กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างนอกเมือง คละคลุ้งปะปนกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากปลายมีดคมกริบ ซึ่งกำลังจ่ออยู่ตรง12;ลำคอระหงของพิมพ์พิชา ร่างบางถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ สภาพร่างกายสะביสะบอมจากการต่อ 3;ู้ แต่นัยน์ตากลมโตคู่สวยยังคงฉายแวววาวด้วยความดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"ปากเก่งนักนะมึง! นึกว่าอีคุณรินลดาจะแน่ ที่ไหนได้... สั่งให้กูมาจัดการผู้หญิงของมันให้พ้นทาง แต่พอเรื่องแดงขึ้นมาอีผู้หญิงใจดำนั่นดันลอยตัวหนีซะงั้น!"
เสียงทุ้มห้าวของชายฉกรรจ์อดีตคนรักเก่าของรินลดาคำรามลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น ชายคนนี้เคยเป็นหมากตัวหนึ่งที่รินลดาใช้สะสางปัญหา แต่เมื่อเขาหมดประโยชน์และถูกทอดทิ้ง ความแค้นจึงพุ่งเป้ามาที่ผู้หญิงคนที่เขากล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุแย่งชิงทุกอย่างไป—พิมพ์พิชา
พิมพ์พิชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้เนื้อตัวจะระบมไปหมด แต่ริมฝีปากอิ่มยังคงแยกยิ้มเยาะหยันได้อย่างเจ็บแสบ "เพิ่งรู้เหรอคะว่าตัวเองเป็นแค่หมาตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้ง... น่าสมเพชจริงๆ นะคะที่ยังภักดีกับผู้หญิงใจร้ายแบบนั้นอยู่"
"อี...!"
เพี๊ยะ!
แรงตบฟาดลงบนแก้มเนียนจนหน้าหัน เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากของหญิงสาว ทว่าพิมพ์พิชากลับตวัดสายตากลับไปมองอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเยาะยังคงประดับอยู่บนเรียวปาก ท้าทายความโกรธเกรี้ยวของคนตรงหน้าให้ปะทุถึงขีดสุด
"อยากตายนักใช่ไหม งั้นกูจะสงเคราะห์ให้!"
มีดในมือมันเงื้อขึ้นสูง หมายจะปักลงมาปลิดชีพหญิงสาวในคราวเดียว พิมพ์พิชาหลับตาลงชั่วพริบตา ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวความตาย แต่เพราะภาพใบหน้าของใครบางคนลอยเข้ามาในห้วงความคิด... *คนปากแข็งที่ชอบทำเป็นดุ แต่สายตากลับคลั่งรักเธอจนหมดใจ*
โครม!
เสียงประตูเหล็กบานใหญ่ถูกถีบกระเด็นหลุดจากรางด้วยแรงมหาศาล เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงวิ่งกรูเข้ามาพร้อมกับเสียงตะคอกก้องที่ทำเอาอากาศในโกดังแทบหยุดนิ่ง
"ปล่อยเธอ...!"
เสียงนั้น... ทุ้มต่ำ ก้องกังวาน และเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พิมพ์พิชาเคยได้ยิน
ภาคินในชุดสูทสีดำที่ยับย่น ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความเยือกเย็นอย่างที่เคยเป็น ดวงตาคมกริบแดงก่ำราวกับซาตานที่หลุดมาจากขุมนรก ในมือของเขาไม่มีอาวุธ มีเพียงความบ้าระห่ำและความโกรธเกรี้ยวที่แผ่พุ่งจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
"เฮีย...?" พิมพ์พิชาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจและตื้นตันระคนกัน เขามาได้อย่างไร? เขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่?
"ถอยไป!" ชายฉกรรจ์ตกใจไม่น้อย แต่ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว มันกระชากคอเสื้อพิมพ์พิชาขึ้นมาแล้วจ่อมีดชิดลำคอเธอมากกว่าเดิม "อย่าเข้ามานะเว้ย! ขยับอีกก้าวเดียว อีผู้หญิงนี่คอขาดแน่!"
ภาคินหยุดฝีเท้าลง ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยความเคียดแค้นที่พยายามอดกลั้น ดวงตาสีเข้มจ้องเขม็งไปที่ปลายมีดคมที่แนบอยู่กับผิวเนื้อนุ่มของคนที่เขารัก ทุกหยดเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากของเธอกรีดแทะหัวใจเขาเหมือนถูกไฟเผา
"มึงอยากได้อะไร... เงินเท่าไหร่ กูให้หมด" เสียงของภาคินต่ำพร่า ทว่าเฉียบขาดและจริงจังจนน่ากลัว เขาก้าวเท้าเข้าไปช้าๆ อย่างระมัดระวัง "ปล่อยเธอซะ แล้วมาลงที่กู"
"เฮียคิน! อย่าเข้ามานะ มันบ้า!" พิมพ์พิชาตะโกนสุดเสียง น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย ผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้วจริงๆ ถึงได้ยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในสถานที่อันตรายแบบนี้โดยไม่พกแม้แต่อาวุธป้องกันตัว
"หุบปากไปเลยยัยตัวแสบ!" ภาคินตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตาคู่คมตวัดมองเธอแวบหนึ่งด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใน ก่อนจะหันกลับไปจ้องไอ้สารเลวที่จับตัวเธอไว้ "ว่าไง? ข้อเสนอนี้คุ้มพอนี่ หรือว่ามึงแค้นกูนักที่แย่งทุกอย่างไป? งั้นก็แทงกูสปีดนี้เลยสิ!"
"ฮ่าๆๆๆ แน่มากไอ้คุณประธาน! รักกันจริงนะมึง งั้นก็... ตายซะเถอะ!"
ชั่วเสี้ยววินาทีนั้น ชายฉกรรจ์ตัดสินใจพุ่งปลายมีดหมายจะปักเข้าที่ร่างของพิมพ์พิชาด้วยความหมั่นไส้และแค้นเคือง
"กรี๊ด!"
"พิม!"
ภาคินพุ่งตัวเข้าไปเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างสูงใหญ่กระโจนเข้าขวางกั้นระหว่างคมมีดกับร่างของพิมพ์พิชาโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองแม้แต่น้อย วินาทีที่คมมีดเฉือนเข้าที่หัวไหล่หนา เลือดสีสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสื้อสูทเนื้อดี เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นโกดัง
ร่างของทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกับพื้นฝุ่นตลบ ภาคินใช้แรงเฮือกสุดท้ายล็อกตัวคนร้ายไว้ แล้วปล่อยหมัดฮุกหนักๆ เข้าที่ใบหน้าของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความโกรธที่ระเบิดออกมาจนขีดสุด หมัดแล้วหมัดเล่าจนกระทั่งชายคนนั้นแน่นิ่งหมดสติคาเท้า
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมโกดังอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจรดรินของคนทั้งคู่
"เฮีย... เฮียคิน!" พิมพ์พิชาที่หลุดพ้นจากการพันธนาการรีบคลานเข้าไปหาเขาด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะใบหน้าและหัวไหล่หนาที่ชุ่มไปด้วยเลือด "เฮียเจ็บตรงไหนไหมคะ ฮือ... คนบ้า ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ทำไมไม่รอตำรวจ!"
ภาคินหอบหายใจแรง ใบหน้าคมคายซีดเผือดเล็กน้อยจากอาการเสียเลือด แต่ดวงตาคมกริบกลับทอดมองเธอด้วยความอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยาก เขายกมือขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม แม้ตัวเองจะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม
"ถ้าฉันมัวแต่รอตำรวจ... ฉันอาจจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีก"
เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาเบาๆ ทว่าชัดเจนในความรู้สึก พิมพ์พิชาสะท้านไปทั้งร่าง สะอื้นไห้หนักกว่าเดิม ซบหน้าลงกับอกแกร่งโดยไม่สนใจคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของเธอ
"ฮือ... เฮียมันคนปากแข็ง เฮียมันบ้าที่สุด..."
"อืม... ฉันมันบ้า" ภาคินแย้มยิ้มบางๆ บนเรียวปากซีดเซียว มือหนากอดกระชับร่างบางเข้ามาแนบอกแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป "บ้าเพราะรักเธอคนเดียวนั่นแหละ... ยัยตัวแสบ"
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังประสานเข้าหากันด้วยความโล่งอก เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นแว่วๆ จากด้านนอกโกดัง พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาทางประตูที่พังเสียหาย
พิมพ์พิชาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองทางประตูด้วยความระแวง ขณะที่ภาคินขมวดคิ้วมุ่น พยายามพยุง12;กายลุกขึ้นยืนบังร่างเธอไว้ แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะส่ง2;ผลให้เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์พิชาจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ... แต่เสียดายจังนะคะที่ละครฉากนี้ยังไม่จบแค่นี้"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ก้าวออกมาจากเงาดำ... รินลดา!
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทก็ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของพิมพ์พิชาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!
.
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตอนนี้ด้วยกันนะคะ! ❤️ (กำมะหยี่สีแดง)
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 37
เหตุการณ์ระทึกขวัญ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!