เสียงประตูกระจกนิรภัยที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงดัง *‘ปัง’* สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหรา
ทว่าในวินาทีนั้น... สติสัมปชัญญะของพิมพ์พิชากลับไม่ได้อยู่ที่ผู้มาเยือนคนใหม่เลยแม้แต่น้อย
หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวราวกับกลองเพล สะท้อนอยู่ในโพรงอกข้างซ้ายอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสจากอ้อมกอดอุ่นร้อนเมื่อครู่ยังคงตรึงแน่นอยู่บนแผ่นหลัง และยิ่งไปกว่านั้น ปลายจมูกของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับกลิ่นกายสะอาดระคนกลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของภาคิน ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่งและปากร้ายที่สุดในย่านธุรกิจ
"อุ๊ย... ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?"
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเยาะหยันไว้จางๆ ดังขึ้น ทลายม่านหมอกแห่งความสับสนของคนทั้งคู่ลงในพริบตา พิมพ์พิชารีบดีดตัวผละออกจากอกแกร่งของภาคินทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามเลียไปจนถึงใบหู ร่างบางเซถอยหลังไปสองก้าวอย่างเสียหลัก มือเรียวยกขึ้นจัดเสื้อผ้าและปอยผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างลนลาน ขณะที่ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ
รินลดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิง รองเท้าส้นสูงส่งเสียงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นคง รอยยิ้มเคลือบยาพิษปรากฏบนริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีสด ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจสภาพของพิมพ์พิชาที่ยืนหอบหายใจกระชั้นชิดสลับกับภาคินที่ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบหยดเป็นเลือดได้
"ถ้าจะเข้ามาแล้วไม่มีมารยาทเคาะประตู รบกวนกลับออกไปตั้งหลักใหม่ข้างนอกแล้วค่อยเข้ามาใหม่นะคะ, คุณรินลดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจเลยแม้แต่น้อย ภาคินเสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาคมกริบฉายแววรำคาญใจอย่างชัดเจนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกรบกวนเวลาอันสงบสุข รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขารอบทิศทาง จนพิมพ์พิชาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้
รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความริษยาที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความมั่นใจ เธอเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน โดยไม่สนใจสายตาพิฆาตของประธานหนุ่มเลยสักนิด
"แหม, เฮียคินคะ... รินแค่เป็นห่วงหรอกค่ะ เห็นว่าช่วงนี้โปรเจกต์ใหญ่กำลังจะเข้า ประธานบริษัทถึงได้เก็บตัวเครียดอยู่ในห้องจนต้องหา ‘เลขานุการส่วนตัว’ มาช่วยคลายเครียดถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้... นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าพิมเขาจะมีวิธีปรนนิบัติพัดวีที่ถูกใจเฮียคินขนาดนี้"
คำพูดเหน็บแนมที่จงใจสื่อไปในทางเสื่อมเสียทำให้พิมพ์พิชาเม้มริมฝีปากแน่น ความอับอายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความโกรธกรุ่นทันที หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงกลับมา แล้วเชิดหน้าขึ้นสบตากับคู่หมั้นเก่าของเจ้านายอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าคุณรินลดาว่างมากจนไม่มีงานการทำ จะแวะไปนั่งรอที่แผนกต้อนรับด้านล่างก็น่าจะมีพนักงานต้อนรับบริการอย่างดีนะคะ ที่นี่ห้องทำงานท่านประธานค่ะ ไม่ใช่สถานที่สำหรับมานั่งวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของคนอื่นอย่างไรมารยาท"
"นี่เธอ!" รินลดาหน้าเสีย ปรับสีหน้าแทบไม่ทันเมื่อโดนตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนนิ่มๆ แต่เจ็บลึก "กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!"
"ทราบค่ะ... อดีตคู่หมั้นที่ถูกเขี่ยทิ้งไงคะ จำเป็นต้องให้พิมช่วยรื้อฟื้นความทรงจำด้วยไหมว่าทำไมถึงต้องหิ้วกระเป๋าเดินออกไปจากตึกนี้เมื่อหลายเดือนก่อน?" พิมพ์พิชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงด้วยความคมกริบ ทำเอารินลดาหน้าชาดิก กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันตึงเครียดขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินไม่ได้เอ่ยปากห้ามปราม แถมยังยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ลึกๆ แล้วความหงุดหงิดที่ถูกรินลดาขัดจังหวะเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความบันเทิงที่ได้เห็นคนปากเก่งของเขาแผลงฤทธิ์ใส่ผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้
"พอได้แล้ว" ภาคินเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจเด็ดขาดพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ "ริน มีธุระอะไรก็ว่ามา ถ้าไม่มีก็เชิญออกไป ผมมีงานต้องคุยกับเลขาฯ อีกเยอะ"
รินลดาเม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมฉายแววเจ็บใจแต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรเซ้าซี้ให้ภาคินเกลียดไปมากกว่านี้ เธอกลืนก้อนความโกรธลงคอ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มฝืนๆ แล้ววางแฟ้มเอกสารสีทองลงบนโต๊ะทำงาน
"รินเอาเอกสารสัญญาความร่วมมือกับกลุ่มทุนตระกูลหลิวมาให้เซ็นค่ะ พอดีคุณพ่อมอบหมายให้รินดูแลโปรเจกต์นี้โดยตรง... เฮียคินเซ็นอนุมัติแล้ว รินจะได้เอาไปดำเนินการต่อเลยค่ะ"
ภาคินปรายตามองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินลดาด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
"วางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวผมดูแล้วจัดการเอง คุณกลับไปก่อนเถอะ"
"แต่ว่า..."
"ผมบอกให้กลับ" น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว รินลดาผะหนמหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด แต่เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่ส่งสัญญาณเตือนชัดเจน เธอจึงจำใจต้องสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องอย่างฮึดฮัด
*ปัง!* ประตูห้องปิดลงอีกครั้งตามแรงอารมณ์ของผู้หญิงคนนั้น
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานหรูหราอีกครั้ง พิมพ์พิชาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด รู้สึกโล่งอกที่ตัวน่ารำคาญออกไปเสียที แต่ในขณะเดียวกัน บรรยากาศระหว่างเธอกับภาคินกลับหลงเหลือความกระอักกระอ่วนบางอย่างที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เมื่อครู่... เกือบไปแล้ว
เกือบจะข้ามเส้นความถูกต้องในสัญญาแต่งงานปลอมๆ นั่นไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว...
พิมพ์พิชาหันหลังกลับเพื่อจะหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะเตรียมตัวเดินออกไปบ้าง เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับสายตาคู่นั้นในตอนนี้ หัวใจเจ้ากรรมมันยังเต้นไม่เป็นส่ำ และเธอกลัวเหลือเกินว่าหากอยู่ใกล้เขามากกว่านี้ ความลับที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจจะหลุดรอดออกไปจากริมฝีปาก
"เดี๋ยวก่อนสิ, พิม"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกไล่หลัง ทำเอาฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเดินต้องชะงักค้าง พิมพ์พิชาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับประธานหนุ่ม
"มีอะไรอีกคะ? ท่านประธาน" เธอจงใจเน้นเสียงคำหลังเพื่อสร้างกำแพงกั้น
ภาคินก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายแผ่ซ่านจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ
"เรื่องเมื่อกี้..." ภาคินเว้นจังหวะ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบเย็นชาเหมือนทุกที แต่กลับแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่พิมพ์พิชาไม่เคยได้ยินมาก่อน "ที่ฉันเกือบจะ..."
หัวใจของพิมพ์พิชากระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าเขากำลังจะพูดถึงอะไร สัมผัสอุ่นร้อน อ้อมกอดที่แน่นหนา และจังหวะลมหายใจที่เคยประสานกันชั่วข้ามคืน...
มือหนาของภาคินเอื้อมออกมารั้งเอวบางไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วอุ่นจัดแนบชิดผ่านเนื้อผ้าจนผิวกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดั่งถูกไฟลน นัยน์ตาคมทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่ เขาอยากจะพูดออกไป... อยากจะบอกความจริงทั้งหมดที่ติดค้างอยู่ในใจว่าสัญญาบ้าๆ นั่นมันไม่มีความหมายอะไรเลย หากเทียบกับความรู้สึกที่เขามีให้ผู้หญิงคนนี้
ริมฝีปากหยักลึกขยับคล้ายจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสำคัญบางอย่างออกมา นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาคำตอบ
"พิม... ความจริงแล้วฉัน..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายของหัวใจอีกครั้งอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
ภาคินสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าหงุดหงิดฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างถึงที่สุด เขากลืนคำพูดสำคัญทั้งหมดกลับลงคอไปอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะสบถสบถในลำคอด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง
ทว่าก่อนที่ภาคินจะได้หันไปจัดการกับตัวมารที่บังaحญมาขัดจังหวะรอบสอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง...
และร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในสามโลกก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง จนทำให้พิมพ์พิชาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ รี้ดที่รักของ "กำมะหยี่สีแดง"
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 12
เส้นแบ่งที่เริ่มเบลอ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!