“ถ้าขยับอีกนิดเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจลวนลามทางสายตานะคะ ท่านประธานภาคิน”
พิมพ์พิชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาระยิบระยับด้วยประกายความเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อน มองดูร่างสูงโปรดของประธานบริษัทหนุ่มไฟแรง—ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด—กำลังงלוนงูลอยู่กับการใช้ฟองน้ำถูจานชามในอ่างล้างหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ
ภาพของภาคินในยามนี้แทบจะลบภาพจำของนักบริหารผู้ทรงอิทธิพลที่มักจะปรากฏตัวในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษและรองเท้าหนังเงาวับไปจนหมดสิ้น เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงถูกพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่ขยับขัดถูจานเซรามิกอย่างตั้งอกตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือผ้ากันเปื้อนสีชมพูอ่อนลายลูกไม้รูปน้องหมีที่พิมพ์พิชาจงใจหยิบมาบังคับให้เขาใส่ มันช่างตัดกับใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่บึ้งตึงเสียจนคนมองต้องกลั้นยิ้ม
“ผมไม่ได้มอง คุณคิดไปเองยัยตัวแสบ”
เสียงทุ้มต่ำเอիยตอบห้วนๆ ตามฟอร์มของคนปากแข็ง ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองภรรยาในนามที่ยืนคุมแจอยู่ไม่ห่าง แต่แทนที่จะเถียงกลับเหมือนทุกครั้ง ภาคินกลับพ่นลมหายใจออกเบาๆ แล้วก้มหน้าก้มตาจัดการกับคราบมันบนจานต่ออย่างว่าง่าย ไม่มีเสียงบ่นเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนานั่นเลยสักคำ ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาเผลอหลุดปากท้าทายเธอไว้ พิมพ์พิชาจึงจัดตาราง "บททดสอบความอดทน" ชุดใหญ่ให้เขาได้ลิ้มลองรสชาติของการเป็นพ่อบ้านจำเป็นแบบเต็มรูปแบบ
และน่าแปลก... จากคนที่เคยสั่งคนอื่นด้วยปลายนิ้ว ภาคินในตอนนี้กลับยอมก้มหัวทำตามทุกอย่างที่เธอสั่งโดยไม่มีข้อแม้
“จานใบนั้นล้างไม่สะอาดค่ะ ด้านหลังยังมีคราบซอสหลงเหลืออยู่เลยนะคะ” พิมพ์พิชาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ใช้นิ้วเรียวชี้ไปยังจานกระเบื้องที่เขาเพิ่งวางคว่ำ
ภาคินชะงักมือเล็กน้อย หันมามองค้อนเธอวงใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปากสวยนั้น เขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาว ยอมหยิบจานใบนั้นขึ้นมาล้างใหม่อย่างจำยอม ท่าทีที่เปลี่ยนจากพยัคฆ์ร้ายกลายเป็นลูกสุนัขเชื่องๆ แบบนี้ทำเอาหัวใจดวงน้อยของพิมพ์พิชาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้เวลาคลั่งรักแล้วมันอันตรายต่อหัวใจเธอเสียจริง
“พอใจคุณหรือยังครับ—เอ๊ย! พอใจคุณหรือยัง พิม”
ภาคินเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นชินออกมา แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นดวงตากลมโตหรี่มองอย่างจับผิด เขาซับเหงื่อที่ซึมตามขมับด้วยหลังมือลวกๆ ก่อนจะถอดถุงมือยางออกแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนพิมพ์พิชาต้องผถอยหลังไปชนขอบเคาน์เตอร์โดยอัตโนมัติ
“ทำไมคะ? เหนื่อยแล้วหรือไง ไหนบอกว่าจะทำทุกอย่างตามที่ฉันสั่งไงล่ะคะ ท่านประธานคนเก่ง” เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น แม้ว่าระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้จะใกล้เสียจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่เหลวอ่อนๆ
“เหนื่อยเหรอ? หึ สำหรับผม คำว่าเหนื่อยไม่มีในพจนานุกรมหรอกครับ” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเลือดสูบฉีดขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อ ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพิมพ์พิชานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ถ้าสั่งให้ผมกวาดบ้าน ถูบ้าน หรือแม้กระทั่ง... ซักผ้าให้คุณ ผมก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงจริงจังจนไม่มีเค้าลางของความหยอกล้อ “แต่มีข้อแม้แม่อย่างเดียว...”
“ข้อ... ข้อแม้อะไรคะ?” พิมพ์พิชาเผลอเสียงสั่นไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหลบวูบลงเมื่อสบเข้ากับประกายความหวานล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น
“ข้อแม้ก็คือ...”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ยังไม่ทันที่ภาคินจะได้เอ่ยประโยคหวานเลี่ยนที่เสี่ยงต่อการทำลายกำแพงความซึนของตัวเอง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าห้องชุดหรูหราก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน บรรยากาศอบอวลความหวานที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงในทันที
พิมพ์พิชาดันอกแกร่งของสามีจำเป็นให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความกระวนกระวายใจ
“ใครมาตอนนี้นะ...”
ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีที่ความสุขเล็กๆ ถูกขัดคอ เขาสมาธิหลุดและสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตูหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ ใครกันที่กล้าบังaนมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของประธานบริษัทในยามวิกาลแบบนี้
แอด...
เสียงบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างบางระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตกำลังฉาบไปด้วยรอยยิ้มกังวลใจ ทว่าทันทีที่ดวงตากลมโตคู่นั้นสบเข้ากับร่างสูงของภาคิน รอยยิ้มหวานหยดย้อยก็ระบายขึ้นบนริมฝีปากทันที
“เฮียคินคะ... รินตกใจแทบแย่ โทรหาเฮียก็ไม่รับสาย รินเลยรีบบึ่งมาหาที่นี่... เกิดอะไรขึ้นกับเฮียหรือเปล่าคะ ทำไมถึงไม่ยอมเข้าบริษัทเลยหลายวัน?”
รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร พร้อมกับก้าวล่วงล้ำเข้ามาในห้องชุดทันทีโดยไม่รอให้อเจ้าของบ้านอนุญาต สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปทั่วบริเวณห้องโถง ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับร่างบางของพิมพ์พิชาที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องครัว พร้อมกับผ้ากันเปื้อนรูปน้องหมีสีชมพูที่พาดอยู่บนเคาน์เตอร์
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินลดาแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยฉายแววริษยาและตกใจระคนกันอย่างปิดไม่มิด
ภาคินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้อารมณ์ในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรำคาญใจขั้นสุด ผิดกับพิมพ์พิชาที่หรี่ตามองผู้มาเยือนใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ! ❤️ (กำมะหยี่สีแดง)
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 36
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!