง ไม่สิ... ยังไม่ทันได้ง้อด้วยซ้ำ อย่ามาเนียนค่ะท่านประธาน" "ง้อเหรอ?" ภาคินทวนคำ สีหน้าฉายแววครุ่นคิด ก่อนมุมปากจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ "อยากให้ฉันง้อใช่ไหม? ได้... อยากได้แบบไหนล่ะ คุกเข่าอ้อนวอน หรือจะให้โอนหุ้นบริษัททั้งหมดใส่ชื่อเธอดี?" "ฮึ! ของนอกกายพวกนั้น ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ" พิมพ์พิชายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "ถ้าอยากให้ยกโทษให้จริงๆ ล่ะก็... ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะค่ะ" "จัดการอะไรอีก?" "ก็ไปเคลียร์กับยัยรินลดาตัวดีของเฮียให้เด็ดขาด ชนิดที่ว่าชาตiนี้อย่าได้มาพบมาเจออีก แล้วก็..." พิมพ์พิชาเว้นจังหวะ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน "คุกเข่าขอฉันแต่งงานใหม่กลางห้องประชุมใหญ่บริษัท ต่อหน้าพนักงานทุกคน เอาให้โรแมนติกจนฉันซึ้งน้ำตาไหลพรากโน่นแหละค่ะ ถึงจะเรียกว่ามีความพยายามพอ" ภาคินถึงกับอึ้งไปสามวินาที ใบหน้าหล่อเหลาเหเกเล็กน้อยเมื่อจินตภาพถึงภาพตัวเองต้องไปคุกเข่ากลางดงพนักงานนับร้อยชีวิต "เธอจะแกล้งฉันให้ตายคาอกหรือไงพิม?" "เปล่าสักหน่อยค่ะ! เรียกว่า 'บททดสอบความรัก' ต่างหากล่ะคะ" พิมพ์พิชาฉีกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอออกแรงผลักอกเขาเบาๆ อีกครั้ง คราวนี้ภาคินยอมปล่อยมือให้อย่างจำใจ ร่างบางจึงหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีเข้าห้องนอนเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอายของตัวเอง "ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอกค่ะเฮีย..." เธอหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เขาก่อนจะเอ่ยทิ้งท้าย "ถ้าอยากได้คำตอบว่า 'ตกลง' หรือเปล่า... พรุ่งนี้เช้าที่ห้องประชุมใหญ่ พิสูจน์ให้ฉันดูสิคะ ว่าปากแข็งๆ ของเฮีย มันจะกล้าพูดคำว่ารัก ออกมาจากใจจริงได้หรือเปล่า" พูดจบ พิมพ์พิชาก็หมุนตัวเดินเข้าห้องพัก ปิดประตูลงกลอนดังคลิก ทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องโถงคนเดียว ภาคินยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูระคนคลั่งรัก "แสบนักนะ... ยัยตัวแสบ!" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างยอมจำนน ทว่า... ในจังหวะที่ภาคินกำลังจะเดินกลับเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวรับมือกับภารกิจง้อเมียในวันพรุ่งนี้ เสียงกริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ก็ดังขึ้นยืดยาวผิดเวลา ดึงความสนใจของเขาให้ชะงักฝีเท้า *กริ่ง... กริ่ง...* คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ดึกดื่นป่านนี้ใครกันที่มาเยือน? รินลดาคงไม่กล้ากลับมาอีกรอบแน่ หรือจะเป็นธามันที่ชอบโผล่มาเวลาชาวบ้านเขากำลังสวีท? ภาคินสาวเท้าเดินกลับไปที่ประตูหน้าด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ เขาเปิดประตูผรัวะออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงเตรียมจะเอ่ยปากไล่แขกยามวิกาล ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในเงาสลัวของแสงไฟสวนหน้าบ้าน กลับไม่ใช่ทั้งรินลดาและไม่ใช่ไอ้เพื่อนตัวดีอย่างธามัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของแขกยามดึกชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นเยียบแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลังวาบเมื่อได้ยินประโยคแรกที่หลุดจากริมฝีปากของคนที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปี **"สวัสดีค่ะพี่คิน... น้องกลับมาแล้วนะคะ"** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความซึนของเฮียคินและยัยพิมด้วยกันนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%