"คิดเหรอว่าเรื่องเมื่อกี้... จะจบแค่นี้ พิม?"
ประโยคทิ้งท้ายที่ยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ราวกับรอยประทับของความท้าทายที่ยังไม่มีใครยอมแพ้ สายตาคมกริบของภาคินในวินาทีนั้นไม่ได้ฉายแววเยียบเย็นอย่างที่เคยเป็น หากแต่เต็มไปด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนรุ่มและอันตราย—อันตรายต่อหัวใจที่พยายามตั้งกำแพงปกป้องตัวเองมาตลอดของพิมพ์พิชา
บรรยากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าเวลานี้ ช่างเงียบเชียบและกดดันจนน่าประหลาด ภายนอกกระจกใสบานยักษ์ เม็ดฝนฤดูมรสุมกำลังสาดซัดกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี เสียงคำรามของฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนผ่านผืนกระจกเงาวาม ก่อนที่ความมืดสนิทจะเข้ากลืนกินทุกสิ่งในพริบตา
พรึบ!
"ว๊าย!"
เสียงกรีดร้องหลุดจากริมฝีปากอิ่มโดยอัตโนมัติ เมื่อแสงสว่างจากหลอดไฟนีออนบนเพดานดับวูบลงพร้อมกัน ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าประชิดตัวอย่างไร้การตั้ง
ตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้ร่างบางก้าวถอยหลังโดยไม่ทันระวัง จนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงานตัวใหญ่
แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลงไปกระแทกพื้น ความเร็วระดับนักกีฬาของคนตัวโตกว่าก็ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ
มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรง กระชากเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกกว้างปะทะกับแผ่นหลังนุ่มนวลอย่างจัง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากร่างกายของภาคินโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที
"ปล่อยนะ..." พิมพ์พิชาครางแผ่วเบาด้วยความตกใจ มือเรียวรีบตะמתขว้าคว้าคว้างในอากาศ ก่อนจะเผลอคว้าแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ท่อนไม้ลอยคอ
"ปากเก่งนักไม่ใช่เหรอ... ทำไมตอนนี้ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ล่ะ พิม?"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกชันไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดที่แนบสนิทจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ทำให้หัวใจของเธอดังก้องแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก
"ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่ตกใจที่ไฟดับต่างหาก ปล่อยฉันได้แล้วเฮียคิน" เธอเถียงเสียงสั่น แม้ความมืดจะช่วยอำพรางใบหน้าที่แดงก่ำ แต่ความสั่นระริกที่ปลายนิ้วซึ่งยังกำแขนเขาแน่นนั้นปฏิเสธไม่ได้เลย
ภาคินไม่ยอมปล่อย เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก ความรู้สึกนุ่มนวลและกลิ่นหอมหวานจากเรือนร่างของหญิงสาวในอ้อมกอด กำลังสติสตางค์ของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นให้กระเจิงไปทีละน้อย ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าเธอแพ้ความมืดและเสียงฟ้าผ่า... รอยแผลเปราะบางที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ความปากเกรงและท่าทีแข็งกร้าว
โป้ง! แสงแฟลชจากฟ้าแลบสว่างวาบขึ้นนอกหน้าต่าง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาของภาคินที่มองลงมาไม่ได้มีความเยွยหยันอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความโหยหาบางอย่างที่เขาเองก็พยายามปฏิเสธมาตลอด
"ปากแข็งชะมัด... ตัวสั่นขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเก่ง" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวใหญ่เผลอยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อข้างแก้มเนียนอย่างเบามือสัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้พิมพ์พิชาชะงักงัน ลืมหายใจไปชั่วขณะ
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับดวงตาคมในความมืดที่มีเพียงแสงจากสายฟ้าคอยส่องสว่าง ความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะต้านทาน
"เฮีย... มองอะไร?" เธอถามเสียงแผ่ว ความกลัวความมืดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกต่อสเต็ปอันตรายของหัวใจตัวเอง
"มองคนแถวนี้... ที่ชอบทำเป็นเก่งใส่ฉัน แต่พอเวลาแบบนี้กลับต้องมาซุกอกฉันเพื่อความปลอดภัย" ภาคินยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความคลั่งรักขั้นสุด "ยอมรับมาเถอะพิม ว่าเธอเองก็รู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึก"
"ใครรู้สึกอะไร... ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะกัดแขน—"
คำขู่ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาโน้มลงมาประทับปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อล้อต่อเถียงอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
ไม่ใช่สัมผัสที่รุนแรงเอาแต่ใจเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นจูบที่นุ่มนวลลึกซึ้งและเรียกร้อง ชวนให้หลอมละลายจนสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่กระจัดกระจาย พิมพ์พิชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา มือที่เคยกำแขนเขาไว้แน่นเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งบนลาดไหล่กว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
ภาคินผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดริมฝีปาก ก่อนจะผละออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้สูดอากาศ ทว่าหน้าผากยังคงแนบชิดติดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด
"ทีนี้... จะเลิกซึนแล้วยอมรับความจริงได้หรือยัง หื้ม?" เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปาก ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นคร่อมจังหวะและความสัมพันธ์กำลังก้าวข้ามผ่านเส้นบางๆ ไปสู่ความลึกซึ้งนั้นเอง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องทำงานดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงแหลมใสคุ้นหูที่เอמהตะโกนแทรกเสียงฝนเข้ามา
"เฮียคินคะ! คุณคินอยู่ในนั้นหรือเปล่า รินเองนะคะ พอดีไฟสำรองที่ชั้นล่างเปิดแล้ว รินเป็นห่วงเลยรีบขึ้นมาดูค่ะ!"
ร่างบางในอ้อมแขนสะดุ้งสุดตัว สติที่หลุดลอยกลับคืนมาในฉับพลัน พิมพ์พิชารีบออกแรงผลักอกแกร่งให้ออกห่างทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกและระคนหงุดหงิดระคนกัน
ภาคินสบถในลำคออย่างหัวเสีย นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดพุ่งพล่านเมื่อเหยื่อมารบกวนเวลาสำคัญ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอמהปากพูดอะไร ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 11
กับดักความใกล้ชิด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!