กลิ่นหอมกรุ่นของอาร์บุกิกาเกรดพรีเมียมคั่วเข้ม ลอยอวลตัดกับกลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮوسต์ชั้นบนสุด เอกสารรายงานการประชุมประจำไตรมาสถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานกระจกนิรแรงด้วยน้ำหนักที่มากพอจะทำให้คนขวัญอ่อนสะดุ้ง แต่พิมพ์พิชากลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองเจ้าของร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาโคลที่ยืนกอดอกตีสีหน้ายักษ์ใส่เธอตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องมา
"กาแฟแก้วนี้... ใครชง?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นทันที โดยไม่มีแม้แต่คำทักทายสวัสดีตอนเช้าให้เสียบรรยากาศ ภาคินหรี่ตาลงมองแก้วเซรามิกสีดำสนิทบนโต๊ะเสมือนมันเป็นวัตถุอันตรายจากต่างดาว
"ฉันเองค่ะ มีปัญหาอะไรหรือคะท่านประธาน กาแฟแก้วนี้ชงด้วยเมล็ดพันธุ์ที่แพงที่สุดในสต็อกที่คุณสั่งซื้อมาเองด้วยซ้ำ หรือว่าต่อมรับรสของคุณภาคินมีปัญหาจนแยกไม่ออกระหว่างกาแฟพรีเมียมกับน้ำล้างแก้วกันแน่คะ"
พิมพ์พิชาโต้กลับทันควัน รอยยิ้มพรายที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา เรียวขาภายใต้กระโปรงทรงสอบก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอีกนิด ท่าทีไม่เกรงกลัวและพร้อมบวกของเธอมักจะทำให้เส้นประสาทฝั่งซ้ายของท่านประธานหนุ่มกระตุกอยู่เสมอ
"ฉันไม่ได้หมายถึงรสชาติ แต่ฉันหมายถึง... ทำไมแก้วนี้ถึงไม่มีฟองนมนุ่มๆ ละมุนลิ้นแบบที่ฉันสั่งเมื่อวาน" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งมาที่เลขานุการสาวตัวแสบ "หรือว่าสมองระดับปริญญาโทจากอังกฤษของคุณ จะมีความจำสั้นกว่าปลาทอง ถึงได้จำไม่ได้ว่าเจ้านายของคุณชอบดื่มลาเต้ ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ดำปี๋แบบนี้"
"โอ้..." พิมพ์พิชากลั้วหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว ยิ่งเห็นท่าทางฮึดฮัดพองขนของคนตรงหน้า เธอก็ยิ่งนึกสนุกอยากแกล้งให้สติหลุด "พอดีว่าฉันคำนวณจากปริมาณงานที่คุณต้องสะสางในวันนี้แล้วค่ะ คนที่กำลังจะหัวเสียเพราะโปรเจกต์ล่มไม่ควรได้รับคาเฟอีนผสมนมที่ทำให้ละมุนละไมจิตใจหรอกนะคะ คุณควรดื่มอะไรที่มันขมๆ เข้มๆ เพื่อจะได้ตาสว่างและเลิกหาเรื่องลูกน้องตั้งแต่เช้าเสียทีค่ะ"
"พิมพ์พิชา!"
ภาคินคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูงจนคนตัวเล็กกว่าต้องเงยหน้าขึ้นมอง แรงกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนอากาศบริเวณนั้นคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าจะถอยร่น เธอกลับเชิดคางขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตสุกใสจ้องประสานกับนัยน์ตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหู ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ภายในอกของคนทั้งคู่กลับดังเสียจนน่ากลัว
ในระยะประชิดเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของภาคินลอยเข้าแตะจมูก พิมพ์พิชาเพิ่งสังเกตเห็นว่าแพขนตากลุ่มหนาของเขายามที่เจ้าตัวขมวดมวลความหงุดหงิดนั้นมันช่างน่ามองเพียงใด สันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเอ่ยคำพูดร้ายกาจใส่เธอนั้น... ตอนนี้กลับเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังอดกลั้นบางอย่าง
ดวงตาคมดุของภาคินกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนที่นัยน์ตาคู่พยัคฆ์นั้นจะวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาที ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันอยู่ใกล้ชิดทำให้แผงอกกว้างของเขากระเพื่อมไหว
ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดอีกนิดโดยสัญชาตญาณ มือหนายื่นออกไปวางทราบลงบนขอบโต๊ะทำงานเพื่อกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างตัวเขากับพนักเก้าอี้ พิมพ์พิชาชะงักไปเล็กน้อย ลมหายใจติดขัดเมื่อเงาของร่างสูงทาบทับลงมาจนมิด ตัวเธอถูกโอบล้อมไว้ด้วยอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย
"ปากเก่งนักนะ..." เสียงทุ้มต่ำที่ลดระดับลงมาจนเกือบเป็นกระซิบดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "คิดว่าฉันไม่กล้าจัดการคุณหรือไง หื้ม?"
"ทะ... ท่านประธาน กรุณารักษาระยะห่างด้วยค่ะ เรากำลังอยู่ในเวลางาน" พิมพ์พิชาพยายามดึงสติ เสียงที่เคยฉะฉานเริ่มติดขัดเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ ขยับเข้ามาใกล้แขนเธอจนเกือบจะสัมผัสโดนผิวเนื้อ
"ระยะห่างเหรอ?" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำบางอย่างที่ทำเอาคนถูกมองถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง "เมื่อกี้ยั่วยวนเก่งนักไม่ใช่เหรอ พอตอนนี้ทำไมถึงเสียงสั่นล่ะ พิม..."
หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปอย่างแรง สัมผัสจากความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่กำแพงความหยิ่งทะนงของเธอจะต้านทานไหว พิมพ์พิชากำมือแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อกู้ฟอร์ม
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานหรูจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต
"คินคะ! แย่แล้วล่ะ... รินมีเรื่องสำคัญด่วนที่สุดต้องคุยกับคุณให้ได้ตอนนี้เลยค่ะ!"
เสียงหวานเจี๊ยบที่คุ้นเคยดีดังแทรกเข้ามา พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง
ภาคินผละถอยห่างจากพิมพ์พิชาด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาดุฉายแววไม่พอใจระคนรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่พิมพ์พิชาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ถอยหลังกรูดออกห่าง ปรับสีหน้าและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เธอหันไปสบตากับผู้มาใหม่—รินลดา คู่หมั้นเก่าที่หายหน้าไปนาน และกำลังส่งยิ้มหวานหยดมาให้ภาคินโดยไม่ชายตามองเธอเลยสักนิด... แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ประตูเปิดกว้างออกนั้น สายตาของรินลดากลับเหลือบมามองร่องรอยความใกล้ชิดบนโต๊ะทำงานด้วยประกายตาแข็งกร้าวที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาใจฟูและลุ้นไปกับความซึนของเฮียคินด้วยกันนะคะ! ❤️ (พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ)
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้น
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!